วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
4 รมต.ออกปลายปี ลุยเต็มตัวงานพรรค พปชร.ชาวบ้านคืนนกหวีด ‘เทือก’

4 รมต.ออกปลายปี ลุยเต็มตัวงานพรรค พปชร.ชาวบ้านคืนนกหวีด ‘เทือก’

  • Share:

“บิ๊กตู่” รับปรับตัวเข้าโหมดการเมือง มีคนแนะเป็นนักการเมืองต้องหน้าด้านกว่าเดิม “บิ๊กป้อม” ถกลับฝ่ายความมั่นคง สั่งเข้มเกาะติดสถานการณ์ห้ามเด็ดขาดปลุกปั่นยุยง “ปณิธาน” ยัน ธ.ค.ได้เห็นหน้าตา พ.ร.บ.ไซเบอร์ติดหนวด “อภิสิทธิ์” บอกประชาชนไม่มั่นใจ 24 ก.พ.62 ได้กาบัตร ตั้งท่าขวางรัฐบาลแห่งชาติหยันเกิดยาก “ธนาธร” ควงแม่-พี่สาวบุกรำลึกบ้านเก่าตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” หวั่น คสช.อ้างพรรคการเมืองป่วนเลื่อนเข้าคูหา “เครือข่ายเพื่อไทย” แตกตัวรับวิกฤติ ดันเลือดใหม่ถือธงนำ “ไทยรักษาชาติ” สะพัด “ปรีชาพล พงษ์พานิช” นั่ง หน.พรรค “มิตติ ติยะไพรัช” คั่วเลขาฯ เก็บ “เพื่อธรรม” เป็นบ้านสำรองถ้าถูกยุบ “วรวัจน์” ไขก๊อกนำร่อง 7 พ.ย.เปิดตัวคนรุ่นใหม่นำการเปลี่ยนแปลง “กุสุมาลวตี” แย้ม อดีต ส.ส.อีสานหนุนลูกชาย “พายัพ” นำทีม “ภูมิธรรม” ปัดสมาชิกยี้ “เจ๊หน่อย” แห่หนีย้ายสังกัด 4 รมต. พปชร.ยันปลายปีทิ้งเก้าอี้แน่

พรรคการเมืองต่างๆต่างเคลื่อนไหวจัดการประชุมใหญ่ จัดทัพภายในพรรคเพื่อเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง แต่กระแสความไม่เชื่อมั่นว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.2562 ออกไปอีก กลับมาเป็นประเด็นในแวดวงนักการเมืองวิจารณ์กันอย่างหนาหู ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง กำชับให้ติดตามสถานการณ์การเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง ห้ามไม่ให้มีการจัดกิจกรรมที่เป็นการยุงยงปลุกปั่น

“บิ๊กตู่” บ่นอย่ารอกันแต่ประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำนักวิจัยจากประชาคมวิจัยภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย 500 คน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้าน Bio-Circular-Green (BCG) Economy เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมอบสมุดปกขาว BCG in Action : การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนทุกประเด็น อย่าไปคิดอะไร ที่มองกันว่า ประชาธิปไตยไทยยังไม่พร้อม วันนี้ถือว่าประชาธิปไตยเต็มที่ ใครจะด่าว่าอะไรรับหมด ไม่มีห้ามใครทั้งนั้น ขอฝากไว้ด้วยจะถึงใครก็ไม่รู้จะชอบไม่ชอบ รักไม่รักตนไม่ว่า แต่ต้องมองว่าประเทศอยู่ตรงไหน แต่อยากให้นำพาคนเหล่านั้น เพราะอย่างไรเขาก็เป็นคนไทย เอากลับมาคิดร่วมกันกับท่าน ไม่ต้อง มาอยู่กับตนก็ได้ แต่ไม่ใช่มาจับตาจ้อง แล้วโจมตีมันจะทำอะไรไม่ได้

