โควิด มีแบบสั้น..จะเอายาวก็ได้

ข่าว

    โควิด มีแบบสั้น..จะเอายาวก็ได้

    หมอดื้อ

      15 ส.ค. 2564 05:01 น.

      โควิด–19 จนกระทั่งถึงปีนี้ 2021 น้องนุชสุดท้องตระกูลโคโรนา คงกำลังหัวเราะที่ประเมินศักยภาพของเธอต่ำไป ว่าแป๊บเดียวก็กลายเป็นไข้หวัดตามฤดูกาล และอื่นๆอีกมากมาย

      ณ นาทีนี้ รูปแบบของการแพร่ การเพิ่มระดับ และการเพิ่มความรุนแรงของการระบาด เป็นที่ปรากฏได้ชัดเจนและอาวุธสำคัญของเธอที่จะออกมาใช้เต็มรูปแบบหรือไม่ คือการแพร่ทางอากาศแบบที่พี่ใหญ่ของเธอ คือ ซาร์ส ทำสำเร็จมาแล้วโดยเช่น

      คนติดเชื้ออยู่ชั้นสอง คนอยู่ชั้น 15 พลอยติดไปด้วย จากการแพร่ทางระบบปรับอากาศกลาง แต่พี่ใหญ่ซาร์ส ไม่เก่งพอที่จะแพร่การระบาดให้ยืนยงคงนานข้ามปีอย่างเช่นโควิด

      การทำให้เกิดโรคของน้องโควิดนี้มีได้แบบชนิดตอนเดียวจบ คือแบบสั้น ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ แพร่ไปให้คนอื่นเสร็จแล้วเชื้อก็หายไปจากตัว หรือติดเชื้อและเกิดอาการเบา กลาง หนัก จนถึงเสียชีวิต

      หรือแบบต่อเป็นซีรีส์สั้น ก็คือหายจากอาการทางปอดและอวัยวะอื่นๆ แต่ตามต่อด้วยเส้นประสาทอักเสบ แขนขาอ่อนแรง อัมพาตหายใจไม่ได้ หรือมีสมองอักเสบแบบต่างๆ

      ซีรีส์สั้นแบบนี้อยู่ในระยะเวลาสี่เดือน หรืออาจจะถึงหกเดือน ตั้งแต่ปี 2020 ที่เริ่มมีการระบาดใหม่ๆ ประเทศหรือพื้นที่ที่เริ่มมีเวลาหายใจหายคอจากการทะลักทลายของผู้ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล ก็มีเวลาสังเกตและเจอคนที่เรียกว่าหายแล้ว นั่นก็คือออกจากโรงพยาบาลได้ ตรวจไวรัสไม่เจอว่ามีการปล่อยออกมาจากร่างกาย แต่อาการกลับไม่หายจริงและเกิดยืดยาวต่อเนื่อง หรือสงบแล้วปะทุใหม่เป็นพักๆ

      ทั้งนี้ ไม่จำกัดอยู่แต่เพียงว่าอาการในครั้งแรกต้องหนักมากเสมอไป แม้แต่กลุ่มที่อาการน้อยก็มีความผิดปกติทอดยาวออกไปอีก และตั้งชื่อว่าเป็นหนังยาวของโควิด หรือลองโควิด (long Covid)

      รูปแบบลักษณะดังกล่าวนี้ทับซ้อนกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Myalgic Encephalomyelitis (ME)/Chronic fatigue syndrome (CFS) โดยลักษณะประกอบไปด้วยอาการปวดกล้ามเนื้อที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นในสมองและระบบประสาทส่วนกลาง รวมทั้งมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ตลอดเวลา มีอาการเหนื่อยล้ามหาศาล ทำงานไม่ได้ ขาดสมาธิ มีความผิดปกติทางระบบประสาทอัตโนมัติและไม่สามารถออกกำลังได้เลย

      ตามประวัติศาสตร์สามารถสืบย้อนไปได้ตั้งแต่ในปี 1934 ในนครลอสแอนเจลิส ปี 1948 ที่ไอซ์แลนด์ ปี 1955 ที่ลอนดอน และในปี 1984 ที่เนวาดา

      ในปี 1955 คุณหมอจากไอซ์แลนด์ได้เริ่มใช้เทอมหรือคำเรียก ME จากการเทียบเคียงลักษณะความผิดปกติในน้ำไขสันหลังระหว่างผู้ป่วยที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลรอยัลฟรีในลอนดอน และผู้ป่วยในปี 1948 ที่ไอซ์แลนด์ Akureyri

      โดยลักษณะอาการบ่งบอกถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองและไขสันหลังร่วมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงและมีอ่อนแรงและมีตะคริวร่วมด้วย

      และจากหลายเหตุการณ์ต่อมาจนกระทั่งในปี 1984 ถึง 1985 ที่หมู่บ้าน Incline ในรัฐเนวาดาก็เกิดลักษณะที่คล้ายกันเช่นเดียวกัน โดยทั้งหมดนี้มีอาการเริ่มต้นเป็นแบบติดเชื้อด้วยไวรัสทั้งหมด

      และเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า chronic fatigue syndrome หรือ CFS ทั้งนี้ โดยเชื่อว่ากลุ่มอาการทั้งสองแบบนั้นน่าจะมีรากฐานเกี่ยวพันกับกระบวนการอักเสบในระบบประสาท

      ในส่วนของน้องโควิดนี้ที่เจอกันและรวบรวมสถิติในประเทศอังกฤษ และจากการวิเคราะห์ในหลายประเทศพบว่าลักษณะของโควิด

      ฉบับยาวอาจมีได้สูงถึง 50% หรือถึงครึ่งหนึ่งของผู้ที่หายจากโควิดฉบับสั้นไปแล้ว และอาการที่เกิดขึ้นมีได้เป็น 100 อย่างและครอบคลุมแทบจะทุกอวัยวะของร่างกาย โดยมีตัวร่วมโดยเฉพาะความแปรปรวนทางสมอง จิตและอารมณ์ แต่ขณะเดียวกันก็มีความคล้องจองเหมือนกับ ME/CFS ที่กล่าวแต่ต้น

      ทั้งนี้ โควิดเก่งกว่ารุ่นแรกๆตั้งแต่ปี 1934 ทั้งนี้ เพราะกระทบในคนมากมายกว่า และอาการดูเหมือนจะรุนแรงมากกว่าที่เคยปรากฏมาก่อนในรุ่นแรกๆ

      จากหลักฐานของ ME/CFS ที่ได้จากรุ่นแรกๆ ซึ่งอาจจะนำมาใช้อธิบายในโควิดนั้น โดยเป็นไปได้ว่าการอักเสบที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ เกิดขึ้นนอกสมองและระบบประสาท แต่สมองรับรู้โดยตอบโต้กับโมเลกุล ชิ้นส่วนเล็กๆของอนุภาคการอักเสบเหล่านี้ในเลือดและอาจเป็นไปได้ที่มีการส่งผ่านโมเลกุลเหล่านี้ผ่านผนังเส้นเลือดเข้าไปในสมอง ทั้งจากการนำพาเข้าไปหรือซึมผ่านเข้าสมองโดยตรงในบริเวณที่ผนังกั้นไม่แข็งแรงและนอกจากนั้นโมเลกุลของการอักเสบเหล่านี้ยังพบได้ในเส้นประสาทเวกัส หรือเส้นประสาทสมองเบอร์ 10 ที่ทอดยาวลงมายังลำไส้และสามารถส่งผ่านการอักเสบเหล่านี้ขึ้นไปจนกระทั่งถึงก้านสมองในวงจรของ NTS (nucleus tractus solitarius) ที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ รวมทั้งเส้นเลือดและหัวใจ เป็นต้น

      และน่าจะมีผลตามติดต่อเนื่องไปถึงกระบวนการควบคุมการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ที่มีการควบคุมจากสมองตั้งแต่ในส่วนของ ไฮโปธาลามัส (hypothalamus) ต่อมใต้สมอง (pituitary) และต่อเนื่องมาถึงระบบควบคุมฮอร์โมนต่างๆในร่างกายจนกระทั่งถึงต่อมหมวกไต

      ปรากฏการณ์โควิดฉบับยาวจะกลายเป็นภาระสำคัญของระบบสาธารณสุขของทุกประเทศที่มีการระบาดของโควิด ทั้งนี้ เนื่องจากคนที่ถูกกระทบจะมีได้ทุกอายุไม่จำกัดเพศ และเกิดจากการติดเชื้อโควิดแบบรุนแรงและไม่รุนแรง ด้วยอาการที่เกิดขึ้นจะบั่นทอนคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพของการทำงาน กระบวนการของความคิด แม้กระทั่งสมาธิ สติปัญญา ความจำจะถดถอย และรุนแรงถึงขนาดที่ต้องมีการปรึกษา หรือได้รับการรักษาจากแพทย์ในแทบทุกแขนง รวมกระทั่งถึงจิตแพทย์ เพราะมีความรู้สึกหดหู่ ปฏิเสธสิ่งรอบข้างจนกลายเป็นก้าวร้าว หรือมีปัญหา ทางสังคมแบบในปรากฏการณ์หลังจากที่มีภาวะเครียดอย่างรุนแรง (post traumatic stress syndrome)

      เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องมองและเตรียมตัวไปพร้อมๆกัน แม้ว่าขณะนี้ที่เตรียมต้นฉบับในวันที่ 1 สิงหาคม 2021 ประเทศไทยยังร่อแร่อยู่กับโควิดชนิดม้วนเดียวจบและโควิดซีรีส์สั้น

      และสะท้อนให้เห็นว่าการประเมินสถานการณ์เข้าข้างตัวเอง หรือปฏิเสธความจริงเป็นสิ่งที่ต้องไม่กระทำอีกต่อไป ถ้าเราผ่านพ้นหรือรอดจากสงครามโควิดครั้งนี้ไปได้.

      หมอดื้อ

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดวัคซีนโควิดไวรัสโคโรนายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19สุขภาพหรรษาหมอดื้อ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 07:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์