การประท้วงจีนเกี่ยวกับเรื่องทิเบตมีอยู่เรื่อยๆครับ ขออนุญาตเรียนตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเรื่องการประท้วงพวกนี้แทบทุกครั้ง เพราะสหรัฐฯต้องการจะมีเครื่องมือในการดึงจีนให้มีปัญหาความวุ่นวาย ไม่ให้มีความสงบเพียงพอในการพัฒนาประเทศ สหรัฐฯจึงลงทุนกับไอซีที หรือ International Campaign for Tibet ภาษาไทยก็คือ โครงการรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อชนชาติทิเบต โดยให้ทุนดำเนินการและให้ตั้งสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯตั้งแต่ พ.ศ.2552 เป็นต้นมา มีชาวทิเบตมากกว่า 153 คน จุดไฟเผาร่างของตนเองเพื่อเรียกร้องให้จีนยอมให้ทะไลลามะเดินทางกลับสู่ทิเบตตั้งแต่ พ.ศ.2502 องค์ทะไลลามะองค์ปัจจุบันจากบ้านเกิดไปอยู่ที่เมืองธรรมศาลา สาธารณรัฐอินเดีย พ.ศ.2562 ทะไลลามะอพยพออกจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่อินเดีย ครบ 60 ปี ทุกคนทำนายทายทักตรงกันว่าสหรัฐฯคงจะเอาเรื่องทะไลลามะมาเล่นหนักที่สุดในปีหน้านี้เมื่อวานผมรับใช้ถึงทะไลลามะองค์ที่ 5 คือ ท่านโลซาง กยัตโซ ซึ่งเมื่อท่านมรณภาพ ขุนนางปิดข่าวอยู่นาน จนถึง พ.ศ.2239 ราชวงศ์ชิงของจีนจึงบังคับให้ทิเบตยอมให้ทะไลลามะองค์ที่ 6 คือ ท่านซังหยาง กยัตโซ ขึ้นครองราชย์ แต่องค์นี้ไม่ยอมบวชและเป็นคนเจ้าสำราญ ชอบเขียนกลอนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับความรัก ผู้คนชอบ แต่ปกครองบ้านเมืองไม่ได้ จึงถูกฆ่าจะเห็นว่าจีนเริ่มเข้ามาแทรกแซงทิเบตจากการตั้งทะไลลามะองค์ที่ 6 จนถึงองค์ที่ 7 คือ ท่านคัลซาง กยัตโซ องค์นี้คนทิเบตไม่ค่อยยอมรับ จึงมีคนประท้วงท่านอยู่บ่อยๆ สุดท้ายก็โดนกบฏ ท่านจึงต้องหนีไปขอความช่วยเหลือจากจีน จีนจึงมีความชอบธรรมยกทัพเข้ามาแทรกแซงทิเบตเมื่อ พ.ศ.2263 และนำทะไลลามะองค์ที่ 7 กลับไปปกครองทิเบตตามเดิม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จีนก็สถาปนาการปกครองเหนือทิเบตอย่างหลวมๆปัญหาภายในของทิเบต บางครั้งก็มาจากองค์ทะไลลามะเอง หลายครั้งก็มาจากผู้สำเร็จราชการแทน ผมเรียนไปแล้วนะครับว่า เมื่อทะไลลามะองค์ใดองค์หนึ่งมรณภาพและกำลังแสวงหาทะไลลามะองค์ใหม่ อำนาจของทะไลลามะจะตกอยู่กับผู้สำเร็จราชการที่มักจะยึดอำนาจไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ทะไลลามะองค์ที่ 9-12 ไม่ได้มีชีวิตยืนยาว พวกผู้สำเร็จราชการจึงก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายอยู่เป็นประจำ กระทั่งทะไลลามะองค์ที่ 13 คือ ท่านทุปเตน กยัตโซ ผู้ซึ่งชีวิตในช่วงวัยเด็กเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตราย ทะไลลามะองค์นี้นี่ล่ะครับ ที่ไปเปิดความสัมพันธ์กับรัสเซีย อังกฤษตอนนั้นปกครองอินเดียอยู่ก็กลัวรัสเซียจะมามีอิทธิพลทางแถบนี้ จึงยกทัพเข้าไปที่กรุงลาซาเมืองหลวงของทิเบตโดนอังกฤษบุก ทะไลลามะทุปเตน กยัตโซ จึงต้องหนีไปมองโกเลีย และไปจีนเมื่อ พ.ศ.2447 อีก 6 ปีต่อมา จีนจึงยกทัพไปบุกทิเบต โดยอ้างว่าทิเบตอยู่ภายใต้การปกครองของจีน ทะไลลามะองค์ที่ 13 จึงหนีไปอินเดีย เมื่อกองทัพทิเบตขับไล่กองทัพจีนออกไปแล้วจึงกลับมา และตั้งใจพัฒนาทิเบตให้ทันสมัย รวมทั้งตั้งใจล้มอิทธิพลของจีน และสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลอังกฤษในอินเดียทะไลลามะองค์ที่ 13 มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษา การฝึกหัดทหาร และด้านอื่นๆ จนทำให้พวกลามะฝ่ายอนุรักษนิยมไม่พอใจ พระองค์มรณภาพเมื่อ พ.ศ.2476 ข้าหลวงจีนจึงพาเด็กชายคนหนึ่งไปยังเมืองลาซาและให้บวชเป็นทะไลลามะองค์ที่ 14 ชื่อว่า เทนซิน กยัตโซ ซึ่งเป็นองค์ปัจจุบันจีนเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์เมื่อ พ.ศ. 2492 เป็นคอมมิวนิสต์ปุ๊บ จีนก็ยกทัพเข้ารุกรานทิเบตปั๊บ ทะไลลามะตอนนั้นอายุ 15 ปี จึงรีบรับอำนาจปกครองทิเบตก่อนถึงเวลา (18 ปี) แล้วย้ายไปอยู่เมืองจุมบี ใกล้ชายแดนอินเดียเรื่องทะไลลามะยังไม่จบ ต้องมาว่าในวันพรุ่งนี้ครับ.อ่านเพิ่มเติมทะไลลามะ (1)นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com