ยิ้มรับกระแสเกินความคาดหมาย สำหรับ บิ๊กเอ็ม–กฤตฤทธิ์ พรมบุตร พระเอกหนุ่มจากละคร “หงส์เหนือมังกร” ทางช่อง 7 หลังจากโดนวิพากษ์วิจารณ์ไม่เหมาะกับบท “จางเหา” แต่ไม่ทำให้หมดกำลังใจ ยิ่งช่วงนี้คุณแม่กลับมาอยู่ด้วยแล้วยิ่งเบิกบาน ความรักกับน้องสนิทอย่างเนย-ปภาดา นางเอกร่วมช่อง กำลังแฮปปี้เป็นสายบุญเหมือนกัน ชีวิตดี๊ดีจริงๆ โดยบิ๊กเอ็มเปิดใจว่า “กับละครเกินคาดหมายมากเพราะกระแสตอบรับดีมาก กระแสชื่นชมนักแสดง ทีมงาน ทุกคนดีมาก จากตอนแรกทุกคนแอนตี้นิดหน่อย ละครจะออกมาดีหรือเปล่า จะเจ๋งหรือเปล่า กลายเป็นว่าออกอากาศทุกคนชื่นชมทั้งของผมและของน้องโบว์-เมลดา”ตอนแรกที่มีเสียงวิจารณ์รู้สึกยังไงบ้าง “ผมว่าเป็นเรื่องปกติ การที่นักแสดงคนนึงจะได้มารับบทละครระดับตำนานขนาดนี้ค่อนข้างคาดหวังก็เป็นเรื่องปกติที่เค้าจะต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ส่วนใหญ่รอดูทำออกมาได้ดีหรือเปล่า จะทำออกมาได้ดีหรือเปล่า”เหมือนคนดูไม่เชื่อฝีมือรู้สึกยังไงบ้าง “ถ้าใครได้ติดตามผลงานของผมจะบอกว่าผมเป็นนักแสดงอีกคนที่มีฝีมือน่าจะทำผลงานเรื่องนี้ออกมาได้ดี แต่บางคนไม่เคยชมละครเลยจะตั้งคำถามไหวหรือเปล่า”เรื่องนี้แนวดราม่าหนัก “จริงๆ ดราม่านี่เป็นแนวถนัดของผมเลย ผมเกิดจากละครดราม่า และบทละครเรื่องนี้ก็จะคล้ายๆกับบทละครที่สร้างชื่อให้ผม”ติดตามอ่านนิยายเรื่อง "หงส์เหนือมังกร" ได้ที่นี่ ร่วมงานกับโบว์–เมลดา เป็นยังไงบ้าง “น้องเป็นคนน่ารักมาก เป็นคนที่ฮา เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะให้กับกองละครเลยก็ว่าได้ เค้าเล่นบทบาทในเรื่องเครียดมากแต่ตัวจริงตลกมาก สั่งคัตตลกเลย”ความตลกโปกฮาบิ๊กเอ็มสู้น้องโบว์ได้บ้างมั้ย “สู้ไม่ได้ครับเพราะผมเป็นคนเงียบๆ วันไหนเข้าฉากซีนอารมณ์ ดราม่า ผมจะทำสมาธิ ไม่ค่อยสนุกสนานเท่าไหร่”ทำให้ตัวเราเครียดไปมั้ย “ผมก็เฮฮาบ้างนะ ผมกลัวว่าเราจะทำไม่ได้ เราต้องทำสมาธิมากๆ แต่ ผู้กำกับจะสอนเราว่า เวลาทำการบ้านมาเราอย่าเอามาใช้ตอนถ่ายทำทั้งหมด ผู้กำกับอยากให้เราเป็นธรรมชาติที่สุดปล่อยทุกอย่าง เวลาเข้าฉากจะได้อะไรสดๆมากๆ”กับวันงานเลี้ยงเอเย่นต์ไทยรัฐ เห็นบิ๊กเอ็มพาคุณแม่ออกงานด้วย ปกติไม่ค่อยเห็นเลย “พอดีคุณแม่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ออกงานครั้งแรกเลย” จะมีโอกาสที่แม่กลับมาอยู่เมืองไทยยาวๆมั้ย “แม่จะอยู่เมืองไทย 6 เดือน อีก 6 เดือนจะอยู่เมืองนอก ช่วงนี้แม่กลับบ้านก็ไปไหนด้วยตลอดเพราะแม่เป็นผู้จัดการให้บิ๊กเอ็มด้วย มีแค่แม่คนเดียว เมษาแม่ก็กลับแล้ว”6 เดือนที่แม่กลับมาอยู่ด้วยวางแผนพาแม่เที่ยวยังไงบ้าง “ปลายปีวางแผนกันจะไปเชียงใหม่ 5 วัน ขึ้นดอย ชอบอากาศเย็นๆ เราอยู่กรุงเทพฯอากาศไม่ค่อยหนาวก็เลยอยากอยู่อากาศเย็นๆบ้าง”ทริปนี้ใครรีเควสต์แม่หรือลูกที่อยากไป “ผมตั้งใจจะไปสวดมนต์ข้ามปี ปีที่แล้วก็ไปเชียงใหม่ ไปสวดมนต์กัน ปีนี้ตั้งใจจะไปที่วัดป่าแดด ก็ไปทุกปี และปีนี้ขอเที่ยวเยอะๆ เพราะปีที่แล้วไปสวดมนต์และเที่ยวแบบกระชั้นชิดมาก ปีนี้เลยจะยาวนิดนึง สวดมนต์ข้ามปีก่อนค่อยเที่ยว ที่จะไปสวดมนต์ข้ามปีเป็นเพราะแม่นี่แหละที่อยากไป”ทำมากี่ปีแล้วที่สวดมนต์ข้ามปี “ปีนี้จะเป็นปีที่ 2 ครับ ไม่เคยไปสวดมนต์ข้ามปี ที่จริงจะไปสวดมนต์ที่บ้าน ไปสวดมนต์ที่วัดไม่เคย จริงๆผมก็ชอบทำบุญ เข้าวัดอะไรอยู่แล้ว”อะไรทำให้เราอยากสวดมนต์ข้ามปี แทนที่จะเลือกรับงาน “จะไปเที่ยวไปเมื่อไหร่ก็ได้แต่การสวดมนต์ข้ามปีเป็นช่วงเวลาจากปีนี้ก้าวไปอีกปีนึง มันมีแค่ครั้งเดียววันเดียวเท่านั้น อย่างช่วงเคาต์ดาวน์คนเยอะ วุ่นวาย ซึ่งผมก็เคยไปปาร์ตี้สังสรรค์บ่อยแล้วก็เลยเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง”เห็นความแตกต่าง “เราได้ความสบายใจนะ ขึ้นอยู่กับจิตใจของเรามากกว่า”ตั้งใจพาแม่เที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ “ปีนี้ตั้งใจจะไปดอยหลวง ที่เชียงดาว เค้าว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดบนดอยของเชียงใหม่”ช่วงเวลา 6 เดือน แม่ไปไหนมาไหนด้วยตลอด “รู้สึกดีนะ อย่างแรกบ้านสะอาดขึ้นเพราะแม่มาอยู่ด้วย มีของกินตลอด อย่างเราอยู่บ้านไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูแลบ้าน ไม่ทำกับข้าว จะซื้อข้าวมา ตื่นเช้ามาอุ่นกินไม่ค่อยได้อยู่บ้าน บ้านจะรกๆ บ้านเป็นที่ซุกหัวนอน อย่างแม่มาทุกอย่างก็จะดีขึ้น” พอแม่กลับมาเห็นสภาพบ้านโดนบ่นมั้ย “แม่ก็บ่นนะ แต่ว่าผมไม่ได้ให้แม่ทำ ผมจ้างแม่บ้านมาทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์”แสดงว่าก่อนหน้ากลับมาแม่จะเช็กสภาพบ้านตลอด “ใช่ๆ แม่จะถามตลอด ดูแลบ้านให้ดี บ้านเพิ่งซื้อเพราะไม่อยากให้มันเก่า