เปลี่ยนลุคเป็นสาวเปรี้ยวสุดมั่นครั้งแรก สำหรับนางเอกสาว พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร กับบทบาทของ เดือนพัตรา ในละครเรื่อง “ลูกไม้ลายสนธยา” ทางช่อง 7 ประกบคู่พระเอกดัง ฌอห์ณ จินดาโชติ งานนี้ พิม ทุ่มสุดตัว เพื่อ 2 ผู้จัดป้ายแดง แห่งวิก 7 สี เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี และ พิม-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกรติดตามอ่านนิยายเรื่อง “ลูกไม้ลายสนธยา” ได้ที่นี่โดย พิม เผยว่า “เรื่องนี้พลิกบทบาทเป็นผู้หญิงมั่นใจ เปรี้ยว มีความคิดเป็นของตัวเอง สู้คน พลิกจากบทบาทแต่ก่อนที่เคยรับมาเลย แต่ก่อนได้รับบทเรียบร้อยใสๆ แต่อันนี้เป็นบทที่ท้าทายมาก เปลี่ยนคาแรกเตอร์ให้คนดูได้เห็นอะไรใหม่ๆ เดือนพัตราเป็นจุดศูนย์กลางของตัวเรื่องทั้งหมด ทุกตัวละครจะพุ่งเข้ามาทำร้ายตัวละครตัวนี้เพราะทุกคนต่างจะเข้ามาเอาชีวิต ด้วยความที่เรากุมความลับและเป็นเจ้าของบ้านที่ทุกคนอยากครอบครอง อยู่ในอันตราย ตลอดเวลา เรื่องนี้ไม่ได้มีพาร์ตบู๊แต่ต้องวิ่งหนี หกล้มหัวฟาด โดนอุ้ม เหนื่อยวิ่งเพราะวิ่งหนีทั้งเรื่องเลย วิ่งบนรองเท้าส้นสูงด้วย เป็นอะไรที่ท้าทายเราได้ทำเต็มที่ของเราพิมรู้สึกว่าเราได้รับโอกาสจากพี่เจี๊ยบและพี่พิม เค้าให้ทำอะไรเราทำได้หมดเพื่อที่เราตอบแทนโอกาสที่เค้ามอบให้ ไม่ง่ายนะที่เราจะได้โอกาสดีๆแบบนี้ เรารู้สึกว่าเมื่อเราได้รับมาแล้วเราต้องทำให้มันดีที่สุด เพราะว่าเค้าเลือกใครก็ได้เป็นนางเอกที่ดังกว่าพิม เก่งกว่าพิม ดึงดูดมากกว่าพิม เพราะพิมถือว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่แล้วยังไม่มีเพาเวอร์พอที่จะดึงคนดูได้ตั้งแต่ภาพแรกที่คนเห็น ซึ่งขอบคุณพี่เจี๊ยบและพี่พิมที่ให้โอกาสนักแสดงใหม่อย่างพิม และเชื่อว่านักแสดงตัวเล็กๆคนนี้ทำได้”ประกบฌอห์ณ สามีแห่งชาติเบอร์ต้นๆ ซะด้วย?“ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับพี่เค้า รู้สึกเป็นเกียรติมาก ขอบคุณมากๆที่พี่เค้าให้เกียรติมาเล่นละครกับเรา เค้าถือเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพมีประสบการณ์ ที่สำคัญที่สุดพี่เค้ามีน้ำใจ ไม่ได้แค่แนะนำการแสดงอย่างเดียว แต่ช่วยพิมในหลายเรื่องด้วย รู้สึกอบอุ่นใจเวลาอยู่ในกองเหมือนเราไม่ได้ไปลำพัง เค้าจะบอกพิมตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มถ่ายเลยว่าเราเป็นคู่หูกันนะ เราจะไม่ทิ้งกัน และเค้าทำอย่างนี้จริงๆเค้าช่วยเหลือ จะมีบางฉากที่เป็นซีนดราม่ามันยากที่จะเล่น พี่เค้ามืออาชีพเล่นเทกเดียวผ่านพิมอาจจะหลายเทก เค้าคงเหนื่อยแล้ว ผู้กำกับให้ผ่านไปแล้ว เค้าไม่ต้องเล่นเต็มก็ได้เพื่อส่งอารมณ์ให้พิมทุกคัต แต่เค้าเล่นเต็มที่ให้พิมหมด พี่เค้าบอกว่าพี่เล่นส่งให้พิม พิมจะได้เล่นได้เจอแบบนี้พิมประทับใจนะ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงที่มีน้ำใจขนาดนี้ เค้าไม่ได้ทำให้พิมคนเดียวแต่ทำให้ทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่พิมได้รับจากการสังเกตในสิ่งที่เค้าทำ ไม่ว่าจะเป็นช่างไฟ พร็อพ เค้ามีน้ำใจหมด ถามว่าพี่ฌอห์ณชื่นชมพิมในไอจีอ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ดีใจค่ะ รู้สึกโชคดีทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกับพี่เค้านะ เป็นมิตรภาพที่ดี พิมว่าเป็นความโชคดีที่เราได้ร่วมงานกับคนดีๆคนเก่งๆ เราได้รับพลังบวกทุกครั้ง”ทุกคนชมพิมในเรื่องความอึด เราได้ลูกอึดลูกบ้ามาจากอะไร?