โวงบฯไทยนิยมคือ ปชต.ฐานราก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าโครงการไทยนิยมหลายคนบอกไม่เกิดประโยชน์ใช้งบฯ 2 แสนบาทต่อหมู่บ้าน หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำแบบจีนนี่แหละคือสิ่งที่เขาทำในประเทศเขา และประยุทธ์นี่แหละนำมาทำ ตนก็รู้จักเขาเอาคนไปทำประชาคมหมู่บ้าน ให้เลือกจะทำอะไรกับเงิน 2 แสน ส่วนใหญ่เอาไปซ่อมถนน ถามว่าจะทำอย่างอื่นหรือไม่ ก็ไม่เอานี่คือหลักคิดหลักประชาธิปไตยเป็นอย่างนี้ ต้องเอาตามเสียงส่วนใหญ่ ส่วนน้อยต้องเคารพ อย่ามาบอกว่างบไทยนิยมไม่เกิดประโยชน์ เอาไปหาเสียง หลายอย่างบิดเบือนผิดเพี้ยนไปหมด นี่คือการสร้างประชาธิปไตยในระดับฐานราก ระวังอย่าไปเป็นเหยื่อเขาแล้วกัน ทำให้บ้านเมืองปลอดภัยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งอย่าให้กลับไปที่เดิม ส่วนเรื่องการทุจริตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไปฟาดฟันกันมา

พ้อคนไทยดูแต่ละครไม่ฟังนายกฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้มีทนายหลายคนออกทีวีทุกช่อง เช้า กลางวัน เย็น ควรจะเป็นทนายในศาลหรือเปล่าไม่รู้ หรือเป็นทนายในสื่อมวลชน ที่ชอบออกมาขยายคดีนั้นคดีนี้ สิ่งนั้นถูกสิ่งนั้นผิดนี่คือโลกยุคดิจิทัลที่ห้ามกันลำบาก พอห้ามก็มีปัญหา ทุกคนต้องมีจิตสำนึกทำสิ่งที่ไม่ให้สังคมเกิดความวุ่นวาย คนไปติดภาพจำอยู่ได้ลอตเตอรี่ 30 ล้าน ตามเรื่องอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง ส่วนตัวคน 2 คนก็ไปลงโทษขึ้นศาลกัน วันนี้พอตื่นขึ้นมาส่วนใหญ่ฟังข่าวแล้วมีความทุกข์แทนคนนั้นคนนี้ ตอนนี้ทุกคนเป็นตำรวจ ศาล อัยการ หมอ รู้หมดแต่รู้ไม่สร้างสรรค์ มีแต่สร้างความวุ่นวาย ตื่นตระหนก ความไม่สบายใจเหมือนหาความทุกข์ใส่ตัว พอเปิดดูละครเจออีก แม้เป็นสันทนาการแต่ควรมีจิตสำนึกว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เราเน้นบทคนใช้ พ่อตา แม่ยาย มรดกตกทอด แต่พวกที่นั่งดูอยู่ มรดกก็ไม่มีแต่เอาใจช่วย รอแล้วรออีกที่จะดูละคร แต่เวลาตนพูดไม่ฟัง เพราะไม่สนุก ไม่มัน ถ้าฟังละครด่ากันแป๊บเดียวมีความสุขนอนหลับ แบบนี้ต่างประเทศไม่ทำกัน อยากดีอยากได้แบบต่างประเทศต้องคิดใหม่ทำใหม่

โต้รัฐบาลไม่ได้ถังแตกตูดขาด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องภาษีต่างๆยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีตูดขาด เงินในกองทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในอันดับต้นๆของโลก คนที่ออกมาพูด ว่าเรามีคนจนมากขึ้นทุกปี โกหกทั้งสิ้น แต่สาเหตุมาจากปีแรกให้ขึ้นทะเบียนคนจนก็ไม่ยอมขึ้น ต้องการรักษาความลับส่วนตัว กลัวถูกหาว่าจน แต่พอมีเรื่องเงินเข้ามาก็เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นเรื่องธรรมดาที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับเอสเอ็มอีไม่ยอม ขึ้นทะเบียนเพราะกลัวเสียภาษี แล้วอยากเป็นอย่างต่างประเทศ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขไปวิจัยกระบวนการเคมีทางสมอง แก้ให้ตนด้วยสมองตนก็เสียสับสนอลหม่านไปหมด

