วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"วิชัย ศรีวัฒนประภา" ฝากไว้ในแผ่นดินไทย

"วิชัย ศรีวัฒนประภา" ฝากไว้ในแผ่นดินไทย

  • Share:

ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า วันที่ล้มกลายเป็นผงธุลี คงเหลือแต่ความดีให้คนจดจำ!! “เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา” คือตัวอย่างของความดีที่ไม่มีวันตาย แม้วันนี้เขาจะจากโลกไปอย่างน่าเสียดาย แต่คุณงามความดี, ความเมตตาและความโอบอ้อมอารีของประธานกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์จะยังคงฝากไว้ในแผ่นดินไทย

ถ้าพูดถึงความจงรักภักดีต่อแผ่นดินไทย “เจ้าสัววิชัย” คือหนึ่งในตัวอย่างของคนไทยที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ชนิดที่ว่าเทิดไว้ยิ่งเหนือเกล้า เขาคือผู้ปลุกกระแสการจัดทำสายรัดข้อมือริสต์แบนด์ “เรารักพระเจ้าอยู่หัว Long Live The King” ให้บานสะพรั่งไปทั่วประเทศ โดยในครั้งนั้นจัดทำขึ้นเป็นรุ่นแรก ภายใต้มูลนิธิคิง เพาเวอร์ เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อจำหน่ายให้ประชาชนชาวไทยทั่วไปได้มีโอกาสร่วมถวายความจงรักภักดี โดยนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายขึ้นทูลเกล้าฯถวายแด่ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9

ด้วยวิสัยทัศน์ยาวไกลของ “เจ้าสัววิชัย” ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่าไม่เป็นสองรองใครในโลก และพร้อมสนับสนุนคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก เขาได้ผลักดันให้กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ริเริ่มโครงการ ตอบแทนคืนสังคมอย่างยั่งยืน นั่นคือ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์พลังคนไทย” โดยมุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ด้านกีฬา, ด้านดนตรี, ด้านชุมชน ตลอดจนด้านการศึกษาและสุขภาพ

ด้านกีฬา “SPORT POWER” เจ้าสัวหัวใจเพชรวางแนวคิดไว้ว่า ควรมุ่งเน้น “การปั้นนักกีฬาไทยสู่ลีกยุโรป” โดยพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ให้มีความสามารถด้านกีฬาฟุตบอลในทุกมิติ คนใกล้ชิดทราบดีว่าเขารักกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากจะทุ่มเทปลุกปั้นทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ จนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางเสียงกึกก้องของเพลงสรรเสริญพระบารมี “เจ้าสัววิชัย” ยังมุ่งมั่นจะยกระดับฟุตบอลไทยสู่ความเป็นฟุตบอลอาชีพ โดยจัดตั้งโครงการ “Fox Hunt Leicester City Academy ตามล่าจิ้งจอกสายพันธุ์สยาม” เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เข้าเรียนรู้ทักษะฟุตบอลระดับอาชีพถึงถิ่นสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ และสโมสร OH Leuven ประเทศเบลเยียม เพื่อต่อยอดอนาคตของนักเตะเยาวชนไทยได้มีช่องทางเข้าไปเล่นในลีกฟุตบอลระดับยุโรป ถือเป็นโอกาสสำคัญในชีวิตที่เงินไม่สามารถซื้อได้

นอกจากนี้ ยังมีการบุกเบิกโครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” มอบลูกฟุตบอล จำนวน 1 ล้านลูก ให้กับเยาวชนไทยและชุมชน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านกีฬา โดยนับตั้งแต่ริเริ่มโครงการเมื่อกลางปี 2560 ได้ส่งมอบลูกฟุตบอลให้กับเด็กไทยทั่วประเทศไปแล้วกว่า 200,000 ลูก และตั้งเป้าจะแจกให้ครบ 1 ล้านลูก ภายในปี 2565 ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการจัดทำโครงการ “100 สนาม พลังเยาวชนไทย” เพื่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม จำนวน 100 สนามทั่วประเทศ ภายใน 5 ปี โดยเริ่มส่งมอบในปี 2560 จำนวน 20 แห่ง หวังให้เยาวชนไทยได้มีพื้นที่ออกกำลังกาย ห่างไกลจากยาเสพติด ยิ่งกว่านั้นคือ การมอบโอกาสให้กับเด็กๆที่รักกีฬาได้สานฝันของตัวเองให้เป็นจริงต่อไป

ในด้านดนตรี “MUSIC POWER” เจ้าของตำนานคิง เพาเวอร์ ใฝ่ฝันอยากเห็นดนตรีไทยได้อวดศักยภาพอย่างเต็มที่บนเวทีระดับนานาชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนไทยคุ้นชินกับโรงละครอักษรา ในฐานะโรงละครไทยร่วมสมัย ที่มีเทคนิคการแสดงแสงสีเสียงได้มาตรฐานเทียบเคียงกับโรงละครชั้นนำระดับโลก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าโรงละครแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากปณิธานของ “เจ้าสัววิชัย” ที่ต้องการสนับสนุนศิลปะไทยและดนตรีไทยอันทรงคุณค่าให้เคียงคู่สังคมไทยไปตราบนานเท่านาน ขณะเดียวกัน ก็ตั้งใจอนุรักษ์ศิลปะไทยเก่าแก่ เช่น หุ่นละครเล็ก ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่แผ่นดินไทย แม้แต่ดนตรีสากลก็ได้รับการอุปถัมภ์ไม่แพ้กัน โดย “คิง เพาเวอร์” ร่วมสนับสนุนการจัดประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจุดประกายเสียงดนตรีให้ดังก้องกังวาน พร้อมประกาศให้โลกรู้ถึงพลังด้านดนตรีของคนไทยที่ก้าวไกลไปถึงระดับสากล