“พิมเต็มที่กับทุกอย่างนะ ความที่เราได้อะไรมายาก แฟนคลับพิมจะรู้ดีเลยว่าพิมไม่ใช่นักแสดงที่อยู่ในสายตามาตั้งแต่แรก ละครเรื่องนึงไม่ใช่อยู่ดีๆจะมีให้เราเลือกเยอะแยะมากมาย เราต้องรอกว่าจะได้เล่นละครเรื่องนี้ก็รอ 2 ปีกว่าจะมาถึงเรา เลยรู้สึกว่าเราต้องเต็มที่ทำให้มันดีที่สุด และพิมจะคิดว่ามันเป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายของเรา ถ้าเราทำไม่ดีมันก็จะไม่ดีไปเรื่อยๆ เราไม่รู้ข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่ครั้งนี้เรามีสิ่งนี้อยู่ในมือเรา เราต้องทำให้มันดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ให้เค้าเห็น เพื่อที่เราจะได้ภูมิใจในตัวเองว่าเราทำได้ ไม่ให้ผู้ให้โอกาสเราผิดหวังด้วย พี่เจี๊ยบ พี่พิม เชื่อใจและให้โอกาสเรานั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย เค้าทุ่มเทขนาดนี้ และเค้าเชื่อใจเรามากๆ โดยที่เราไม่มีอะไรประกันได้เลย เรายิ่งต้องทำให้มันดี” เราแบกความกดดันกับหน้าที่ ตรงนี้?“ยอมรับเลยว่ากดดันค่ะ แรกๆพิมจะเครียดมากถึงกับเล่นไม่ได้ เพราะเราไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง เราเองก็ไม่อยากผิดหวังด้วย รอมานานมากนะกับโอกาสนี้ เราจะทำพลาดไม่ได้ กลายเป็นความกดดัน แต่เป็นข้อดีที่ผลักดันตัวเองเช่นกัน มีความพยายาม มีความอึด ให้เราอดทน ไม่ว่าจะเหนื่อยยังไงแต่โอกาสมันมาแล้ว เราต้องสู้”ความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?“พิมมีเป้าหมายของตัวเองคืออยากประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นอย่างอื่นจะจางไปเลย ด้วยความที่คุณพ่อพิมอายุเยอะ มีลูกช้า เราเห็นพ่อเพื่อนๆบางคนไม่ได้อายุมากเท่าพ่อเราเริ่มเจ็บป่วยเข้า รพ.บ้าง เริ่มมีคำถามว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จให้เค้าสบายเลย กลัวไม่ทัน ภาพเริ่มชัดเรื่อยๆ จากเราทำงานสนุกๆ เราดูแลครอบครัวได้ส่วนนึง แต่เป้าหมายไม่ชัดเท่าตอนนี้ ตอนนี้เราอยากประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อให้คุณพ่อสบายใจ และได้เห็นและเราภูมิใจในตัวเอง” ความรักสามารถเติมเราให้มีชีวิตชีวามีพลังควบคู่กันไป?“ใช่ค่ะ พิมไม่ได้บอกว่ามีไม่ได้ พิมแค่มองว่าโฟกัสงานมากกว่า ถ้ามันดีแล้วส่งเสริมเป็นกำลังใจให้กันมันก็ดีค่ะแต่พิมแค่รู้สึกถ้ามีแล้วมีปัญหาดังนั้นพิมโฟกัสตรงนี้ดีกว่า ตอนนี้ก็มีคนคุย มีศึกษา แต่ว่าไม่ได้ลงลึกอะไรมาก แค่ให้เป็นความรู้สึกดีที่คอยเติมเต็ม ไม่ใช่ เรื่องหลักที่เราจะโฟกัสเท่านั้นเอง คนที่คุยเป็นคนนอกวงการค่ะ”เค้าเข้าใจเราขนาดไหน?“มีไม่เข้าใจบ้าง พิมถึงบอกว่ายังไม่อยากโฟกัส ปัญหามันมีอยู่แล้วแหละความไม่เหมือนกัน ความไม่ได้อยู่ในวงจรเดียวกัน ความเข้าใจต่างๆ ไม่ได้เข้าใจทุกอย่าง พิมพยายามทำให้เค้าเห็นว่าพิมทำงานพิมตั้งใจ และเค้าจะรู้สึกได้เองว่าเค้าต้องให้กำลังใจเรา ดูไปเรื่อยๆ ไม่ได้ปิดโอกาสตัวเอง ถือว่าโตแล้วมีแฟนได้ พิมก็เหมือนผู้หญิงทั่วไปอยากมีครอบครัวในอนาคต เป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ปิดตัวเอง”.