ในที่สุดโรคร้ายจากไวรัสมงกุฎหนามอย่างโควิด-19 ก็มีผู้คิดค้นยาเพื่อรักษาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกแล้วยาที่ว่านั้นชื่อว่า “โมลนูพิราเวียร์” (Molnupiravir) ที่เพิ่งผ่านการวิจัยขั้นสุดท้ายเสร็จไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และกระทรวงสาธารณสุขของไทยเตรียมที่จะนำเข้าเพื่อเป็นยารักษาผู้ป่วยโควิดในเดือน ธ.ค.นี้โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เป็นยาตัวแรกที่จะใช้รักษาเฉพาะโรคโควิด-19 ที่คิดค้น พัฒนาและผลิตโดยบริษัท MSD บริษัทผู้ผลิตวางแผนจะขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาในเดือน ต.ค.64 ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะมีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน พ.ย.นี้ ส่วนยารักษาโควิดอีกชนิดที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยระยะที่ 3 คือยาโปรตีเอส อินฮิบิเตอร์ (Protease Inhibitor) ของบริษัทไฟเซอร์ และยาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันของ บริษัทโรช (Roche) สวิตเซอร์แลนด์ ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เป็นยาเม็ดชนิดรับประทานออกฤทธิ์ต้านไวรัส พัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเกิดจากความร่วมมือในการพัฒนาของบริษัท ริดจ์แบ็ค ไบโอเทอราพิวทิค (Ridgeback Biothera peuthics) ประเทศสหรัฐอเมริกา และบริษัท เมอร์ค (Merck) ประเทศเยอรมนี มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสโคโรนาหลายชนิด เช่น ซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome หรือ SARS) โรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome หรือ MERS) และโควิด-19โมลนูพิราเวียร์จะถูกนำเข้ามาแทนที่ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเดิมมีการใช้เพื่อยับยั้งไวรัสเข้าสู่เซลล์ แต่โมลนูพิราเวียร์ จะใช้เจาะจงเฉพาะกับไวรัสโควิด-19 โดยผู้ป่วย 1 คน จะต้องกินยานี้วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด จำนวน 5 วัน หรือประมาณ 40 เม็ดต่อการรักษา 1 ครั้งจากการวิจัยพบว่า การให้ยาเม็ดนี้แก่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 วันละ 2 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตลงได้ถึง 50%“การรักษาด้วยยาต้านไวรัสในคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือคนที่ตอบสนองต่อภูมิต้านทานจากวัคซีนต่ำ เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมากในการช่วยยุติการระบาดใหญ่นี้” ดาเรีย ฮาซุดา รองประธานฝ่ายการค้นพบโรคติดเชื้อของเมอร์ค บอก ขณะที่ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ยาโมลนูพิราเวียร์จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมการรักษาโควิดในไทยที่สามารถลดอาการป่วยหนัก-เสียชีวิต และยังเรียกร้องให้องค์การเภสัชกรรมยุติการผลิตและนำเข้ายาฟาวิพิราเวียร์จากต่างประเทศ มิฉะนั้นเราจะมียาฟาวิพิราเวียร์เหลือมากมาย เป็นการเสียงบ ประมาณโดยไม่จำเป็นคุณหมอ มนูญ บอกว่า ยาฟาวิพิราเวียร์มีประสิทธิภาพช่วยให้อาการดีขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนไวรัสในร่างกาย ลดการใช้ออกซิเจนได้ แต่ช่วยได้น้อยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ช่วยลดการเสียชีวิตในคนไข้โรคโควิด-19 “ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดค้นยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งหลายประเทศไม่รับรองให้ใช้ยาตัวนี้ในการรักษาโรคโควิด ด้วยเหตุผลให้ยากับไม่ให้ยา ผลการรักษาต่างกันน้อยมาก และยังได้ผลข้างเคียงจากยา” แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจบอกและให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยาโมลนูพิราเวียร์สามารถลดความเสี่ยงที่จะเข้านอนโรงพยาบาลได้ถึง 50% ผู้ติดเชื้อที่ไวรัสโควิด-19 ที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ไม่มีใครเสียชีวิตเลย ในขณะที่คนที่ได้รับยาหลอกกลับมีผู้เสียชีวิต 8 รายจากจำนวนทั้งหมด 775 ราย มีผลข้างเคียงไม่ต่างจากยาหลอก และยานี้กำลังจะได้รับรองให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา และในอนาคตอาจมีการนำเข้ายาโมลนูพิราเวียร์จาก ประเทศอินเดีย ซึ่งราคาไม่แพง อาจจะถูกกว่ายาฟาวิพิราเวียร์ด้วยซ้ำ เมอร์ค ผู้ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์บอกว่า คาดว่าจะผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ได้ 10 ล้านชุด ภายในสิ้นปี 2021 ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯตกลงที่จะซื้อยานี้แล้วคิดเป็นมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.05 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ เมอร์คยังอยู่ระหว่างหารือกับอีกหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักรศ.ปีเตอร์ ฮอร์บี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่ได้ผล ราคาไม่แพง และปลอดภัย จะถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับโควิด.