ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ขออะไรก็สมหวัง “ไอ้ไข่” วัดเจดีย์ ของหายได้คืน..ยอดขายทะลุเป้า..บันดาลโชคลาภ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ก.ย. 2563 05:13 น.
    SHARE

    ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! กระแสมาแรงของ “ไอ้ไข่” กุมารเทพแห่งวัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดึงดูดผู้มีศรัทธาจากทั่วสารทิศให้มากราบไหว้กันแน่นขนัดทุกวัน โดยเฉพาะยิ่งใกล้วันหวยออกยิ่งล้นหลาม คงพอพิสูจน์ถึงพลังศรัทธาอันแรงกล้า และการไขว่คว้าหาที่พึ่งทางใจอย่างรุนแรงของคนไทยยุคนี้

    ทุกครั้งที่มีใครขอพร “ไอ้ไข่” แล้วสัมฤทธิผล เราจะได้ยินเสียงจุดประทัดดังสนั่นไปทั้งวัด แต่ละวันจึงมีเศษประทัดกองเป็นภูเขาเลากา เพราะคนที่มีศรัทธาเชื่อกันว่า ยิ่งจุดประทัดเสียงดังมากเท่าไหร่ โชคลาภจะเพิ่มทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น เมื่อหลายปีก่อนมีเศรษฐีฮ่องกงเคยทำลาย สถิติจุดประทัดปังสุดทีเดียวถึง 8 ล้านนัด เพื่อแก้บนครั้งประวัติศาสตร์ หลังสมหวังได้รวย 100 ล้าน งานนี้ต้องใช้คน 10 คน จุดสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ชั่วโมง

    ล่าสุด เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา “กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ” โพสต์คลิปถวายประทัด 130 กล่อง “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” จุดประทัดสนั่นวัดไป 13 ล้านนัด เพื่อขอบคุณกุมารเทพที่ประทานพรให้สมหวัง หลังบนขอให้ยอดขาย “พาวเวอร์ช็อต” ทะลุร้อยล้าน ต่อมาในกลางเดือน ก.ย. พิธีกรสาวคนเก่งกลับไปอีกครั้งเพื่อถวายมโนราห์ จัดมหรสพใหญ่ให้ “ไอ้ไข่” หลังขอพรแล้วสมหวังทันใจ ทำยอดขายทะลุพันล้าน ภายในเวลา 9 เดือน

    เคล็ดลับการบูชา “ไอ้ไข่” ให้เป๊ะ เปรี้ยงปัง “สาวกาละแมร์” บอกว่า ต้องเริ่มจากเตรียมตัวเองให้พร้อม ด้วยการรักษาศีล 5 ทำทานภาวนา แล้วตอนไหว้ให้ตั้งจิตอธิษฐาน โดยแนะนำตัวก่อนว่าเราชื่ออะไรมาจากไหน บ้านอยู่ที่ไหน เกิดวันที่เท่าไหร่ มีใครแนะนำมา ได้รู้จักพี่ไข่เพราะอะไร แล้วก็ยกกุศลที่เราเคยสร้าง สิ่งที่เราเคยทำดีมา ขอถวายบุญความดีนี้ให้พี่ไข่ เวลาจะขออะไรจากใครเราต้องให้ก่อน แล้วค่อยกระซิบว่าเรามีเรื่องอะไรที่อยากจะขอ

    ย้อนตำนานไปทำความรู้จักกันสักนิด “วัดเจดีย์” หรือ “วัดไอ้ไข่” ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยเป็นวัดร้างที่เชื่อกันว่า สร้างมาเป็นเวลานับ 1,000 ปี มีเพียงเจดีย์โบราณเก่ารกร้างอยู่ตรงบริเวณที่กำลังสร้างโบสถ์ในปัจจุบัน จนเมื่อปี 2500 เกิดการบูรณะวัดเจดีย์ขึ้นใหม่ มีพระเข้ามาอยู่ประจำ เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจของชาวบ้านใกล้เคียง และกลายเป็นที่ประดิษฐานของ “พ่อท่าน” พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ยังเป็นวัดร้าง

    สำหรับ “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” หรือ “ตาไข่วัดเจดีย์” คือรูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุ 9-10 ขวบ ตั้งอยู่ในศาลาในวัดเจดีย์ เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ วัดแห่งนี้ เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน ตั้งแต่ละแวกใกล้วัด ไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้ทั้งหมด โดยจุดสร้างชื่อของ “ไอ้ไข่” คือ “ขอได้ไหว้รับ” ของหายจะได้คืน, เรียกลูกค้ามาซื้อของ, เสริมการค้าขาย ทำ ยอดขายให้เข้าเป้า และบันดาลโชคลาภ

    บางตำนานบอกเล่าเรื่องราวของ “ไอ้ไข่” แตกต่างกันไป โดยเล่าขานว่า มีที่มาจากการที่ชาวบ้านแถวนั้นเคยเห็นภาพเด็กวิ่งเล่นอยู่ในวัด เมื่อเข้าไปหาดูก็ไม่พบว่ามีเด็กแต่อย่างใด เหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกเด็กที่ปรากฏร่างนั้นว่า “เด็กวัด” เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณที่สถิตอยู่ ณ วัดเจดีย์แห่งนี้ และเรียกวิญญาณดวงนี้ว่า “ไอ้ไข่” ซึ่งเป็นคำที่ชาวบ้านในภาคใต้ใช้เรียกเด็กเล็กๆ เมื่อเชื่อกันว่า “ไอ้ไข่” คือวิญญาณดวงหนึ่ง แต่ไม่มีใครเคยเดือดร้อนเพราะวิญญาณดวงนี้ นอกจากการปรากฏ ร่างให้เห็น ก็อาจจะล้อเล่นกับผู้ที่มาค้างแรมในวัดบ้าง “ไอ้ไข่” จึงเป็น ที่รักของชาวบ้าน ใครมีเรื่องเดือดร้อนอะไร แม้แต่วัวควายหมู หรือข้าวของสูญหายก็จะมาจุดธูปบนบานขอให้ช่วยตามหา ซึ่งมักประสบผลได้ของคืนเสมอ

    อีกหนึ่งตำนานของ “ไอ้ไข่” เล่าขานกันว่า “ไอ้ไข่” คือวิญญาณเด็กที่ติดตามหลวงพ่อทวด เมื่อหลวงพ่อทวดธุดงค์มาถึงวัดร้างแห่งนี้ และรับรู้ด้วยญาณของท่านว่า ที่นี่มีทรัพย์สินโบราณฝังอยู่ จึงให้วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดินอยู่ที่วัดตั้งแต่นั้นมา ในขณะที่บางตำนานก็ว่า “ไอ้ไข่” คือเด็กลูกชาวบ้านแถวนั้นที่เคยวิ่งเล่นในวัด ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นวัดโบราณ ต่อมาเด็กน้อยประสบอุบัติเหตุตกน้ำเสียชีวิต วิญญาณของเด็กผูกพันอยู่กับวัด จึงสถิตอยู่ที่วัดแห่งนี้ตลอดมา

    เมื่อปี 2526 “พ่อท่านเทิ่ม” เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ในขณะนั้น ได้จัดสร้างเหรียญบูชาไอ้ไข่รุ่นแรก พร้อมกับพัฒนาวัดเรื่อยมา ในเวลานั้นพื้นที่แถบนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ได้มีกองร้อยทหารพรานมาตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวอยู่ที่วัดเจดีย์ คืนแรกที่มาพัก ทหารทั้งกองแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะมีเด็กเที่ยวมาหยอกเล่น ดึงแขนดึงขา โดนปืนตีศีรษะบ้าง ล้มราวปืนบ้าง เป็นที่วุ่นวาย รุ่งขึ้นได้เอาเรื่องนี้มาเล่าให้ชาวบ้านฟังถึงรู้ตำนานที่มาของ “ไอ้ไข่” โดยชาวบ้านแนะเคล็ดลับว่า ให้บอกกล่าวดวงวิญญาณไอ้ไข่เพื่อขอมาพักแรม และเมื่อทำอาหารกินกันก็ให้แบ่งเป็นเครื่องเซ่นไหว้ไอ้ไข่ด้วย ปรากฏว่าคืนต่อมาทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีเหตุการณ์รบกวนอีก เรื่องนี้ถูกเล่าขานไปทั่วจนชื่อเสียงของ “ไอ้ไข่” โด่งดังมาอย่างต่อเนื่อง