รับปรับตัวลุยการเมืองต้องหน้าด้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นนายกฯมา 4 ปี บอกให้พูดเพราะๆ ยิ้มหวานๆ แต่เป็นทหารมา 40 ปี เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็ขอโทษ ถ้าเป็นนายกฯที่ไม่ได้ดั่งใจ ไม่สุภาพเรียบร้อย แต่ก่อนหงุดหงิดเป็นทหารด่าตนมากๆโมโหก็ปรับตัว เพราะเขาบอกว่าเป็นนักการเมืองต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ตนไม่จำเป็นต้องหน้าด้านหน้าทน แต่เอาความดีเข้ามาสู้ แล้วอย่าไปเขียนว่าตนว่านักการเมืองไม่เกี่ยวกัน ถ้านายกฯพูดไปขยายต่อกันได้เรื่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก ไปต่างประเทศเขาชอบทุกประเทศจับมือกับตนจนเจ็บมือ ยังไม่หายเลยบอกว่าไม่มีคนคบ เดี๋ยวกำลังจะไปอีกโดนจับมืออีก ถ้าไม่อยากคบ จะจับมือทำซากอะไร แล้วมีคนไปเขียนไปต่างประเทศไม่มีที่พักกำลังเรียกรถจะหาที่นอน ไม่มีที่อยู่ ที่กิน เข้าใจคิดเขาไม่ต้อนรับ ถ้าไม่ต้อนรับจะให้ตนเข้าประเทศ วีซ่าจะผ่านหรือ ไปจับมือกับนายกฯฟินแลนด์-เนเธอร์แลนด์ บอกว่าเป็นตัวปลอม ไปจ้างใครมาจับมือก็ไม่รู้ มันแปลงกันได้ทุกวัน

“บิ๊กป้อม” ประชุมลับถก ก.ม.มั่นคง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมฝ่ายความมั่นคง มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการ สมช. เข้าร่วมการประชุมลับ โดยเลขาธิการ สมช.ได้เสนอกฎหมาย 2 ฉบับคือร่าง พ.ร.บ.ต่อต้านการก่อการร้าย และร่าง พ.ร.บ.การให้ข้อมูลลับ

จากนั้นนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องกฎหมายเลขาธิการ สมช.จะเป็นผู้ชี้แจง บางฉบับ ต้องปรับแก้อีก ไม่อยากให้ร่างกฎหมายออกไปแล้วคนรู้สึกว่ามีปัญหา ทุกหน่วยงานคงเรียนรู้จากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จึงต้องปรับแก้ไขก่อนจะเป็นประเด็น

กัดติดสถานการณ์รับเลือกตั้งห้ามยุยง

นายปณิธานกล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร สั่งการให้ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะวันนี้กิจกรรมการเมืองมีมากและซับซ้อน มีการใช้สื่อสมัยใหม่เข้ามาช่วย ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องพิจารณาว่ามีเรื่องใดบ้างที่กระทบต่อความมั่นคง เราไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกิจกรรมที่สามารถรับฟังได้ แต่ถ้าพบว่าขัดกฎหมาย ก่อให้เกิดการยุยงปลุกปั่นอย่างนั้นทำไม่ได้ ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง แต่เฝ้าระวังตามปกติ เมื่อมีการกำหนดให้หาเสียงอย่างชัดเจน ฝ่ายความมั่นคงจะเข้าไปติดตามสถานการณ์แต่ละพื้นที่ รวมถึงการจัดระเบียบที่เข้มข้นด้วยเช่นกัน เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้ต่างประเทศมาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง นายปณิธานกล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต. ขณะนี้องค์กร ระหว่างประเทศทำเรื่องขอเข้ามาสังเกตการณ์หลายองค์กรแล้ว บางหน่วยงานได้พบปะพูดคุยกับ กกต.แล้ว เพื่อทำให้บรรยากาศชัดเจนโปร่งใส คสช.ต้องดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้วเพื่อไม่ให้มีปัญหาแทรกซ้อน

ธ.ค.ลุยคลอด พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์

เมื่อถามว่าในฐานะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายปณิธานตอบว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สรุปความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และภาคเอกชน ที่ไประดมความคิดเห็นในรอบแรกว่ามีอะไรน่ากังวลบ้าง และจะมีการกำหนดแต่ละเรื่อง เพื่อจะนำข้อเสนอใหม่เพื่อไปคุยกับภาคประชาสังคม ภาคราชการ และเอกชน อีกครั้งเดือน พ.ย. เพื่อดูว่ามีอะไรที่ต้องปรับแก้ไขบ้าง และประมาณต้นเดือน ธ.ค.จะเห็นรูปร่างหน้าตาของกฎหมายดังกล่าว โดย พล.อ.ประวิตรเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือที่ดีของรัฐบาลในอนาคต แต่ต้องทำให้สมดุล จากนี้จะมีร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกมาด้วย เพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องน่ากังวลอะไร และปลัดกระทรวงดีอีค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือที่ดี และต้องการผลักดันภายในเวลาที่เหลืออยู่ให้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนี้ออกมาให้ได้

