ถือเป็นชัยชนะยิ่งใหญ่ของมนุษย์ป้าทั้งโลก!! เมื่อ ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ “คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์” ต้นตำรับชู้รักวินด์เซอร์ วัย 74 ได้รับการสนับสนุนเต็มร้อยเป็นครั้งแรกจาก “ควีนเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ” ให้ขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินี” พร้อมทำหน้าที่ค้ำบัลลังก์เคียงข้าง “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” เมื่อถึงเวลาผลัดแผ่นดินในอนาคต เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แทนพระราชมารดา ซึ่งปัจจุบันมีพระชนมพรรษา 95 พรรษา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ถึงอนาคตไม่แน่นอนของ “ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์” ว่าคงไปได้ไกลแค่พระยศ “เจ้าหญิงพระราชชายา” (Princess Consort) เพราะมีชนักติดหลังเคยเป็นมือที่สามสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัว “เจ้าหญิงไดอานา” จนนำไปสู่การหย่าสะท้านโลก แต่เกมพลิกเรื่องราวกลับตาลปัตรกลายเป็นว่า “ควีนเอลิซาเบธที่สอง” ทรงออกโรงปกป้องพระสุณิสาวัยดึกด้วยพระองค์เอง เพื่อสยบดราม่าในอนาคต โดยถือโอกาสเนื่องในวาระการครองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี แสดงพระราชประสงค์ดังกล่าวชัดเจน เนื้อหาตอนหนึ่งในแถลงการณ์สำคัญระบุว่า ข้าพเจ้าโชคดีที่มีเจ้าชายฟิลิปคอยเคียงข้างในฐานะพระสวามี ผู้ซึ่งเต็มใจรับบทบาทคู่สมรส และเสียสละกับภาระหน้าที่ที่มาพร้อมบทบาทนี้อย่างไม่เห็นแก่ตัว เมื่อถึงเวลาที่พระราชโอรสของข้าพเจ้า “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ขึ้นเป็นกษัตริย์ ข้าพเจ้ารู้ดีว่าท่านทั้งหลายจะให้การสนับสนุน “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” และพระชายา “คามิลลา” ในแบบเดียวกับที่เคยให้การสนับสนุนข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความปรารถนายิ่งว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง “คามิลลา” จะเป็นที่รู้จักในฐานะ “สมเด็จพระราชินี” (Queen Consort) ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี นี่มันรางวัลแด่ความอึดและความจงรักภักดีชัดๆ นับตั้งแต่จูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ เมื่อปี 2005 “ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์” ก็พยายามทำหน้าที่คู่คิดคอยปลอบประโลมจิตใจ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในยามวิกฤติเกิดความแตกแยกภายในครอบครัว คนใกล้ชิดทราบกันดีว่า องค์รัชทายาทอันดับหนึ่งทรงมีความสุขและผ่อนคลายขนาดไหนเมื่อได้อยู่กับคนรักเก่า แม้จะไม่ใช่สาวเอ๊าะๆ แต่ “คามิลลา” ก็มีความกุ๊กกิ๊กในตัว มักชวนพระสวามีทดลองทำสิ่งใหม่ๆสร้างสีสันให้ชีวิตไม่อับเฉา นอกเหนือจากกิจกรรมที่ชอบทำร่วมกัน เช่น การขี่ม้า, ตกปลา, ปลูกต้นไม้, วาดรูป และอ่านหนังสือ ตรงข้ามกับ “เจ้าหญิงไดอานา” ที่มักเอาแต่ใจตัวเองแบบคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ และเรียกร้องความสนใจจากพระสวามี จึงลงเอยด้วยการทะเลาะกันอยู่ร่ำไป อาจเป็นบุพเพสันนิวาสจริงๆก็ได้ เพราะคู่นี้เขารักกันมาดึกดำบรรพ์ตั้งแต่วัยรุ่น “คามิลลา” คือรักแรกฝังใจเจ็บของ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ฝ่ายหญิงมาจากครอบครัวชนชั้นสูงตระกูลขุนนางเก่า และที่น่าแปลกคือ “คามิลลา” เป็นทายาทของ “อลิซ เคปเปล” ผู้เป็นชู้รักสุดเสน่หาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งเป็นปู่ทวดของควีนเอลิซาเบธที่สอง ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกที่บ้านเพื่อน เมื่อปี 1970 ก่อนจะมาออกเดตเป็นแฟนกัน กระทั่งฝ่ายชายต้องไปเป็นทหารประจำกองทัพเรือ ในช่วงต้นปี 1973 ฝ่ายหญิงได้หนีไปแต่งงานกับแฟนเก่านายทหารหนุ่มรุ่นพี่ “แอนดรูว์ ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์” เพราะทนแรงกีดกันจากพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ไม่ไหว สาเหตุของการเลิกกันมีหลายเบาะแสมาก แต่ที่แน่ๆคือสาวสังคมผู้เจนโลกอย่าง “คามิลลา” ถูกมองว่าไม่เหมาะเป็นพระชายาของกษัตริย์ในอนาคต จากปั๊ปปี้เลิฟกลายเป็นรักฝังใจสร้างบาดแผลลึกให้องค์รัชทายาทหนุ่ม กว่าจะหักอกหักใจได้ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ขังตัวเองอยู่ในห้องหลายวัน ภายหลังทั้งคู่ยังคบหากันในฐานะเพื่อน และเจอกันตามแวดวงขี่ม้าโปโล กระทั่งในปี 1979 “คามิลลา” กลับมาสนิทสนมเกินเพื่อนกับ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” อีกครั้ง เมื่อเจ้าชายหนุ่มทรงสูญเสียพระประยูรญาติชั้นผู้ใหญ่ที่เคารพรักที่สุดอย่าง “ลอร์ดเมานต์แบตเทน” ทำให้ต้องพึ่งการปลอบขวัญและกำลังใจจากคนรักเก่า แม้แต่ในค่ำคืนก่อนการอภิเษกสมรสกับ “เจ้าหญิงไดอานา” ในปี 1981 ว่ากันว่า “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ก็ยังขลุกอยู่บนเตียงกับ “คามิลลา”ตำนานรักสามเส้าที่สร้างความอับอายขายหน้าให้ราชวงศ์อังกฤษ ถูกเปิดโปงสู่สาธารณชนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เมื่อมีการตีพิมพ์หนังสืออื้อฉาว “Diana : Her True Story” ในปี 1992 ตามมาด้วยการปล่อยเทปลับทางโทรศัพท์ “Camillagate” ในปี 1993 ซึ่งเต็มไปด้วยบทสนทนาทางเพศอันโจ๋งครึ่ม หนักสุดคือ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” อ้อน “คามิลลา” ว่าอยากเกิดใหม่เป็นแทมแพ็กซ์ (ผ้าอนามัยแบบสอด) จนถูกสื่อล้อเลียนว่า “เจ้าชายแทมแพ็กซ์” งานนี้เสื่อมเสียหนักขนาดที่ว่าเจ้าชายคิดจะสละตำแหน่งรัชทายาท ด้วยซ้ำ จุดจบของชู้รักมาถึง เมื่อข่าวซุบซิบใต้เตียงได้รับการยืนยันจากปาก “เจ้าหญิงไดอานา” ขณะให้สัมภาษณ์รายการพาโนรามาของสำนักข่าวบีบีซี เมื่อปี 1995 ว่า มีเราสามคนอยู่ในชีวิตสมรสนี้ มันก็เลยแออัดไปหน่อย สุดท้ายต้องจบลงด้วยการหย่าร้างในปี 1996 ภายหลัง “เจ้าหญิงไดอานา” สิ้นพระชนม์ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อปี 1997 และ “คามิลลา” ได้หย่าขาดจากสามีในปี 1995 “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” จึงทำตามใจปรารถนาที่รอคอยมาทั้งชีวิต ฝ่าดงหนามจูงมือ “คามิลลา” เข้าประตูวิวาห์สมดังหวัง เมื่อปี 2005 แม้จะถูกมองว่าเป็นมือที่สามทำลายชีวิตคู่ดุจเทพนิยายของ “เจ้าหญิงไดอานา” กับ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” แต่เมื่อ “ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์” พิสูจน์ตัวเองว่าทรงสามารถแบ่งเบาพระราชภาระของพระสวามีและควีนเอลิซาเบธที่สองด้วยความจงรักภักดี จึงเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆจากพระบรมวงศานุวงศ์ แม้จะมีข่าวลือว่าแอบชิงดีชิงเด่นกับลูกสะใภ้ดาวเด่น “ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์” ทั้งนี้ “ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์” โปรดการขี่ม้า และสนับสนุนองค์กรสงเคราะห์สัตว์ อีกทั้งยังทุ่มเทเวลาให้กับการส่งเสริมการรู้หนังสือ และช่วยเหลือเหยื่อของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เชื่อมั่นว่าต่อไปเมื่อขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินี” จะทำหน้าที่แบ่งเบาพระราชภาระในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดีในฐานะพระราชวงศ์อาวุโส พร้อมเป็นคู่คิดคู่ค้ำบัลลังก์ยืนหยัดเคียงข้างกษัตริย์พระองค์ใหม่ของอังกฤษ กอบกู้ภาพลักษณ์ติดลบของราชวงศ์วินด์เซอร์ให้กลับมาเป็นบวกยกกำลังสองอีกครั้ง.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