ความไม่ประมาทและมีสติช่วยให้พ้นภัยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 ให้มูลนิธิ เอเกต ตัณฑชน กก.ผจก.บ.ชายน์นิ่งโกลด์ จิวเวลรี่ และในนามชมรมค้าส่งทองรูปพรรณ มอบเงินบริจาคจำนวน 1,860,000 บาท ให้แก่ ศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สำนักงานมูลนิธิรามาธิบดี วันก่อน. มอบวีลแชร์ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ. สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย มอบรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 10 คัน ให้แก่ พญ.สุวรรณา ไชยชุมศักดิ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรีเพื่อส่งต่อไปยังผู้พิการชุมชนยากไร้ตามภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัด ที่สภากาชาดไทย วันก่อน.“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน...เพิ่งผ่านพ้นวันวิสาขบูชา 6 พ.ค. แม้ปีนี้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติจากการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ทางมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้ทุกวัดทั้งในและต่างประเทศ งดจัดกิจกรรมที่ให้ประชาชนมารวมกลุ่มกันทุกประเภท ยกเว้นการปฏิบัติกิจของสงฆ์ ทำให้บรรยากาศการเวียนเทียนเป็นพุทธบูชา ต้องงดไปตามเหตุแห่งความจำเป็น... อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา 6 พ.ค. ความว่า “ดิถีวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นวันสำคัญสากลของโลก มีกาลกำหนดขึ้นไว้เป็นนักขัตฤกษ์พิเศษ เพื่อให้พุทธบริษัทได้กระทำสักการบูชาแด่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยดวงจิตตั้งมั่นในความเชื่อและความเลื่อมใสต่อพระพุทธคุณ ซึ่งเป็นโอสถวิเศษ และเป็นเครื่องป้องกันสรรพพิบัติภัยทั้งปวง ภัยใหญ่หลวงสำหรับทุกชีวิตตามหลักพระพุทธศาสนามี 3 ประการ กล่าวคือ ความแก่ 1 ความเจ็บ 1 และ ความตาย 1 ไม่มีภัยอื่นใดที่ผู้คนหวาดหวั่นครั่นคร้าม ไปมากกว่าภัยทั้งสามประการนี้อีกแล้ว พระพุทธองค์ ผู้ทรงพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ได้โปรดประทาน หนทางดับภัยไว้แล้วแก่โลก กล่าวคือ “อริยมรรค” ซึ่งเป็นไปเพื่อละ เพื่อล่วงพ้นภัย ย่อมดับเหตุแห่งการเกิด ที่นำไปสู่ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ได้อย่างสิ้นเชิง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระปัจฉิมวาจาก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ว่า “วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” แปลความว่า “สังขารทั้งหลายความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด” จึงขอทุกท่านหันกลับมาพิจารณาชีวิตของตน ผู้ล้วนกำลังเผชิญภยันตรายกันอยู่ทั่วหน้า โดยไม่อาจทราบได้ว่าความเจ็บและความตายจะมาถึงเมื่อไร ขอจงเร่งสั่งสมอบรม “ความไม่ประมาท” ให้ถึงพร้อม ขอจงเร่งขวนขวายสั่งสมเพิ่มพูนกุศลธรรมให้เจริญงอกงามขึ้นในตน เพื่อผล คือ “สติ” และ “ปัญญา” อันสามารถช่วยให้ล่วงพ้นจากภัยได้ ในที่ทุกสถานและในกาลทุกเมื่อ ขอสาธุชนอย่าละเลยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อันนับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย เพื่อความดำรงคงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องใจเวไนยนิกรทั้งปวงสืบไปตลอดกาลนานเทอญ... คติธรรมนี้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และแนวทางปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน ที่จะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤติแห่งความทุกข์ยากไปได้ด้วยดี สาธุๆ น่าหม่ำ อายุษกร อารยางกูร จัดโครงการ Chef Cares มอบอาหารกล่องมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้แก่ พล.อ.ต.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ เพื่อเป็นกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ โดยมี มาริษา เจียรวนนท์, นาตาลี เจียรวนนท์ และ เกริกพล มัสยวาณิช มาร่วมมอบด้วย ที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช วันก่อน. ทุนนิสิต ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม และ รศ.นพ.ปิ่น ศรีประจิตติชัย รับมอบเงินบริจาค 200,000 บาท จาก ศ.พญ.คุณหญิงอัมพร สุคนธมาน และ ปภิญญา ทานสัมฤทธิ์ เพื่อสมทบทุนแก่นิสิตแพทย์จุฬา ที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน. สนับสนุน วีระชัย ธารมณีวงศ์ กก.ผจก.บ.ไบโอวาลิส มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาทให้แก่ อัญชลี โสตถิพันธุ์ เพื่อสนับสนุนสมทบทุนจัดซื้อเครื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 โดยมี กรณิศ วิรานุวัตร มาร่วมมอบด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.