กระเทียม สมุนไพรคู่ครัวไทย รสชาติเผ็ดร้อน กลิ่นฉุนแต่แฝงไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ในกระเทียมจะมีสารอาหารทั้ง แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส โปแตสเซียม สังกะสี ซิลีเนียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินซีและใยอาหารวันนี้กระเทียมที่วางขายในท้องตลาดบ้านเรา มีทั้งสายพันธุ์ที่ปลูกในไทยและนำเข้าจากจีน หากเป็นกระเทียมไทย ลักษณะกลีบจะเล็ก กลิ่นหอมฉุนใช้ปรุงอาหารไทยเพื่อดับกลิ่นคาว เพิ่มรสชาติให้อาหารประเภทผัด หรือใช้ทานสดๆ เป็นผักเคียง สรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง ช่วยเผาผลาญอาหารได้ดีอีกด้วยส่วนกระเทียมจีน ลักษณะกลีบใหญ่แต่กลิ่นไม่หอม ฉุน มักใช้แทนในฤดูที่กระเทียมไทยมีปริมาณไม่เพียงพอ โดยการนำเข้ามาเพื่อบริโภคต้องคำนึงคือ ความปลอดภัย โดยเฉพาะในเรื่องสารตกค้างอย่าง ออร์กาโนฟอสเฟต ออร์กาโนคลอรีน คาร์บาเมตและไพรีทรอยด์สารดังกล่าวเมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดอันตรายได้ อย่างสารกลุ่มออร์กาโนคลอรีน เมื่อเข้าสู่ร่างกายมันจะเข้าไปสะสมอยู่ในไขมันตามส่วนต่างๆ เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร มีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด เมื่อยล้าตามร่างกายสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเป็นอันตรายต่อระบบประสาท ทำให้มึนศีรษะ ปวดศีรษะ งง ซึม กระสับกระส่าย กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย อาจชักและหมดสติได้ สารกลุ่มไพรีทรอยด์เมื่อเข้าสู่ร่างกายทำให้คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง เบื่ออาหาร อ่อนเพลียปวดหัวเพื่อลดความวิตกกังวล สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างกระเทียมจีนสดๆ จำนวน 5 ตัวอย่างจาก 5 แผงลอยในตลาดสดในเขตกรุงเทพฯ นำมาวิเคราะห์การตกค้างของยาฆ่าแมลง 4 กลุ่มข้างต้น จำนวนรวม 58 ชนิด ผลวิเคราะห์ปรากฏว่ากระเทียมจีนสดทุกตัวอย่างไม่พบสารดังกล่าว. ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย