ข่าว
100 year

ณัฐพล อนันตสายนนท์ ผู้บริหารไฟแรงแห่ง สไปก้า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 พ.ค. 2563 05:01 น.
SHARE


พร้อมเรียนรู้ผสานการทำงานเก่า-ใหม่ให้สู่จุดมุ่งหมาย

ได้รับการวางตัวให้เข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ณัฐพล อนันตสายนนท์ ผู้บริหารหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์ขานรับโลกยุคใหม่ ที่ได้นำความรู้และประสบการณ์การทำงานจากองค์กรภายนอกมาติดปีกเสริมอาวุธ เพื่อพาธุรกิจครอบครัวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้จากธุรกิจครอบครัวเป็นธุรกิจมหาชน

ณัฐพล หรือ ณัฐ ทายาทคนโตในจำนวน 3 คนของ บุญชัย อนันตสายนนท์ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท สไปก้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำด้านตัวแทนจำหน่ายและผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมประมง ก่อสร้าง การไฟฟ้า การสื่อสารและโทรคมนาคม งานยกขนถ่ายสินค้า เช่น ลวดสลิง รอกไฟฟ้า เหล็กรูปพรรณ อุปกรณ์ช่วยยกต่างๆ เป็นต้น
จากผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก ซึ่ง ณัฐ ได้เข้ามาช่วยงานดูแลเรื่องการขายและการผลิต โดยเล่าเส้นทางการทำงานของตัวเองว่า

“ผมจบด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์นานาชาติ พอจบมีโอกาสได้ไปทำงานที่อื่นก่อน 3 ปี มีทั้งบริษัทไฟแนนซ์ สตาร์ตอัพ ทำด้าน businesses delvelopment และมาทำบริษัทเกม ที่มีทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ กำลังทำงานสนุกอยู่ คุณพ่อก็ชวนให้มาทำธุรกิจที่บ้าน ซึ่งทีแรกเคยคุยกับคุณพ่อ ตั้งใจว่าจะทำงานที่อื่นจนอายุ 30 ปี แล้วค่อยมาช่วยคุณพ่อ แต่ถูกดึงมาช่วยก่อนอายุ 30 ช่วงปลายปี 2014 ต้นปี 2015 ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องประมง โดนกักเรือ กลายเป็นว่าลูกค้าหาย เป็นช่วงวิกฤติของบริษัท จึงเข้ามาช่วยทำระบบ ทำไฟแนนซ์ให้เรียบร้อย การทำงานช่วงแรกต้องปรับตัวกันมากพอสมควร ต้องเรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องการสื่อสารกับผู้ใหญ่ที่เขาทำงานกันมานาน 20 -30 ปี เรามา 2-3 เดือนแรก จะมาบอกให้เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่คงไม่ได้” ผู้บริหารหนุ่ม เล่าให้เห็นภาพอดีต

จากวันนั้นจนวันนี้ ผู้บริหารไฟแรงคนนี้ได้ตกผลึกทางความคิด โดยบอกว่า ได้เข้ามาช่วยงานที่บ้านเข้าปีที่ 7 ประสบการณ์หลักๆ เริ่มต้นได้เรียนรู้จากการที่เราเป็นลูกจ้าง เราต้องแข่งขันระหว่างพนักงาน เราต้องมี Performance ที่โดดเด่นกว่าคนอื่น เพื่อประสบความสำเร็จ พอมาทำงานของตัวเองปุ๊บ เราจะมาแข่งขันกับพนักงานตัวเองคงไม่ได้ ต้องปรับมาเรียนรู้การบริหารคนจำนวนเยอะ ที่คิดว่ามีการปรับตัวมากสุด คือการเข้าหาคน คนที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย และคนที่เป็นพนักงาน พนักงานที่เด็กและผู้ใหญ่ ก็มีวิธีการเข้าหาไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราจะหยิ่งกับทุกคน แต่เราต้องช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จไปด้วยกันมากกว่าแข่งกันเอง ผมคิดว่า อันนี้เป็นบทเรียนใหญ่ที่สุดและเราต้องเรียนต่อไป

“ผมมารับช่วงเป็นเจนที่ 2 ก็ตั้งใจจะทำธุรกิจให้ได้ตามที่คุณพ่อตั้งเป้าไว้ คืออยากจะพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มยอดขายเป็นพันล้านต่อปี ซึ่งผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด สิ่งที่ผมเรียนรู้จากคุณพ่อ คือคุณพ่อเป็นเซลขายที่เก่งมาก ท่านสร้างตรงนี้ขึ้นมาได้ เป็นเหมือนวันแมนโชว์จริงๆ แต่การที่เราจะขยายกิจการจากตรงนี้ ทำคนเดียวคงไม่ได้ คงยากมากๆ ต้องอาศัยมืออาชีพ วิธีเก่า การทำงานแบบเดิมๆ อาจจะทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราต้องการ การทำงานในยุคนี้เราต้องเร็ว เวลา ทำอะไรผมชอบที่จะมีเป้าหมาย เพื่อเป็นทิศทางให้เราก้าวไปสู่จุดที่ตั้งใจไว้”...วิสัยทัศน์ของผู้บริหารหนุ่มที่น่าสนใจคนนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจนเนอเรชั่น Xณัฐพล อนันตสายนนท์ธุรกิจครอบครัวอุตสาหกรรมประมงก่อสร้างไฟฟ้าข่าววันนี้ผู้ชาย

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้