มีข่าวน่าตกตะลึงถึงเลือดถึงเนื้อเกิดขึ้นจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเป็นภัยที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ข่าวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดี ฟังแล้วหวาดเสียวชะมัดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เรื่องมีอยู่ว่า นายเควิน ปราสาท พนักงานรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานนครซานฟรานซิสโก พยายามอย่างยิ่งที่จะขอออกเดตกับหญิงสาวคนหนึ่ง (ข่าวไม่ระบุชื่อ) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานเดียวกัน และมีอยู่ครั้งนึงที่นายปราสาทอยากมัดใจสาวด้วยการซื้อเครื่องประดับให้แต่ฝ่ายหญิงกลับบอกเค้าว่า อย่าชวนเธอออกเดต (ออกไปเที่ยวกันสองต่อสอง) เลย เพราะเธอน่ะ มีลูกวัย 3 ขวบกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ชื่อมาร์ค แมนกัคแคต วัย 31 ปีแล้ว พูดง่ายๆคือ ฝ่ายหญิงน่ะ มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แถมยังมีลูกวัย 3 ขวบนะไม่ใช่ 3 เดือนอีกหนึ่งคน ดังนั้น นายปราสาทจึงไม่ควรที่จะตามตื๊อเธอ เพราะทำให้รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากพูดก็พูดเหอะ ฝ่ายหญิงดีนะที่อุตส่าห์บอกความจริงเรื่องมีแฟนกับลูกแล้วให้นายปราสาท (ที่เข้ามาจีบ) รู้ไว้แต่เนิ่นๆ ไม่ได้ปกปิดเรื่องที่เธอมีแฟนและลูกแล้วไว้เป็นความลับ เธอเปิดเผยก็เพื่อให้หนุ่มที่มาจีบเข้าใจสถานการณ์ว่า เหตุใดพอเค้าเข้ามาจีบทีไร? หรือเข้ามาขอออกเดตด้วย เธอถึงไม่รับนัดและไม่รับไมตรีจากเค้าสักที เธอคงหวังให้นายปราสาททำใจแหละนะที่จริงมีคนชอบย่อมดีกว่ามีคนเกลียดอยู่แล้ว แต่หากชอบแบบขอเดตด้วย โดยที่ฝ่ายหญิงมีแฟนแล้วจึงรับไม่ได้ และแทนที่นายปราสาทจะเข้าใจสถานการณ์ เค้ากลับเก็บกดเรื่องนี้ไว้ในใจหลังจากเธอบอกปัดคำขอของเค้าแล้ว ฝ่ายหญิงกล่าวว่า เธอไม่รู้สึกว่า ถูกนายปราสาทคุกคาม, สะกดรอยตามหรือข่มขู่แต่อย่างใด เธอกับเค้าก็ทำงานไปตามปกติกระทั่งวันหนึ่ง ฝ่ายหญิงเล่าให้นายปราสาทฟังว่า เธอจะทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ เพราะจะย้ายไปอยู่ลาสเวกัสตามแฟนหนุ่ม (ชื่อมาร์ค) ที่ได้งานที่นู่นและจะนำลูกไปอยู่ด้วยพร้อมหน้ากันซึ่งนายปราสาทเคยเจอกับนายมาร์คมาก่อน ตอนที่ฝ่ายหญิงมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังและกล่าวคำอำลากับเค้าว่า กู๊ดบาย (ลาก่อน) เค้าบอกกับเธอว่า อย่าไปเลย ทว่าฝ่ายหญิงไม่ได้พูดอะไรการที่เธอต้องไปจากเค้า คงทำให้ช็อกล่ะมั้ง นายปราสาทจึงตัดสินใจสะกดรอยตามนายมาร์ค แฟนของสาวคนนี้ในตอนค่ำ โดยมีนายโดโนแวน แมทธิว ริเวร่า เพื่อนของนายปราสาทช่วยขับรถให้ อาศัยจังหวะที่มาร์คขับรถมาเก็บที่บ้าน นายปราสาทซึ่งซุ่มอยู่ก็โดดลงจากรถแล้ววิ่งไปที่รถของนายมาร์คพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่ 