จังหวะไม่ลงตัวสักที มักมีเหตุทำให้หนังต้อง “เลื่อน” ฉายจากต้นปีก็เพิ่งจะลงตัวให้แฟนๆคอหนังแนวดราม่า ทริลเลอร์ แอ็กชัน ได้พิสูจน์ฝีมือ นักแสดงหนุ่มก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล กับบทบาทใหม่ในภาพยนตร์เรื่อง “คืนยุติ-ธรรม” ค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส ตัวละครที่มีปมในใจเพราะโดนตราหน้าว่าเป็นฆาตกร จากฝีมือการโปรดิวเซอร์ อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร ถึงในจอจะเป็นสายดาร์กแต่เจ้าตัวคุยฟุ้ง ตัวตนจริงๆเป็นสายแบ๊ว แถมแฟนสาว โบว์ เบญจวรรณ รับได้เพราะรู้จักกันมานาน ใน “คนดังนั่งคุย”มาหลวมตัวเล่นหนังเรื่องนี้ได้ยังไง“พอเราอ่านบทแล้วรู้สึกแปลกดี ไม่ได้เห็นบทแบบนี้นานมากแล้ว เลยตัดสินใจเล่น อ่านบทครั้งแรกอ่านออกเสียงดังๆ เพื่อหาความประทับใจในบท มีตรงไหนบ้างที่เราประทับใจ เซอร์ไพรส์ตรงไหน รู้สึกน่าเบื่อมั้ย สุดท้ายมาเจอ มีความประทับใจหลายส่วน มีความซับซ้อนน่าจะทำให้เราได้ใช้ศักยภาพก็เลยเล่น คาแรกเตอร์ที่มีความซับซ้อน แบล็กสตอรีก็เอามาจากคดีความต่างๆ บวกกับจินตนาการ มีบุคลิกมีความซับซ้อนมาก แต่เป็นความซับซ้อนเพื่อให้เป็นไปในการสร้างแค้น”จะเป็นสายดาร์กว่างั้นเหอะ “ครับ แต่ตัวจริงสายแบ๊วครับ (จ้าาาาา)” การทำงานกับพี่อุ๋ย นนทรีย์แฮปปี้ขนาดไหน“พี่อุ๋ย เป็นไดเรกเตอร์โปรดิวเซอร์ที่เปิดกว้างมากในเรื่องของไอเดีย พี่อุ๋ยจะชอบนักแสดงพาตัวละครมารู้จักเค้า ไม่ใช่ชอบบงการนักแสดงเป็นอย่างที่เค้าต้องการ การทำงานไม่ได้เป็นผลสำเร็จจากคนคนเดียว เป็นความสำเร็จของคนทุ่มเทหลายๆคนมารวมกัน”ถ้าก๊อตเจอเหตุการณ์แบบเดียวกับตัวละคร ตัวเราจะทำแบบในหนังมั้ย “ไม่ มันเป็นการตัดสินใจของคน เรามองไม่ได้รับความยุติธรรมจากสังคม จากกฎหมาย จริงๆมองตามความเป็นจริงมนุษย์เองก็ไม่มีความยุติธรรมต่อสัตว์ แต่เวลาที่เรามองตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำเราจะหาเหตุผลมากมายทำไมเราถึงถูกกระทำ แต่บางทีมอง ย้อนกลับมาแล้วฉันเป็นผู้กระทำในเหตุการณ์ใดบ้าง เรื่องนี้ไม่ใช่ตัวผมเลย ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม การรับผลอะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่แค่ปัจจัยในภพชาตินี้ มีปัจจัยก่อนหน้านี้เยอะแยะมากมาย เพียงแต่ว่าคนมองโลกด้วยโลกวัตถุจะต้องการอะไรที่ตัวเองประเมินผลได้”ร่วมงานรุ่นพี่อย่างพี่ปูเป้ รามาวดี และซูโม่กิ๊ก เกียรติ ล่ะ“เห็นความตั้งใจของพี่ปูเป้ ถึงแม้จะรู้สึกเครียดกับมัน เป็นจิตแพทย์ เค้าพยายามสะกดจิตเราให้เราบอกความจริงแต่ในความเป็นจริงผมสะกดจิตเค้า วิธีการเล่นจะเป็นการปะทะข้างในเยอะมาก ใช้พลังจิต ซึ่งมันเวิร์ก มีหลายซีนที่พี่ปูเป้เซอร์ไพรส์ผมมาก ชอบเลย มีซีนที่เค้าเริ่มหลุด ไม่ใช่คุณหมอที่ใจดีแล้ว แสดงนิสัยดิบๆออกมา ผมว่านั่นแหละมันสวย ส่วนพี่กิ๊กในเรื่องเป็นต้นเหตุที่ทำให้คืนยุติธรรมมันเกิดขึ้น พี่กิ๊กเคยบอกว่ากูไม่ได้เป็นคนผิด การตีความของพี่กิ๊ก ฉันไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นคนที่ปกป้องตัวเอง จะว่าไปใครบ้างไม่เห็นแก่ตัว”ชีวิตจริงเคยมีเรื่องโดนเอาเปรียบบ้างมั้ย“ผมเคยโดนครับ สุดท้ายต้องใช้เวลานานพอสมควรที่จะทำให้ตัวเองให้อภัยได้ ก็โดนเย็บ 6-7 เข็ม” เคยโดนตีเหรอ “ใช่ ตั้งแต่ตอนอายุ 21-22 ความรู้สึกตอนนั้นแค้น โกรธ อาฆาตอยากจะเอาคืนทุกอย่างแต่พอโตมาเรารู้ว่าไม่มีเหตุที่จะทำแบบนั้นสุดท้ายแล้วทำกันไปทำกันมาไม่ได้ช่วยอะไร ใจเราไม่ได้สูงขึ้นด้วย กลายเป็นชนักติดหลังอีก ตอนนั้นหาโอกาสแต่ไม่สบโอกาส สุดท้ายเราโตขึ้น บวกได้แม่ พูดให้เราเห็นเหตุและผลตลอดเลยทำให้เราคิดตามแม่ก็ถูกเนอะ วงจรมันไม่จบ”คำพูดของแม่ที่เตือนสติ ดึงสติเรา “แม่บอกว่ามนุษย์เรามีสิทธิที่จะให้อภัยคน ฟังแล้วกระตุกเลย (ยิ้ม)”...เรียกว่าเตรียมพุ่งตามประสาผู้ชายสายบู๊กลายเป็นผู้ชายอ่อนโยนว่างั้นเหอะ!!ช่วงนี้ยังทำงานหนักหน่วงอยู่มั้ย“ครับ ตอนนี้มีละครเรื่องลายกินรี กับบุพเพฯ 2 หรือพรหมลิขิต บทยังไม่มาเลย เข้าใจบทต้องหาข้อมูล ต้องคิดเยอะกว่าเดิมเพราะภาคแรกทำเอาไว้อลังการมาก” ภาคแรกที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มาเล่นภาค 2 ยิ่งทำให้เรากดดันมั้ย “ในฐานะคนทำการแสดงไม่กดดันเพราะเราทำทุกอย่างตามบท ขึ้นอยู่กับคนเขียนบท คนถ่าย คนตัด เรื่องของพวกคุณแล้วล่ะ (หัวเราะ)”กับงานโกอินเตอร์ล่ะ “คือตอนนี้ผมกำลังคุยกับเอเจนซี หลายส่วนอยู่ เราได้คนซัพพอร์ตเพียงแต่งานที่เรารับผิดชอบในปัจจุบันกินเวลาเราเยอะมากมันเลยทำให้เราไม่สามารถตอบตกลงกับเค้าได้ แต่นี่ทยอยเจอเค้าบ่อยๆ เพื่อรักษามิตรภาพเอาไว้ จริงๆเค้ามีโปรเจกต์ในมือเยอะมากเพียงแต่เราไม่มีเวลา คือผมไม่มีเวลาคือผมตัดสินใจไม่มีเอง ผมรับละคร 3 เรื่องเพราะอยากจะเล่น 3 เรื่องนี้จริงๆ มันคนละคาแรกเตอร์เป็นบทที่คนไม่เคยเห็น”รับละครเบิ้ลขนาดนี้เมกมันนี่เพื่อสร้างเรือนหอรึเปล่า“ไม่เกี่ยวๆ ไม่ใช่เลย ผมอยากเล่นจริงๆ เลยตัดสินใจเล่น อนึ่งเล่นกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เรื่องลายกินรี อยากเล่นมาก บุพเพฯ 2 ก็อยากเล่นอีกเพราะบุคลิกต่างจากตัวนี้ อีกเรื่องอยากเล่นเพราะเป็นละครที่ทำให้เราได้ตอบแทนประเทศพม่า เรื่องจากเจ้าพระยาสู่อิรวดี ทางไทยพีบีเอส ในบทพูดภาษาอังกฤษเยอะมาก”ทำไมถึงอยากเล่นล่ะ “ผมเล่นละครที่ฆ่าพม่ามาเยอะแล้ว นึกออกมั้ย ผมแค่รู้สึกว่าสื่อที่ดีไม่ควรทำให้คนเกลียดกัน ผมเลยรู้สึกการเล่นให้ไทยพีบีเอสเรื่องนี้เป็นการตอบแทน อยากพูดถึงเพื่อนบ้านในมุมที่ดีบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่คนไทยไปใช้ชีวิตอยู่พม่าและได้รับการนับถือจากคนพม่าด้วย ช่วงก่อนก็ต้องไปพม่าทุกอาทิตย์เลย พูดภาษาอังกฤษก็ดีได้ใช้การแสดงที่แตกต่างออกไป”จริงๆ เรื่องภาษาให้โบว์สอนได้อยู่หนิ เพราะในไอจีก็เห็นเค้าพยายามสอนเราพูดเยอรมัน“มีคนไทยสนใจภาษาเยอรมันเยอะ มาปรึกษาเค้าเยอะ เยอรมันผมว่าผมได้ใช้น้อยไง”โบว์พยายามสอนก๊อตน่าดูเหมือนกัน “ไม่รอด (ยิ้ม) เค้าพูดเยอรมันใส่ผมก็จะมั่วใส่ พูดยากอะเหมือนมีเสลดอยู่ในคอ ผมก็จะบอกเค้าสอนภาษาอังกฤษเหอะง่ายกว่า”ก๊อตกับโบว์จะทำแชนแนลเรื่องภาษากันบ้างมั้ย “โบว์อยากทำครับ แต่ผมบอกกับโบว์ ทำแชนแนล สิ่งที่ให้แชนแนลตู้มได้นั่นคือการทำต่อเนื่อง ถ้าเป็นแพชชันของโบว์ โบว์ต้องทำ แต่ผมช่วยนานๆทีครั้งไม่ได้สติก ทุกอาทิตย์คู่กันแบบนั้นผมคง ประสาทกิน ไม่ใช่แพชชันผม ผมอ่านแต่บท ดูแต่หนัง หยุดภาพจดๆ วันๆผมอยู่กับสิ่งที่เราชอบแบบนี้ เค้าก็อยู่ในสิ่งที่เค้าชอบ จอยกันได้ในบางครั้ง”ศึกษาเกี่ยวกับหนังเยอะขนาดนี้แนวทางจับงานเบื้องหลังหรือเปล่า“ผมชอบแสดงแต่ก็ชอบกำกับด้วย ในอนาคตอาจจะมี จริงๆดูหลายโปรเจกต์ ถ้าตัดสินใจทำทุกอย่างต้องพร้อม ฉันพร้อมแล้วที่จะทำ เวลา ความรู้ เงิน 3 สิ่งนี้ เมื่อพร้อมทำเลย ที่เหลือไปแก้ปัญหา ณ ตอนนี้เบื้องหน้าจะเป็นสะพานไปสู่งานเบื้องหลังที่มันมั่นคงกว่าเดิม”สิ่งที่อยากทำเป็นความฝันของเรา “เป็นทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าพร้อมกัน เหมือนซิลเวสเตอร์, ทอม ครูซ, คลินต์ อีสต์วูด เค้าโปรดิวซ์เอง เล่นเอง กำกับเอง บางทีให้เพื่อนกำกับแต่เป็นโคโปรดิวเซอร์กัน เพราะฉะนั้นจะเป็นผลงานที่ถ้าเจ๊งก็เป็นเรื่องของเรา ประสบความสำเร็จก็เรื่องของเราไม่ต้องมานั่งโทษใคร แต่เราได้ลองทำ โดยไม่ได้สนว่ามันจะเจ๊งหรือไม่เจ๊งนะเพราะว่าผมแค่อยากทำเหมือนเด็กอยากเล่นบอล ไม่ได้สนใจจะได้ถ้วย ถ้าเราไม่ซีเรียสเรื่องเงินเรื่องเวลา เราควรสนุกเหมือนเด็กเตะบอล ผมคิดแบบนั้น” ชงตัวเองเป็นสายแบ๊วขนาดไหน“สายต๊องครับ คนทั่วไปจะเห็นผมว่าเป็นคนซีเรียส จริงจัง แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วจะรู้ว่าผมจริงจังไม่กี่เรื่องเอง เรื่องจริงจังก็ต้องจริงจังแต่บางคนไม่ชิน เค้าเจอพาร์ตแสดงๆๆ บทบาทที่แสดงเจอแต่จริงจังแต่เค้าไม่รู้หรอกตัวจริงผมเพี้ยนจะตาย เราเป็นคนบ้าๆบอๆ เวลาอยู่บ้านทำอะไรพิลึกกึกกือเยอะแยะมากมาย คนคิดไม่ถึงหรอก สมมติพี่เค้ามาห้องแล้วไม่รู้จักก๊อต จิรายุ จะเห็นผู้ชายเอาปากคาบพู่กัน เอามือเอาเท้าคาบพู่กันพร้อมกัน 6 อัน แล้วเขียนภาพพี่คิดว่าไอ้นี่บ้ามั้ย ผมอยากรู้ว่ามันยากขนาดไหนไม่ลองจะไปรู้เหรอว่าเป็นยังไง เราแค่ต้องการประสบการณ์จากคนอื่นเราเลยทำเรื่องบ้าๆบอๆ”พฤติกรรมแปลกๆแบบนี้โบว์รับได้มั้ย “เค้าชินกับความเพี้ยนของผมแล้วล่ะเพราะผมเพี้ยนทุกวันไง ถ้าไม่เพี้ยนแบบนี้หรือไม่คิดต่างแบบนี้ผมจะไม่ได้อะไรคิดสร้างสรรค์เลยจริงๆ เพราะว่ากระบวนการเป็นเด็กอีกครั้งนึงทำให้เราเจอเสียงบางเสียง”จริงๆคู่เราเป็นสายหวานแหววมั้ย“ผมไม่รู้อะไรคือหวานหรือไม่หวาน ดูไม่ออกแยกไม่ออก ผมเป็นคนทื่อๆ แต่ในความทื่อมีความโค้งอยู่เยอะมากซึ่งมันเป็นการแสดงออกถึงความรักในแบบของผมซึ่งผมไม่สนใจจะเรียกว่าหวานหรือขม เปรี้ยว (หัวเราะ)”นิสัยตรงไหนของกันและกันถึงทำให้เราคบกันได้ยาวนานขนาดนี้ “ข้อนึงที่เรามีแน่ๆ คือต่างยอมรับว่าเราเห็นแก่ตัว เรามีความต้องการของตัวเรา เรากล้ายอมรับในเรื่องนี้ เมื่อไหร่ที่คุณมีความคาดหวังจะให้ผมทำแบบนึง คุณต้องเข้าใจว่าถ้าผมทำในสิ่งที่คุณคาดหวัง ความผิดไม่ได้เป็นเพราะผมผิดแต่มันเป็นเพราะคุณคาดหวังให้มันเป็น คุณรักตัวเองเราบอกรักคนอื่นแต่จริงๆเรารักความเห็นแก่ตัวของเราพอเราเข้าใจกันแบบนี้เราเลยอยู่ด้วยกันได้ ยอมรับซึ่งกันและกัน แต่ถ้าบางอย่างยอมไม่ได้ก็คือไม่ได้ อย่างผมจะมีเวลาผมปลีกวิเวก โบว์เค้าก็มีเหมือนกัน ไม่ใช่มานั่งจี้ไปไหน เป็นแบบนั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ เค้าไม่ตามเพราะรู้ว่าถ้าตามแล้วผมเป็นยังไง ตามแล้วเครียด แต่ต้องเปลี่ยนและพัฒนาให้เจริญทั้งคู่ มีนิสัยหลายอย่างที่ฉุดรั้งกับความยากจน ฉุดรั้งกับการตัดสินผู้อื่น มองโลกคับแคบ ต้องแก้นิสัยพวกนี้ให้ได้ ไม่งั้นทุกข์เพราะวางใจไม่ได้ ผมรู้จักตัวเอง เค้ารู้จักตัวเอง กลายเป็นคนรู้จักตัวเองคนสองคนมาอยู่ด้วยกันเลยไม่ค่อยทะเลาะ ถ้าจะทะเลาะกันส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องผมไปผิดเวลา นัดเที่ยงแต่ผมเที่ยงออก โดนด่าเลย เค้าเป็นคนเยอรมัน เรื่องเวลาจะเป๊ะแต่งอนก็แป๊บเดียว กินของหวาน แป๊บเดียว อะเลิต หวานอยู่ออกสื่อต้องเก๊กหน่อยสิ (หัวเราะ)”."ทีมข่าวบันเทิง"