ข่าว
100 year

กินเจ..เว้นชีวิต เพิ่ม “บุญ”-“เสริมดวง”

รัก-ยม6 ต.ค. 2562 05:15 น.
SHARE

“ธงเจ” ตัวอักษรจีนสีแดงเขียนบนพื้นสีเหลือง ที่ใช้ประดับหน้าร้านอาหารเจ คำว่า “เจ” ในทางพุทธศาสนานิกายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ”

เมื่อเป็นเช่นนั้น “การกินเจ” ก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล...รักษาศีล 8 ด้วยการไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว

เนื่องจากไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์รวมเข้ากับการกินเจ กลายเป็นการ “ถือศีลกินเจ” นั่นเอง...การสักการะในช่วงเทศกาลกินเจ จึงมีความหมายถึงการรักษาความบริสุทธิ์ทั้งกาย ใจ

เพื่อการสักการะ หรือการปฏิบัติบูชาถวายเทพยดา

มหัศจรรย์แห่งการกินเจผสมผสานได้กับข้อมูลวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ฉบับรักษาสุขภาพ ปัจจุบันเรื่องทำนองอย่างนี้เกิดขึ้นมาในอดีตเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว

ไม่เชื่อ...ก็ต้องเชื่อ เรื่องราวในอดีตบางอย่างอาจหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ พอมาวันนี้เริ่มคลี่คลาย มีเงื่อนสนับสนุนให้คล้อยตามเห็นประโยชน์

OOOO

“เทศกาลกินเจมีความพิเศษกว่าการไหว้อื่นๆ คือ เป็นการเสริมดวงด้วยการต้องกินเจเป็นเวลาเก้าถึงสิบวัน ปีนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน...เป็นวันกินล้างท้อง และการเสริมดวงที่ครบถ้วนคือไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นสำหรับเทศกาลกินเจโดยเฉพาะ...

เพราะเป็นการต้องตั้งไหว้เจ้าแม่ปั๊กเต้าบ้อกับเทพเจ้า 9 องค์ หรือคำจีนว่ากิวอ๋องเอี่ย ซึ่งภูมิปัญญาโบราณน่าจะต้องมีการตั้งอัฒจันทร์ฮวงจุ้ยพลังไว้ และทุกครั้งก่อนการเริ่มไหว้เทศกาลกินเจ ก็ต้องมีการทำพิธีสร้างปริมณฑลพลังขึ้นมา”

ประเด็นสำคัญที่ว่านี้ จิตรา ก่อนันทเกียรติ นักสะสมความรู้เรื่องจีนตั้งข้อสังเกตพร้อมเน้นย้ำไว้ว่า...“การทำบุญวันเกิดต้องทำล่วงหน้าอย่างน้อยยี่สิบวันก่อนวันเกิดจีน หรือประมาณหนึ่งเดือนก่อนวันเกิดสากล และถ้าให้ดีใกล้ๆวันเกิดทำอีกที จะทำก่อนทำหลังทำวันตรงก็แล้วแต่”

นี่...อาจเป็นอีกเหตุผลที่คนจีนไหว้เจ้าเรื่อยๆ ตลอดปี ไม่ใช่ไหว้แค่ตรุษจีน สารทจีน และกินเจ สะท้อนว่าคนจีนแต่โบราณมีจังหวะของการต้องไหว้เสริมดวงทั้งต้นปี กลางปี และไหว้ก่อนปลายปี ทั้งสามเทศกาลก็มีกระบวนการไหว้ที่ศาลเจ้าที่แตกต่างกันชัดเจน

แน่นอนว่า...“ไหว้เสริมดวงเทศกาลกินเจ ไม่ดีจริงไม่ถือเคร่งมากว่า 200 ปี”

OOOO

พลิกแฟ้มข้อมูลย้ำความรู้ “เทศกาลกินเจ”...เดือน 9 ทางใต้ของไทยที่เป็นสายร่างทรงต้องมีการตั้งมณฑลพิธีด้วยการใช้ธง 5 สี คือ...สีดำ สีแดง สีเขียว สีขาว สีเหลือง ปักให้คุ้มครอง 5 ทิศคือ...

ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศตรงกลาง...คุ้มครองทั้งฟ้าและดิน

แต่ละธงหมายถึงแต่ละกองทัพ มีแม่ทัพเป็นเทพเจ้าที่ล้วนเก่งกล้า เช่น ธงสีเหลืองเป็นธงประจำทัพนาจา มีพลทหาร 33,000 คน มักเป็นทัพหน้าที่บุกไปก่อนเสมอ นี่อาจเป็นอีกเหตุผลที่ศาลเจ้าทางใต้ต้องตั้งนาจา มีการทำพิธีที่เรียกว่า...ปล่อย “ทหารผี” และต้องทำพิธีเลี้ยงอาหารทหารผี

บางศาลเจ้าเลี้ยงทุกวันก็มี และเมื่อเสร็จพิธีต้องเลี้ยงทหารผีให้อิ่ม จากนั้นต้องทำพิธีเรียกทหารผีกลับเข้าธง แล้วทำพิธีเก็บธง ม้วนพับเก็บไว้ที่ศาลเจ้าอย่างเรียบร้อย