    จากการที่ “ไอ้ไข่” เป็นที่นับถืออย่างมาก และอยู่คู่เมืองนครมายาวนาน จึงมีการรณรงค์ให้เรียกขาน “ไอ้ไข่” ซะใหม่ว่า “ตาไข่” เพื่อแสดงความเคารพ กระนั้นด้วยความที่ทุกคนคุ้นเคยกับชื่อ “ไอ้ไข่” และภาพของเด็กน้อยที่ติดตา คนส่วนใหญ่จึงยังเรียก “ไอ้ไข่” อยู่เช่นเดิม สำหรับคนรุ่นใหม่บางครั้งก็เรียกท่านว่า “พี่ไข่”

    ใครมีโอกาสไปเยือนวัดเจดีย์ จะได้เห็นของแก้บนและเครื่องเซ่นไหว้ที่อลังการไม่เหมือนวัดใด เพราะร่ำลือกันปากต่อปากว่า ถ้าจะให้ถูกใจ “ไอ้ไข่” ต้องถวายรูปไก่ชน, ชุดทหาร, หนังสติ๊ก และของเล่น อย่าแปลกใจที่ภายในวัดเจดีย์จะเต็มไปด้วยเศษประทัดกองสูงเป็นเนินเขา เพราะนี่คือสัญลักษณ์บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่ผู้คนมีต่อ “ไอ้ไข่” และแสดงถึงผลสัมฤทธิ์จากผู้ที่มาขอแล้วได้รับ แม้จะมีผู้คนหลั่งไหลไปขอพรจาก “ไอ้ไข่” อย่างคึกคักทุกวัน แต่เราจะไม่ได้ยินเสียงโฆษณาชักชวนให้ทำบุญภายในวัด นอกจากเสียงประทัดแล้ว ในวันอังคารและวันเสาร์จะมีกลองยาวแก้บนมาแสดงถวาย “ไอ้ไข่” เป็นพิเศษด้วย โดยวันหนึ่งแสดงกันเป็น 10 รอบเลยทีเดียว

    ทุกวันนี้วัดเจดีย์ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก ปัจจัยต่างๆที่หลั่งไหลมาจากผู้คนที่มีศรัทธาต่อ “ไอ้ไข่” ยังได้เผื่อแผ่แบ่งปันไปยังชาวบ้านรอบๆวัดด้วย ทำให้มีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องบูชา “ไอ้ไข่” กระตุ้น เศรษฐกิจของเมืองนครให้คึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยวิญญาณเด็กน้อยดวงนี้เป็นที่พึ่งทางใจของทุกคนที่เลื่อมใส บารมีของเด็กน้อยที่เรียกว่า เป็นเด็กวัด ได้รวบรวมศรัทธาจากมวลชน สร้างวัดเจดีย์แห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ให้เป็นวัดเจดีย์ที่สวยงามมั่นคง พร้อมทำหน้าที่ดำรงพระพุทธศาสนาสืบไป

    อย่างไรก็ดี ท่ามกลางกระแสความดังของ “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” ทำให้เกิดความพยายามแสวงหาประโยชน์ในเชิงพุทธพาณิชย์จนเกินงามจากถิ่นอื่นๆ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ยืนกรานว่า ทางวัดได้จดลิขสิทธิ์คุ้มครอง “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” มาตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 2551 และยืนกรานว่าไม่เคยอนุญาตให้ “ไอ้ไข่” ไปอยู่วัดอื่น เพราะไม่ต้องการให้กลายเป็นกระแสพุทธพาณิชย์ที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จาก “ไอ้ไข่” โดยทางวัดเจดีย์ได้จดลิขสิทธิ์ไป 10 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ผ้ายันต์, รูปปั้น, เหรียญ และหนังสือไอ้ไข่ อายุลิขสิทธิ์จะคุ้มครองยาวนานต่อเนื่องไปถึง 50 ปี

    ใครนับถือ “ไอ้ไข่วัดเจดีย์” ต้องมีสัจวาจา ยึดมั่นในหลัก “ขอได้ไหว้รับ” ถึงจะศักดิ์สิทธิ์จริง อธิษฐานอะไรก็สมหวัง เพราะมีพลังแห่งความศรัทธา.

    อาคีรา

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ไอ้ไข่ไอ้ไข่ วัดเจดีย์นครศรีธรรมราชซันเดย์สเปเชียลอาคีราไอ้ไข่วัดเจดีย์

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 12:47 น.