5-6 นัด ทำให้มาร์คตายคาที่ แล้วเค้าก็หนีขึ้นรถที่เพื่อนเตรียมไว้ออกไปแต่นายปราสาทกับเพื่อน (นายริเวร่า) หนีไม่พ้น ถูกตำรวจจับได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง หลังฝ่ายหญิงให้การกับตำรวจว่า คนก่อเหตุฆ่าแฟนของเธออาจเป็นนายปราสาทก็ได้ ซึ่งก็จริงดังว่า เมื่อตำรวจตามจับตัวคนร้ายได้ นายปราสาทก็ต้องคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานี่ละหนาแค่คนร้ายชวนไปเดตแล้วฝ่ายหญิงไม่ไปด้วย ก็ทำให้ผู้ชายคนนี้เจ็บแค้นได้ ใครขืนเจอผู้ชายแบบนี้บอกได้เลยว่าซวยสุดๆ กระนั้น พวกเราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า คนที่เราพูดคุยด้วย ซึ่งแม้เป็นเพื่อนร่วมงานก็ตาม ทำทีเข้ามาจีบคุณแล้วคุณบอกปัดจะสามารถทำเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้ได้ลงคอ ดังนั้น จึงได้แต่ขอให้ท่านที่อาจเจอกับ เหตุการณ์เช่นนี้ควรระวังตัวเอาไว้ให้ดีคราวนี้จึงอยากคุยเรื่อง หากคุณโดนใครสักคนเข้ามาตีสนิทหรือพูดง่ายๆว่า เข้ามาจีบ นั่นแหละ แล้วคุณจะรับมือกับใครคนนั้นได้อย่างไรบ้าง?บอกตามตรง สุภาพสตรีเมื่อโดนใครสักคนเข้ามาจีบแล้ว ที่จริงคุณ (ผู้หญิง) ก็ควรมีทางเลือกว่าจะรับไมตรีจากคนนั้นไหม? หรือไม่รับเพราะอะไร? ตรงนี้มีเหตุผลมากมายหลายประการ ที่จะไม่รับไมตรีจากเค้า เช่น 1.ในเมื่อฝ่ายหญิงมีแฟนอยู่แล้วทั้งคน แล้วจะไปรับไมตรีจากคนอื่นที่เข้ามาจีบได้อย่างไร? เพราะขืนรับพิจารณาชายคนใหม่ที่มาจีบละก็ หากแฟนตัวจริงรู้เข้า ชีวิตคู่ของคุณคงไม่สุขสงบแน่คุณก็ต้องไปทะเลาะกับเค้าเพราะมือที่ 3 แน่ๆ สาว (ที่เปิดเผยและจริงใจ) จึงไม่รับไมตรีของเค้าตั้งแต่แรกไง ซึ่งถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย2.ถ้ายังไม่ถูกใจชายที่มาจีบเท่าไหร่นัก ฝ่ายหญิงจึงออกตัวนิ่มๆด้วยการบอกปัดไมตรีของเค้าที่มีต่อเธอไปก่อน แต่ยังขอให้พวกเราเป็นเพื่อนแล้วกัน ซึ่งก็ยังดีน้อสำหรับฝ่ายชาย เพราะไม่ใช่ว่าเธอจะไม่อยากติดต่อหรือเจอกับเค้าอีกซะเมื่อไหร่ หรือหากตัดไมตรีไปเลยก็คงโหดต่อจิตใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเกินไปกระนั้นมีนะ หญิงที่ตัดไมตรีจากชายที่มาจีบและเธอบอกไม่ชอบเค้าไปเลยก็มี แม้ดูโหดแต่ไม่ให้ความหวังใดๆดีกว่า3. หากฝ่ายหญิงยังพอถูกใจฝ่ายชายที่มาจีบอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับอยากโอเคเป็นแฟนด้วยทันที มักบอกให้พวกเราเป็นเพื่อนกันไปก่อนดีกว่ามั้ย ถ้าคบเป็นเพื่อนแล้วความรู้สึกมันดีขึ้น บางทีความสัมพันธ์อาจพัฒนาก้าวหน้าไปอีกก็ได้ ตรงนี้ไม่มีใครรู้ จึงปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตแล้วกันดังนั้น ถ้าผู้หญิงจะปัดไมตรีที่ชายมอบให้ ก็จะทำราวๆนี้ แต่ถ้าชอบก็จะชอบได้ไม่มีปัญหา. @@@@เมอร์ลิน