ไม่อยากให้มันสกปรกที่บ้านเลี้ยงหมาด้วยเลยหาวิธีไม่ให้มันสกปรกเลยล้อมคอกให้หมาอยู่ ก็เหมือนล้อมคอกตัวเองด้วย อยู่แต่ข้างบน (หัวเราะ)”ช่วงแม่กลับมาอาหารการกินแน่น ทำให้บิ๊กเอ็มอ้วนขึ้นบ้างมั้ย “แม่เหมือนเทรนเนอร์คนนึงเลย แม่จะไม่ให้ผมกินของอ้วน อันนี้หวานนะ ห้ามเลย ไปกองผมกินข้าวสองจานแม่จะห้ามแล้ว หรือไปกองไม่มีข้าวจะเอาผักสลัดมาให้กิน แม่จะเข้มงวดเรื่องอาหารการกินพอสมควร ไม่ใช่แม่มาอยู่ด้วยจะอยู่ดีกินเยอะไม่ใช่อย่างนั้น กินดีใช่ แต่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพมากกว่า ก็รู้สึกดีนะ ช่วงที่เราอยู่บ้านคนเดียวอยากกินอะไรกิน ตื่นตอนไหน ถ้าแม่มาได้เวลากินข้าวเช้าจะมีเสียงเรียกลงมากินข้าว ถ้าไม่ตื่นแม่จะโยนหมาใต้ผ้าห่มให้หมาปลุก (หัวเราะ) อาหารจะเป็นเพื่อสุขภาพ เค้าเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งแม่บ้านเป็นทั้งตู้เอทีเอ็ม เป็นทั้งเทรนเนอร์ดูแลรูปร่าง”แม่เป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้บิ๊กเอ็มด้วยมั้ย “ถ้าผมชอบใครแม่ก็ชอบด้วยไม่มีอะไร เพราะเค้าเชื่อใจเรา ถ้าคบใครต้องคบคนที่ดีอยู่แล้ว ต้องเป็นผู้หญิงที่ดี แม่จะไม่ค่อยหวงเท่าไหร่”มีพาน้องเนยมาเจอคุณแม่บ้างยัง “เจอกันบ่อยอย่างปีที่แล้วไปทำบุญด้วยกัน สวดมนต์ข้ามปีด้วยกัน ไปทั้งครอบครัว”ปีนี้ก็ชวนเนยมาสวดมนต์ข้ามปีด้วยกัน “ปีนี้อาจจะครับ”ตอนนี้สนิทกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ขยับขึ้น “ก็สนิทกันมากขึ้น เพียงแต่ว่าช่วงนี้ต่างคนต่างยุ่งแต่มีคุยกันบ้างชวนกันทำบุญบ้าง พวกเราไม่ค่อยห่างเรื่องบุญเท่าไหร่”เชื่อในเรื่องทำบุญร่วมชาติ “ไม่ถึงขนาดนั้น (ยิ้ม) ที่บ้านของน้องเค้าก็สอนให้ธรรมะธัมโม ที่บ้านผมก็เหมือนกันชอบทำบุญเหมือนกัน เวลาว่างจะชวนทำบุญกัน กินข้าว ถ้าเป็นเรื่องทำบุญไปไหนไปกัน แต่ถ้าเรื่องเที่ยวก็ไม่ค่อยนะเพราะผมไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถ้าไปเที่ยว พ่อกับแม่น้องไม่ไปก็จะไม่ได้ไปกันอยู่แล้ว”แสดงว่าไม่ค่อยได้ไปไหนกันสองต่อสอง “ไม่ค่อยครับ อย่างที่เห็นรูปในไอจีถ่ายกันสองคนก็ไม่ได้ไปกันสองคนนะ ไปกันเป็นสิบคน โพสต์รูปเดี่ยวน้องก็ไม่ได้หมายความว่าเราไปไหนกันสองคน ส่วนใหญ่ผมทำงาน เวลาว่างจะเต็มที่ไปไหนไปกันขอไปกับเพื่อนไปเยอะๆ สนุกชอบ แต่เวลาทำงานผมจะตัดเพื่อนไปเลย”.