“มาร์ค” ชี้ ปชช.ไม่มั่นใจ ลต.24 ก.พ.62

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถามทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ถึงกรณีรัฐบาลมีโอกาสเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะเหตุจากหลายพรรคการเมืองใหม่ยังไม่พร้อมว่าจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะเคยเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว ส่วนหากผู้มีอำนาจอยากให้บางพรรคการเมืองเรียบร้อยกว่านี้ คงไม่ใช่เหตุผล จะเป็นการยึดผลประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากผู้มีอำนาจอยากปฏิรูปการเมืองต้องเลิกคิดแบบนี้ ฉะนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำหน้าที่ อย่างอิสระ ต้องอธิบายหากจะมีการเปลี่ยนแปลง วันเลือกตั้ง

ขวางตั้ง รบ.แห่งชาติเกิดยาก

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนหลังเลือกตั้งจะตั้งรัฐบาลโดยผสมหมดทุกพรรค คล้ายรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่นั้น มันต้องมีเหตุผลว่าอยากตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพราะอะไร ที่ผ่านมารัฐบาลแห่งชาติที่พูดกัน คิดว่ามันจะเกิดความสามัคคี หากทุกพรรคเห็นตรงกันว่าจะเดินหน้าบ้านเมืองอย่างไร คงไม่มีปัญหา แต่หากพรรคทั้งหลายยังมีความแตกต่างทางความคิดหรือแนวนโยบาย และประชาชนเลือกพรรคบนพื้นฐานนโยบาย ต้องระมัดระวังเมื่อจะไปเป็นรัฐบาลผสม จะเกิดคำถามว่าพรรคการเมืองนั้นๆได้ทำตามนโยบายที่ไปหาเสียงกับประชาชนหรือไม่ ส่วนตัวจึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ค่อนข้างยาก

อีสาน-ใต้แห่หยั่งเสียง ปชป.คึกคัก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการควบคุมการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ กกต. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงร่วมกับ กกต.พรรคถึงความคืบหน้าการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พรรคเปิดให้สมาชิกพรรคลงคะแนนผ่านหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคอีสานว่าตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีปัญหาเล็กน้อยช่วงแรก 30 นาทีแรก แต่จากนั้นใช้สิทธิลงคะแนนได้ตามปกติ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ด้านนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขานุการ กกต.พรรค กล่าวว่า ปัญหาที่ทำให้สะดุดช่วงต้นเปรียบเหมือน การจราจรติดขัด เนื่องจากมีการสมาชิกมารอใช้สิทธิมาก แต่ได้แก้ไขแล้วโดยขยายช่องการสื่อสารหรือระบบ wifi แก้ปัญหาได้ ส่วนระบบ ios ยังต้องรอการตอบรับจากบริษัทก่อน สำหรับระบบแอนดรอยด์เวอร์ชัน 5-6 จะลงคะแนนได้จนถึงเที่ยงคืน

“ธนาธร” ควงแม่–พี่เดินบางรัก–เยาวราช

เมื่อเวลา 13.00 น. ย่านบางรัก ถนนทรัพย์ ซอยสันติภาพ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีมแกนนำพรรคทำกิจกรรม “กรุงเทพขยับ” พร้อมด้วย นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา และ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พี่สาวร่วมลงพื้นที่กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก เพื่อหาสมาชิกและแนะนำพรรค โดยเลือกพื้นที่นี้เป็นที่แรก เนื่องจากเป็นบ้านเก่าของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่สมัย นายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เป็นบิดา บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีนางสมพรเป็นผู้นำชม แนะนำพื้นที่ บอกเล่าความเป็นมาของบรรพบุรุษและพานายธนาธรแนะนำตัวแก่ประชาชนโดยรอบที่ให้ความสนใจ โดยนายธนาธรกล่าวว่า ไม่ได้กลับมานานหลายสิบปี ความทรงจำยังเลือนรางแต่พอจำได้ ที่นี่เหมาะสมที่สุดในการเป็นจุดเริ่มต้นของการขยับกรุงเทพฯ เป็นที่เราเติบโตมา เมื่อกลับมาก็รู้สึกดีใจ

