เดินออกจาก “ความเสียใจ” อย่างไร หากต้องสูญเสีย..คนที่รัก

ข่าว

    เดินออกจาก “ความเสียใจ” อย่างไร หากต้องสูญเสีย..คนที่รัก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      28 ส.ค. 2564 05:05 น.


      ดู เหมือนสถานการณ์ COVID-19 จะทำให้เรื่องราวของความสูญเสียและความตายเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งชีวิตที่จากไปคือความเจ็บปวด บอบช้ำของหลายชีวิตที่ยังคงอยู่...จะทำใจอย่างไรถ้าต้องสูญเสียคนที่ตนเองรัก

      พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ทั้งในฐานะอธิบดีกรมสุขภาพจิตและจิตแพทย์บอกว่า ถ้าจะพูดกันจริงๆแล้ว การรับมือกับการสูญเสียหรือวิธีการดูแลใจเมื่อต้องสูญเสียคนรักนั้นไม่มีวิธีการที่ตายตัว เพราะคนเราต่างก็มีรูปแบบการแสดงออก ระดับความรุนแรง และระยะเวลาที่แสดงถึงความโศกเศร้าที่แตกต่างกัน และในบางครั้งอาจมีความคิด ความรู้สึกอื่นๆที่ซ่อนหรือปนอยู่ในความโศกเศร้านั้นด้วย เช่น ความคิดว่าตนเองเป็นคนผิด ความรู้สึกสับสน เสียใจ กลัว รู้สึกผิด หรือหมดหวัง ฯลฯ

      “แต่ละปัจจัยนั้นส่งผลต่อวิธีการรับมือกับการสูญเสียหรือวิธีการดูแลใจทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้สิ่งที่
      คนเราต้องทำเหมือนกันคือการทำให้ตนเองสามารถผ่านพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิตบอกพร้อมอธิบายวิธีการเดินออกจากความเจ็บปวดในชีวิต ว่าอาจเริ่มจากการเผชิญหน้าและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตัวเราทั้งด้านบวกและด้านลบ และสุดท้ายหาทางแก้ไข เรียนรู้หรืออยู่ร่วมกับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบนั้น

      พญ.พรรณพิมลบอกว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความสูญเสียเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เคยมีผลการศึกษาเรื่อง “ความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก” ระบุว่า ความโศกเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

      ความโศกเศร้าแบบปกติ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น ผู้สูญเสียจะแสดงความโศกเศร้าออกมาทั้งทางอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรม และอาการทางกาย แต่เมื่อผ่านไปสักระยะจะสามารถปรับตัวให้สามารถเผชิญกับการสูญเสีย สามารถยอมรับและปรับตัวให้ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

      ความโศกเศร้าแบบผิดปกติ ผู้สูญเสียจะไม่สามารถยอมรับหรือปรับตัวต่อการสูญเสียได้ อารมณ์ความโศกเศร้าจะไม่บรรเทาลง ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ อาจพบพฤติกรรมซึมเศร้า แยกตัว รู้สึกไม่มีคุณค่าในตนเอง รู้สึกผิด ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร มีความคิดทำร้ายตนเอง ซึ่งความโศกเศร้าแบบนี้อาจมีผลมาจากผู้สูญเสียมีประวัติการสูญเสียที่รุนแรงในชีวิต หรือประสบกับการสูญเสียแบบกะทันหัน เป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตแบบพึ่งพา คิดว่าตนเองเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ภาวะโศกเศร้าที่เกิดขึ้นหากเกิดนานกว่า 6-12 เดือน ร่วมกับการมีอารมณ์โศกเศร้าที่รุนแรงถือว่าเป็นความโศกเศร้าแบบผิดปกติ

      อธิบดีกรมสุขภาพจิต แนะนำวิธีดูแลใจเมื่อต้องสูญเสียคนรักว่า ต้องเริ่มจากตั้งสติและทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งการทำใจยอมรับแบบ 100% นั้น อาจจะยังไม่สามารถทำได้ในทันที ไม่ต้องกังวล ค่อยๆให้เวลาตนเอง

      ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากการสูญเสีย ยอมให้ตนเองแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เศร้า โกรธ เสียใจ ร้องไห้ ฯลฯ ให้เวลากับการแสดงออกนี้อย่างเต็มที่ ไม่จำกัดหรือกดดันตนเอง

      ระบายความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนที่ไว้ใจ การพูดคุย ระบายออกจะช่วยทำให้สิ่งที่ติดค้างในใจเบาลง นอกจากได้ระบายแล้วเรายังจะได้กำลังใจหรือมุมมองแนวคิดดีๆมาช่วยเสริมให้เราคลายโศกเศร้า

      สังเกตผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตนเอง หากมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจนรบกวนการใช้ชีวิต รบกวนการทำงาน เช่น นอนไม่หลับ ฝันร้าย กระวนกระวาย ร้องไห้ไม่หยุด อาจลางานสักพักหรือหยุดสิ่งที่ทำอยู่เพื่อให้ตนเองได้มีเวลารักษาความรู้สึกนี้ และปรับตัวกับอะไรใหม่ๆหลังการสูญเสีย เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้

      หยุดโทษตนเองหรือคิดว่าตนเองต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสียนั้น ให้ลองค่อยๆคิดถึงสาเหตุที่แท้จริง คิดในหลายๆมุม เพื่อให้เห็นความจริงในหลากหลายมิติ

      ดูแลตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ หลายครั้งพบว่าเมื่อคนเราพบกับความโศกเศร้ามักจะลืมสนใจ ใส่ใจดูแลตนเอง ทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด ไม่สบาย ส่งผลกระทบต่อจิตใจที่กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว ให้เพิ่มความตึงเครียดเข้าไปอีก การดูแลทางร่างกายนั้น เช่น การนอนให้เต็มอิ่ม การทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามหากิจกรรมอะไรต่างๆทำ เพื่อให้ตนเองไม่อยู่นิ่งและจมกับความโศกเศร้า การทำกิจกรรมนั้นมีส่วนช่วยทำให้อารมณ์เราดีขึ้น จดจำและระลึกถึงคนที่จากไปผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น พิธีกรรมทางศาสนา การทำบุญ การสวดมนต์ สวดภาวนา การทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ดีๆที่ได้ทำร่วมกันมา การทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การบริจาคสิ่งของ การปลูกต้นไม้หรืออื่นๆเพื่อเป็นการแสดงการระลึกถึง
      ผู้เสียชีวิต ฯลฯ

      ให้กำลังใจผู้อื่นที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น การแบ่งปันเรื่องราวของกันและกันก็ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นได้ แต่ถ้าได้พยายามทุกวิธีการแล้ว อาการโศกเศร้าไม่หายไป มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน อาจต้องพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา หรือโทร.ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิตที่เบอร์ 1323 หรือ Line @1323FORTHAI ตลอด 24 ชั่วโมง

      “ขอให้คิดว่าความทุกข์ ความเจ็บปวดในชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจออย่างน้อยก็มากกว่า 1-2 ครั้ง แต่เชื่อเถอะว่า หากเรามีกำลังใจที่ดี อึด ฮึด สู้เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าว เราจะผ่านทุกเรื่องเลวร้ายนั้นไปได้ และเราจะเข้มแข็งขึ้น” พญ.พรรณพิมลทิ้งท้าย.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19ความเสียใจสูญเสียคนใกล้ชิดพรรณพิมล วิปุลากรกรมสุขภาพจิตจิตแพทย์สมาร์ทไลฟ์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 02:01 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์