Credit : NASA/JHUAPL/SwRIช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ยานอวกาศนิว ฮอไรซันส์ ได้สร้างประวัติศาสตร์โดดเด่น หลังเดินทางออกจากโลกไปเกือบ 10 ปี ด้วยระยะทางกว่า 4,800 ล้านกิโลเมตร และขณะนี้บินโคจรไม่ไกลจากดาวพลูโต ทำให้มนุษย์ได้เห็นพื้นผิวของดาวเคราะห์ เพื่อนบ้านอันห่างไกลแบบที่แสดงรายละเอียดที่แปลกตานักวิจัยของโครงการนิว ฮอไรซันส์ จากสถาบันวิจัยเซาท์เวสต์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เผยว่าดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์ที่น่าตื่นเต้นและมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญคือมีกุญแจบางอย่างที่จะช่วยไขความเข้าใจดาวเคราะห์เล็กๆดวงอื่นๆที่อยู่ไกลจากระบบสุริยะของเราได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลที่ยานนิว ฮอไรซันส์ พบจากดาวพลูโตก็คือเนินทรายทอดตัวยาวราว 75 กิโลเมตร หลุมอุกกาบาตใหญ่ และมีแอ่งสปุตนิก พลานิเทีย (Sput-nik Planitia) ที่มีเนินผลึกมีเทน แอ่งนี้เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนกิจกรรมของดาว อาจมีมหาสมุทรที่มีน้ำเป็นของเหลวจมอยู่ใต้พื้นผิว ทำให้ไม่น่าแปลกใจหากพลูโตจะยังคงมีการแปรสัณฐานเพราะว่ามีมหาสมุทรของเหลว อีกความเป็นไปได้ ก็คือพลูโตอาจเคยเป็นหรือยังมีการปะทุของภูเขาไฟ แต่เป็นแบบ cryolava คือการคายตัวของน้ำ มีเทน หรือสารอื่นๆ ส่วนธารน้ำแข็งที่ตัดผ่านพื้นผิวดาวน่าจะเกิดขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีก่อน Credit : NASA/JHUAPL/SwRIสัญลักษณ์เด่นที่เปรียบเป็น “หัวใจของพลูโต” (Tombaugh Regio) เป็นอาณาเขตแสงสว่างซึ่งขับเคลื่อนบรรยากาศ ภูมิอากาศของพลูโตในแบบที่เกิดในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาที่ช่วยควบคุมสภาพอากาศโลก นอกจากนี้ นิว ฮอไรซันส์ ยังบันทึกภาพดวงจันทร์แครอนบริวารของพลูโต ที่แสดงถึงธรณีวิทยาที่น่าประหลาดใจเช่นกัน.