จากนั้นเวลา 13.30 น. นายธนาธรและสมาชิกพรรค เดินทางแนะนำตัวในพื้นที่ย่านเยาวราช เริ่มต้นจากซอยแปลงนาม บรรยากาศคึกคักได้รับการตอบรับจากชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นอย่างดี ทั้งร้านค้าและประชาชนที่ผ่านไปมา ร่วมทักทายและถ่ายภาพร่วมกับนายธนาธรและแกนนำพรรค

หวั่นมีข้ออ้างสร้างเหตุเลื่อนเข้าคูหา

นายธนาธรกล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลา 1 เดือนนับแต่ กกต.รับรองพรรคอนาคตใหม่ มีสมาชิกทั่วประเทศประมาณ 7,000 คนแล้ว ไม่กังวลว่าจะถูกต่อต้านจากประชาชนเหมือนกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและพรรคเราไม่ได้ทำให้ประชาชนโกรธแค้น เราต้องการเป็นพรรคที่มายืนยันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและนำประชาธิปไตยกลับมา ไม่คิดว่าเราเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน เมื่อถามว่าวันที่ 22 พ.ย. จะมีการพบปะระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง มีข้อกังวลใดที่จะสอบถาม นายธนาธรกล่าวว่า ยังไม่มี กังวลอย่างเดียวคือจะมีความพยายามใช้พรรคการเมืองเป็นข้ออ้างเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะถ้าไม่มีประเด็นนี้ คสช.คงไม่มีข้ออ้างอื่นอีกแล้ว คาดว่าการประชุมร่วมพรรคการเมืองจะถึงนี้ คงเอาข้ออ้างมาเยอะไปหมด แม้ทุกคนจะมองวันที่ 24 ก.พ.62 แต่ไม่ได้แปลว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันนั้นแน่นอน ยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก จึงเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในวันดังกล่าว

ดัน “ปรีชาพล” นั่ง หน.ไทยรักษาชาติ

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายพันธมิตร ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการขับ เคลื่อนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เพื่อให้เป็นพรรคที่ทำงานควบคู่ไปกับพรรคเพื่อไทย มีการวางบทบาทให้เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เข้ามาขับเคลื่อนการเมือง เพราะขณะนี้กระแสคนรุ่นใหม่กำลังมาแรง จึงต้องการผู้บริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคือ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรค เพื่อไทย และอดีตคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ในสภาฯและการทำหน้าที่วิปรัฐบาลในยุคนั้นได้รับการยอมรับ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะที่เลขาธิการพรรคมีการวางตัวนายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด บุตรชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา เนื่องจากนายมิตติ มีผลงานการบริหารทีมฟุตบอลได้เป็นอย่างดี เข้ามาบริหารงานเพียง 9 ปี สามารถพาทีมประสบความสำเร็จ ล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาพาทีมคว้า 3 แชมป์ คือไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ โตโยต้าลีกคัพ และช้างเอฟเอคัพ ขณะที่คนรุ่นใหม่ในตระกูลชินวัตร อย่าง นายฤภพ ชินวัตร หรือไนท์ บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ มีชื่อร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค

สำรอง “เพื่อธรรม” ไว้รองรับวิกฤติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจะให้คนรุ่นใหม่มานำพรรคไทยรักษาชาตินั้น ยังมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วนไม่เห็นด้วยทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองเพียงพอ โดยแกนนำพรรคที่มีข่าวว่าจะย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติก่อนหน้านี้ ตอนนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจ แต่ถึงอย่างไรทุกอย่างจะมีความชัดเจนในวันที่ 7 พ.ย. ส่วนพรรคเพื่อธรรมที่เป็นอีกพรรคหนึ่งที่ทำงานควบคู่ไปกับพรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดทยอยเปิดสาขาพรรค หาสมาชิกพรรค แต่ยังไม่ได้วางตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งต่างๆ โดยวางตัวเป็นพรรคสำรองไว้ หากพรรคเพื่อไทยประสบอุบัติเหตุ สมาชิกพรรคเพื่อไทยอาจต้องย้ายไปลงสมัครในนามพรรคเพื่อธรรม

“วรวัจน์” จ่อเปิดตัวค่ายใหม่ 7 พ.ย.