คำว่า “เสร็จพิธี” หมายถึงจบเทศกาล คือ เชิญเทพเจ้ากลับขึ้นฟ้า ดับตะเกียงทั้ง 9 เอาเสาลง นำสิ่งที่คนไหว้ให้ปัดเป่าเคราะห์ให้ เช่น ชุดต่างตัว เรือสะเดาะเคราะห์ ต้องนำไปเผาที่ไกลๆ...เช่นริมทะเลไกลๆ

OOOO

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญมีด้วยว่า...“ทุกพิธีกรรมล้วนเพื่อเสริมดวงและเพื่อให้ศาลเจ้าได้ระดมทุนไว้ใช้ตลอดปี” เช่น ศาลเจ้าชิกเซี้ยม่าที่ถนนไมตรีจิต สร้างเมื่อ พ.ศ.2412 ในสมัยรัชกาลที่ 5 จิตราจัดให้เป็นศาลเจ้าที่สร้างสำหรับเทศกาลกินเจเป็นอันดับที่ 5 เปิดแค่...ปีละครั้งคือ “ช่วงกินเจ”

ทุกศาลเจ้าล้วนต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาซ่อมแซม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน

รายได้หนึ่งมักมาจากผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ บางแห่งเป็นทั้งชุมชนช่วยกันลงขันจัดโต๊ะจีน และอีกส่วนจึงมาจากคนที่มาไหว้เจ้าแล้วทำบุญ...จากประสบการณ์ทั้งที่พานพบด้วยตัวเองมากับตาและจากที่ฟังมา...

“มีไม่น้อยที่คนมาช่วยงานศาลเจ้าแล้วเจ้าช่วยให้ได้โชคแบบน่าเล่าลือ อย่างศาลเจ้ากินเจแห่งหนึ่งปิดตายไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่ผู้ที่มาบูรณะให้ศาลเจ้าได้กลับมีชีวิตขึ้นมา มีคนมาขอเซ้งที่ไปทำซุปเปอร์สโตร์รับไปหลายสิบล้าน...”

อย่างศาลเจ้าหนึ่งที่กำลังระดมทุนสร้างใหม่ที่ภูเก็ต คนที่มาช่วยบริจาคทรายก็ได้ธุรกิจบ่อทรายมาช่วยขนของก็ได้งานก้อนใหญ่ แต่อาถรรพณ์จากการไหว้หรือทำพิธีไม่ถูกต้องก็น่ากลัว เช่น...ธง 5 สีเทศกาลกินเจของทางใต้ มีตัวอย่างสองเรื่องด้วยกัน...หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้วก็ย้ำความศรัทธากันไป

เรื่องหนึ่งคือ พ่อซึ่งเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าเอาธง 5 สีกลับบ้าน ไม่นานก็เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ พ่อเสียชีวิต แม่กับลูกสะใภ้นอนรักษาตัวเป็นปี หรืออย่างศาลเจ้าถี่กงตั๋ว...ภูเก็ต เคยเจอไก่ตายยกเล้า จึงลองไปดูธง 5 สีในศาลเจ้าพบว่า...เก็บไม่เรียบร้อย ต้องทำพิธีใหม่เพื่อเก็บงานให้ถูกต้องครบถ้วน

นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า...เวลามีข่าวร่างทรงเสียชีวิต ที่ศาลเจ้าทางใต้ที่เคร่งๆ เขาจะรับรู้กันมาก่อน หรืออาจมาพบภายหลังว่าร่างทรงที่เสียชีวิตอาจผิดเพี้ยนไปจากศีลที่เคยต้องเคร่งและสมถะ ก็จะโดนเอาคืน มีคำเฉพาะว่า...“เจ้าทิ้ง”

ศรัทธาความเชื่อทั้งหมดเหล่านี้ส่งผลให้ทุกวันนี้ยังมีคนกินเจแบบเคร่งอยู่มากมาย...มีคนอยากลองกินบ้างเผื่อได้เสริมดวงแล้วจะโชคดีทุกปีก็เป็นแบบนี้แม้ว่าราคาผักและอาหารเจจะแพงขึ้น เพราะหนีไม่พ้นคำว่า “บุญ” กับการอยาก “เสริมดวง” นั่นเอง

“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” เชื่อไม่เชื่ออย่างไรโปรดอย่าได้ “ลบหลู่”.

รัก-ยม

อ่านเพิ่มเติม รายงานพิเศษ "กินเจ" พลังศรัทธา อิ่มใจได้สุขภาพ

   • เปิดประวัติ "กินเจ" หลากแหล่งที่มา เหตุผลแท้จริงให้อะไรกับเรา
   • ความเชื่อกินเจแบบไทยๆ หรือแค่แฟชั่น ทำไมม้าทรงต้องสำแดงอิทธิฤทธิ์
   • "กินเจ" 9 วัน 9 คืน สุขภาพดี ถือศีลอิ่มบุญ ไม่อ้วน ไม่โทรม
   • เทศกาลกินมังสวิรัติในต่างแดน คึกคัก เทรนด์กินพืชผักกำลังมา
   • อาหารแพง "กินเจ" แค่บางมื้อ แห่ซื้อปรุงสำเร็จ เงินสะพัดหมื่นล้าน
   • ปักหมุด จุดกินเจทั่วไทย ถือศีล-กินฟรี-ประเพณีสุดอะเมซิ่ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กินเจถือศีลกินผักเทศกาลกินเจเหนือฟ้าใต้บาดาลรัก-ยมถือศีลกินเจ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้