วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ่ายเงินอุดปากชาวสวนยาง

จ่ายเงินอุดปากชาวสวนยาง

โดย ลมกรด
4 ธ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ความไม่เอาไหนของรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือเป็นจุดอ่อนหนึ่งของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาราคายางพาราและปาล์มตกต่ำ ชาวสวนภาคใต้เรียกร้องขอความช่วยเหลือมาเป็นปี แต่คุณกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ซึ่งรับตำแหน่งมาปีกว่า กลับไม่สามารถบรรเทาความทุกข์เข็ญของชาวสวนยางได้เลย ปลูกยางต้นทุนกิโลกรัม 60 กว่าบาท แต่ขายได้ 3 กิโล 100 บาท ขาดทุนเท่าตัว

ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายข้าราชการประจำจะกลายมาเป็นแพะรับบาปหรือเปล่า ล่าสุดปลัดกระทรวงเกษตรฯมีคำสั่งให้ คุณจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็น หัวหน้าคณะทำงานจัดทำแผนการผลิตพืชหรือสินค้าเกษตร เป็นระยะเวลา 3 เดือนเป็นการชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำให้เสร็จก่อนจะมีการเลือกตั้งได้รัฐบาลชุดใหม่

ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา วงเงิน 18,604 ล้านบาท ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรฯ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกินรายละ 15 ไร่ แบ่งเป็นให้เจ้าของสวนยาง 1,100 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่

ขณะเดียวกันคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีรมว.เกษตรฯเป็นประธาน เสนอโครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพารา หรือถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ ทั่วประเทศ 75,032 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 92,327 ล้านบาท

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะกำลังจะมีการเลือกตั้ง กลัวผู้นำรัฐบาลจะเสียคะแนนนิยม ผมเชื่อว่ากระทรวงเกษตรฯคงไม่กุลีกุจอเข็นมาตรการดังกล่าวออกมา และมาตรการอุ้มชาวสวนยางครั้งนี้ก็ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องยั่งยืน การให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,800 บาท เป็นแค่การช่วยเหลือค่าครองชีพเป็นการชั่วคราว หวังแค่อุดปากชาวสวนยาง ไม่ให้ออกมารวมตัวเคลื่อนไหวในช่วงนี้เท่านั้น

หนำซ้ำมาตรการนี้ยังมีช่องโหว่ตรงที่ให้เงินช่วยเหลือกับเจ้าของสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องเท่านั้น ขณะที่ชาวสวนยางที่ปลูกยางในที่ดินที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าราย ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ ทั้งๆที่ชาวสวนยางกลุ่มนี้ต้องจ่ายเงินเซสส์ (เงินสงเคราะห์เข้ากองทุน) ในอัตรากิโลกรัมละ 2 บาทเหมือนกัน ชาวสวนยางกลุ่มนี้จึงเกิดความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนข้อเสนอทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพารา เมื่อต้นปี 2559 ที่ประชุม ครม.เคยมีมติให้กระทรวงเกษตรฯและการยางแห่งประเทศไทยทำโครงการ ส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ ตั้งเป้าให้มีการใช้ยาง 1 แสนตัน แต่ทำได้จริงแค่ 1 พันตันเท่านั้น ลองไปตรวจสอบดูก็ได้ว่าตอนนี้ถนนยางพารา

มีกี่สายกันเชียว อย่ามาอ้างเลยว่าติดเงื่อนไขกรมบัญชีกลางไม่ประกาศราคากลาง ถ้าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบใส่ใจจะแก้ปัญหา คงไม่ปล่อยคาราคาซังมาจนป่านนี้

ผมเลยไม่แน่ใจว่าโครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตรที่ กนย.เสนอขึ้นมาคราวนี้ จะเป็นแค่โครงการขายฝันเพียงเพื่อซื้อเวลาหรือเปล่า

มียุทธศาสตร์ที่พูดกันมานานแล้ว และไทยก็เคยทำสำเร็จ โดยจับมือกับประเทศที่ผลิตยางในภูมิภาคนี้ ทั้งลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เพื่อรวมกลุ่มต่อรองกับประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ แต่น่าเสียดายกระทรวงเกษตรฯยุคนี้ไม่กระตือรือร้นที่จะเดินสายรวมกลุ่มประเทศผู้ขายยางเลย

รัฐมนตรีว่าการไม่เชี่ยวชาญการเกษตร รัฐมนตรีช่วยก็ได้แต่ภาพนักวิชาการแต่ทำงานไม่เป็น แล้วเกษตรกรจะฝากความหวังกับใครได้ล่ะครับ??

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้