สำหรับด้านการพัฒนาชุมชน “COMMUNITY POWER” พันธกิจสำคัญที่ทายาทรุ่นหลังของ “เจ้าสัววิชัย” จะต้องสานต่อคือ การบอกให้โลกรู้ว่าของไทยนี้ดี โดย “คิง เพาเวอร์” พร้อมเปิดโอกาสให้สินค้าไทยได้เฉิดฉายสู่สายตาชาวโลกอย่างสง่างาม เพื่อช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหัตถกรรม, อาหาร, ขนม และของที่ระลึก สิ่งที่เจ้าสัวหัวใจเพชรย้ำเสมอคือ ชาวบ้านไม่ต้องการความสงสาร แต่พวกเขาอยากใช้ความรู้ความสามารถ เพื่อสร้างอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ผลงานที่ถือเป็นความภูมิใจจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีอาทิ การปลุกปั้นผลงาน “แก้วเป่า” ของ “ภพต์ เทภาสิต” ประธานสหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์คนพิการไทย จนขึ้นแท่นเป็นสินค้าโอทอปที่ขายดีที่สุดในหมวดของที่ระลึกจาก “คิง เพาเวอร์” ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการจัดโครงการส่งเสริมสินค้าชุมชน โดยพาสินค้าชุมชน ซึ่งผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้านชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร โกอินเตอร์ไปอวดสายตาชาวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ภายใต้ คอลเลกชัน “INDIGO” (อินดิโก้) วางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยยังคงชูจุดแข็งและภูมิปัญญาของท้องถิ่นไทยไว้ทุกกระเบียดนิ้ว พร้อมต่อยอดสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ

ในอีกมิติของการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนคือ การริเริ่มโครงการ “พลังคนไทย สุขาสุขใจ” เพื่อสร้างห้องน้ำให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยว โดยที่ออกแบบและมอบสุขาในรูปแบบสากล สำหรับผู้ชาย, ผู้หญิง และผู้พิการ เพื่อให้เป็นห้องน้ำของทุกคนอย่างแท้จริง ซึ่งจะต้องสะดวกสบายและปลอดภัย พร้อมดำเนินการจัดสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อไปติดตั้งยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ นับเป็นการเสริมสร้าง ภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทย

ก็เพราะเชื่อมั่นว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต้องมาก่อน “เจ้าสัววิชัย” จึงให้ความสำคัญยิ่งกับเรื่องการศึกษาและสุขภาพของคนไทย “EDUCATION & HEALTH POWER” โดย “คิง เพาเวอร์” ได้ฉีกกรอบการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขแบบเดิมๆ ด้วยการสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา เริ่มจากการร่วมสร้างอนาคตเด็กไทยผ่านมูลนิธิคิง เพาเวอร์ มายาวนานถึง 13 ปี เพื่อให้เด็กๆได้ทุ่มเทกับการเรียนอย่างเต็มที่ โดยไม่เพียงสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน, สื่อการเรียนการสอน, ช่วยซ่อมแซมอาคารเรียน และสร้างห้องสมุด “คิง เพาเวอร์” ยังสร้างรากฐานอนาคตที่ดีให้คนไทย โดยมอบทุนการศึกษาเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เปิดโลกกว้างไปหาความรู้ในต่างประเทศเพื่อกลับมาช่วยพัฒนาเมืองไทย

และที่ลือลั่นระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์คือ “โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ซึ่ง “เจ้าสัววิชัย” ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ภายใต้การนำของ “ตูน บอดี้สแลม” เริ่มเส้นทางจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปจนถึงอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าสัวผู้เป็นตำนานได้มอบเงินสนับสนุนตั้งแต่เริ่มโครงการฯ 24 ล้านบาท และร่วมผนึกกำลังกับเหล่าพันธมิตรระดมเงินสนับสนุนรวมเป็นยอด 100 ล้านบาท ยิ่งกว่านั้นคือ เจ้าสัวยังไฟเขียวให้อัดฉีดเงิน 27 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฉายภาพยนตร์ในโครงการก้าวคนละก้าว เปิดให้คนไทยได้ชมฟรี จำนวน 750,000 ที่นั่ง ทั่วประเทศ ถึงกับมีการบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ไทยให้เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ของชาติ ที่สะท้อนถึงพลังความสามัคคีของคนไทย

“เจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา” หัวใจช่างน่ากราบ...คือหัวใจ ของ “สุภาพบุรุษผู้มีแต่ให้” อย่างแท้จริง.

ทีมข่าวหน้าสตรี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้