เฮ้อ...หลังจาก ศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็น ผู้อำนวยการ ศบค. ผ่อนปรนให้กิจการ และกิจกรรม 6 ประเภท สามารถเปิดดำเนินการได้ อาทิ ร้านอาหาร ร้านตัดผม รวมไปถึงยังเปิดให้ร้านค้า จำหน่ายสุรา และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อนำกลับไปดื่มที่บ้าน ปรากฏว่าเกิดเหตุชุลมุนในซุปเปอร์มาร์เกตของห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในจังหวัดที่อนุญาตให้จำหน่าย เนื่องจากมีประชาชนเฮโลไปแย่งซื้อ เหล้า เบียร์ โดยไม่มีการ รักษาระยะห่าง ตามมาตรการทาง สาธารณสุข...จากภาพที่ปรากฏทำให้ นายกฯประยุทธ์ ถึงกับควันออกหู เตือนเสียงเข้มว่า การรุมแย่งกันซื้อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องขอตำหนิ และสั่งการไปแล้วว่าต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ต้องมีการ จำกัดปริมาณการซื้อ ไม่ให้มีภาพการแย่งชิงกันซื้อขึ้นมาอีก ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการของ รัฐบาล ขอให้ร้านค้าต่างๆ ที่ จำหน่ายสุรา ปฏิบัติตามมาตรการที่ออกมา ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกปิด ไม่ให้ขายอีกต่อไป...หากหย่อนยานไร้ระเบียบ โดนสั่งปิดรอบสอง อย่าโวยก็แล้วกัน วตท.21 กนิษฐ์ สารสิน เป็นตัวแทน นศ.วตท.รุ่นที่ 21 มอบเงินบริจาคจำนวน 250,121 บาท ให้แก่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เพื่อสมทบกองทุนชัยพัฒนาสู้ภัยโควิด-19 โดยมี กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา, ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร และ ภิมลภา สันติโชค มาร่วมมอบด้วย ที่มูลนิธิชัยพัฒนา วันก่อน.สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองไทย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงเมื่อวันที่ 6 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 คน เป็นหญิงไทยที่กลับมาจากประเทศรัสเซีย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม 2,989 คน รักษาหายเพิ่ม 14 คน รวมรักษาหายและกลับบ้านได้แล้ว 2,761 คน ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 173 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวออสเตรเลีย อายุ 69 ปี ผู้จัดการโรงแรม ที่ จ.พังงา รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 55 ราย...ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือเคร่งครัดรักษากฎสุขอนามัย ความหวังที่ไทยจะปลอดผู้ติดเชื้อก็มีโอกาสสูง ของสำคัญ ดร.สุวิทย์ ธนียวัน และ ธรินทร์ ธนียวัน บริจาคเครื่องช่วยหายใจแรงดันเชิงบวกรวมหน้ากากอนามัย มูลค่ารวม 1,200,000 บาท ให้แก่ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ และ พญ.นฤชา จิรกาลวสาน เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่ศาลาทินทัต วันก่อน.ฮัดชิ้ว...การงัดข้อกันใน พรรคพลังประชารัฐ ระหว่างแกนนำ ในสายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กับทีมงาน ของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มือเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนตัว หัวหน้าพรรค จาก อุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็น พล.อ.ประวิตร และเปลี่ยนตัว เลขาธิการพรรค จาก สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เป็น สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กลายเป็นประเด็นการเมืองที่ผุดขึ้นมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ รัฐบาล กำลังทุ่มเททำงานเพื่อต่อสู้กับ ปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สวนทางกับความรู้สึกของสังคมอย่างรุนแรง ทำให้ นายกฯประยุทธ์ ต้องออกโรงเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเอง โดยเรียก อุตตม และ สนธิรัตน์ มากำชับให้ทำงานในความรับผิดชอบต่อไป และเตรียมประสานให้ทั้งคู่ เข้าพบเคลียร์ใจกับ พล.อ.ประวิตร เพื่อสงบศึก ..ประสา “ธนูเทพ” เชื่อว่า เมื่อ นายกฯประยุทธ์ ลงมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ปัญหาก็น่าจะคลี่คลายในทางที่ดี เพราะความจริง ระดับหัวขั้วใหญ่ในพรรค และนั่งอยู่ใน ครม.ต่างสนิทสนมเคารพนับถือกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจาก บริวารแวดล้อม ถ้า ระดับหัวขั้ว เคลียร์ใจจับมือกันได้ และสั่งให้สมุนบริวารของตัวเอง หยุดพฤติการณ์ แย่งชิงอำนาจ ชักใบให้เรือเสีย เพื่อร่วมกันฝ่าฟัน วิกฤติไวรัสร้าย และ มุ่งมั่นทำงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ก็คงได้รับ เสียงชื่นชม มากกว่าเสียงด่า"ธนูเทพ"