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ว่าได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.แล้ว และจะไปสมัครเป็นสมาชิกและร่วมประชุมพรรคไทยรักษาชาติในวันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ เท่าที่คุยกันไว้นั้นเราตกลงกันว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่จะย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติจะเปิดตัวพร้อมกันในคราวเดียว โดยมีจำนวนมากพอสมควรที่จะเป็นพรรคที่ได้คะแนนรวมเป็นอันดับ 2 ของประเทศได้ ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้นมี 2-3 อย่างคือ 1.เรื่องการทำนโยบายที่อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน และ 2.ด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญนั้นเปิดให้เราเป็นพรรคขนาดเล็กได้

เปิดรับคนรุ่นใหม่นำการเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามถึงกระแสข่าว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พาณิช และนายมิตติ ติยะไพรัช จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ นายวรวัจน์ตอบว่า การที่จะมีคนรุ่นใหม่มาเป็นกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงประเทศชาติให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศเราต้องปรับอะไรมาก จึงต้องทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ที่พร้อมนำประเทศ ให้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับความทันสมัยของโลก

“นพดล” ยึกยักขอเวลาคิด

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติว่า ขณะนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และยังรอความชัดเจนอยู่ เนื่องจากการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน

อดีต ส.ส.อีสานดันลูก “พายัพ” นำทัพ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข่าวการตั้งพรรคไทยรักษา–ชาติ ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนรุ่นใหม่ๆมาทำงานการเมือง ส่วนตัวเองยังยืนยันอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยไม่สนับสนุนเผด็จการอยู่แล้ว และลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ กระแสความนิยมต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในภาคอีสาน ส่วนกระแสข่าวว่านายพานทองแท้ ชินวัตร จะมาเป็นรองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ยังไม่ทราบชัดเจน หากเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องน่ายินดี ส่วนนายฤภพ ชินวัตร บุตรชายนายพายัพ ชินวัตร น้องชายนายทักษิณและอดีตประธานภาคอีสานพรรคเพื่อไทย เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเหมาะสม หากเข้ามาทำงานการเมืองควรสนับสนุน หากมาจริงตนอาจขอย้ายไปอยู่ด้วย ยินดีสนับสนุนเต็มที่

“สมพงษ์” เชื่อมั่นได้ ส.ส.20 ที่นั่ง

วันเดียวกัน ที่โรงแรมทินิดีแอทบางกอก กอล์ฟคลับ จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อธรรม นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นางนลินี ทวีสิน รองหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการพรรค ร่วมประชุมใหญ่วิสามัญ มีสมาชิกจำนวน 300 คนร่วมประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ยินดีที่จะมีอดีต ส.ส.เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ที่ถูกมองว่าพรรคเพื่อธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติหรือไม่นั้น ความจริงแล้วเป็นคนละพรรคกันอย่างชัดเจน คนอื่นจะเข้าใจอย่างไร หรือคิดอะไรคงไปควบคุมไม่ได้ พรรคจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้การสนับสนุนพรรคอย่างไร และคาดว่าคงจะได้ ส.ส.เกิน 20 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งรวม 11 คนประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นางนลินี ทวีสิน รองหัวหน้าพรรค นายพงศกร อรรณนพพร เลขาธิการพรรค ว่าที่ ร.ต.หญิงจุฑามาศ หัดดี พล.ต.ต.จรัญ ชิตะปัญญา นางศุภกานต์ สุประการ พ.ต.อ.บุญลือ เอี่ยมใย นายมนูญ บูรณาพัฒนา น.ส.อนรรฆวี จำรัสวุฒิกุล นายศักดิ์ชัย คำเรืองฤทธิ์ และนายณัฎฐ์ รุ่งเรือง

“ภูมิธรรม” ปัดเพื่อไทยยี้ “เจ๊หน่อย”

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวสมาชิกพรรคเพื่อไทยเตรียมย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอดูใกล้ๆวันที่ 26 พ.ย. แต่ยอมรับว่ามีคนของพรรคเพื่อไทยไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาติบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้คนต้องคิดต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ให้สามารถทำงานแบบที่ตัวเองคิดให้ประชาชนได้ ต้องหาที่ทางที่อยู่เพราะรัฐธรรมนูญจำกัดจึงทำให้ไม่มีอะไรง่ายเหมือนเดิม บางคนต้องคิดว่าไปอยู่ที่ไหนถึงจะดีกว่า จึงทำให้เกิดการแตกตัวเป็นเรื่องธรรมดาของกลไกกติกา ส่วนกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคที่จะย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ เพราะไม่สามารถทำงานร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ได้นั้นไม่เป็นความจริง ไม่มีอะไรอย่างที่เป็นข่าวออกไป สำหรับตนที่เคยมีข่าวว่าขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์ การพูดคุยภายในพรรคจะมีความเห็นต่าง เห็นตรงกันบ้าง หรือถกเถียงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ส่วนกระแสข่าวนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะไปอยู่พรรคไทยรักษาชาตินั้น ได้ข่าวว่านายพานทองแท้ยังไม่ตัดสินใจแต่ก็มีความเป็นไปได้

แจ้ง กกต.ขอใช้ชื่อพรรคไทยรักษาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่าจากกรณีที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่เปิดตัววันที่ 7 พ.ย.พบว่าพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคที่ถูกเปลี่ยนชื่อมาจากพรรคไทยรวมพลัง มีมติให้เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรคไทยรักษาชาติ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ถือว่าเป็นพรรคการเมืองแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. แจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้วเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ดำเนินกิจการพรรคได้ทันที ไม่ต้องรออนุมัติจากนายทะเบียนพรรค แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง

พปชร.กางปฏิทินลงพื้นที่ 4 ภาค

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดหลักสูตรและทีมงานสถาบันปัญญาประชารัฐ 14 คน โดยมีนายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคและว่าที่กรรมการบริหารพรรค ร่วมด้วย โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า เชื่อว่าเร็วๆนี้จะมีข่าวดีจาก กกต. เรื่องรับรองพรรค ขณะที่สถาบันปัญญาประชารัฐได้กำหนดหลักสูตรและทีมงานแล้ว เพื่อระดมแนวคิดประชาชน เพื่อจัดทำเป็นนโยบายพรรค โดยเบื้องต้นได้กำหนดลงพื้นที่ฟังความเห็นประชาชนและเปิดรับสมาชิกพรรคใน 4 ภาค ปักหมุดอีสาน จ.ขอนแก่น เป็นที่แรก ในวันที่ 17-18 พ.ย. จากนั้นวันที่ 24-25 พ.ย. ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วันที่ 1-2 ธ.ค. ภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และปิดท้ายที่กรุงเทพฯวันที่ 15-16 ธ.ค. เพื่อรับฟังปัญหา ศักยภาพ ที่จะมาปลดล็อก หากหลังเลือกตั้งพรรคได้เป็นรัฐบาล จะได้นำตรงนี้ไปทำให้สำเร็จ

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย. จะเปิดทีมประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงทีมโฆษกพรรค ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง จากนั้นได้ให้ 14 คนในทีมงานแนะนำตัว โดยมีนายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ร่วมแนะนำตัว

ยัน 4 รมต.ไขก๊อกปลายปีนี้แน่

ผู้สื่อข่าวได้ถามนายสุวิทย์ถึงความชัดเจนกลุ่มสามมิตรจะร่วมพลังประชารัฐเป็นทางการได้เมื่อไหร่ นายสุวิทย์กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ แต่เราต้อนรับทุกกลุ่ม ต้องการทั้งนักการเมืองที่มีประสบการณ์ และนักการเมืองรุ่นใหม่ เพื่อความหลากหลายในการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรค เมื่อถามว่า เมื่อ กกต. รับรองพรรคแล้วทั้ง 4 รัฐมนตรีจะออกมาทำงานเต็มตัวหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า อยากทำเต็มตัวอยู่แล้ว แต่มีภารกิจบอกเวลาชัดเจนไม่ได้ แต่ภายในปลายปีนี้แน่ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเสนอให้มีผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทย นายสุวิทย์ตอบว่า เชื่อว่าเราทำตามกติกาตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ตามหลักสากล ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ขณะที่นายชวน ชูจันทร์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า คาดว่าอีก 1-2 วันนี้ กกต.จะรับรองพรรค

ปัดไม่รู้จัก “สจ.แอว” ร้อยเอ็ด

นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวกรณีข่าวนายประจักษ์ มูลรัตน์ (สจ.แอว) จ.ร้อยเอ็ด แจกแผ่นพับแนะนำตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ดพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแนะนำนโยบายพรรค อาจเข้าข่ายหาเสียงและผิดกฎหมายว่า ไม่รู้จักและตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรคแล้วไม่มีชื่อนายประจักษ์เป็นสมาชิก เวลานี้พลังประชารัฐยังทำอะไรไม่ได้ ต้องรอ กกต.รับรองก่อน ยอมรับว่าเวลานี้ควบคุมได้ลำบาก ต่างคนเสนอตัวและประกาศตัวเพื่อจองที่ไว้ก่อน เพื่อให้สังคมรู้จัก ทั้งที่พลังประชารัฐยังไม่ได้ดำเนินการใดๆเลย ฉะนั้นการกระทำใดๆของผู้ที่มาเสนอตัว และอ้างเป็นว่าที่ผู้สมัครพลังประชารัฐขณะนี้ จึงเป็นเรื่องของบุคคลนั้น ต้องรับผิดชอบหากสุ่มเสี่ยงผิดคำสั่ง คสช.หรือผิดกฎหมาย เชื่อว่า กกต.เข้าใจประเด็นนี้

“โอ๊ค” ปฏิเสธฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีดำ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน กรณีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยฯกับกลุ่มกฤษดามหานครจำนวนเงิน 10 ล้านบาท โดยคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชัยเกษม นิติศิริ น.ส.ขัตติยา สวัสดิ์ผล นายวัฒนา เมืองสุข และนายนพดล ปัทมะ มาร่วมฟังด้วย

จากนั้นศาลอ่านคำฟ้องพร้อมสอบคำให้การว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง อ้างว่าเป็นเงินที่ร่วมลงทุน กับเพื่อน และขอส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การในวันที่ 14 ธ.ค. และกำหนดพยานหลักฐานเบื้องต้นระหว่างคู่ความพร้อมแนบเหตุผลข้อโต้แย้งรายงานให้ศาลทราบในวันที่ 22 ม.ค.62 26 ก.พ.62 20 มี.ค.62 และ 29 เม.ย.62 โดยกำชับให้คู่ความทำตามข้อกำหนดของศาล

ทหารยึดปฏิทิน “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. มีผู้ใช้ เฟซบุ๊กชื่อ wassana kenhla โพสต์ภาพทหารใส่ชุดพรางบุกมาที่ร้านขายของที่ บ.หนองโก ต.บุ่งแก้ว อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี บ้านของ น.ส.วาสนา เคนหล้า หรือติ๋ม เพื่อสอบถามถึงปฏิทินปี 62 มีรูปนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เอามาจากไหน ก่อนที่ทหารขอปฏิทินไป 1 แผ่น และตำรวจมาถามเรื่องเดิมและขอไปอีก 1 แผ่น

น.ส.วาสนาเปิดเผยว่า ขณะที่ตนไปขึ้นศาลคดีเดินรณรงค์คนอยากเลือกตั้งหลังถูกจับกุมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.และวันที่ 30 ต.ค.ไปขึ้นศาลแขวงดุสิต กรุงเทพฯเมื่อลงมาที่จอดรถมีคนถามว่า มีใครจะเอาปฏิทินปีหน้าไหม ตนก็ไปดูอยู่หลังรถปิกอัพหลายคนหยิบเอาไป ตนจึงหยิบมานับทีหลังมี 50-60 แผ่น ทยอยแจกให้คนอยากได้รวมทั้งทหารกับตำรวจก็เอาไปจนเหลือ 2 แผ่น มันไม่น่าจะผิดอะไร เพราะเรารักเราชอบเป็นฮีโร่ในดวงใจเรา แล้วจะมาเอาผิดอะไร เป็นสิทธิเสรีภาพของตน

คนปราจีนดักรอคืนนกหวีด “สุเทพ”

ที่ จ.ปราจีนบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช. พร้อมกลุ่มแกนนำและสมาชิกพรรค นำทีมเดินคารวะ แผ่นดินบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อ.เมืองปราจีนบุรี จากนั้นเดินไปไหว้ศาลพระหลักเมืองปราจีนบุรี และออกเดินแจกใบสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ตามร้านค้า บริเวณตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ตามถนนสายเทศบาลดำริห์ ต.หน้าเมือง มาถึงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งไปยืนดักรอนายสุเทพ พร้อมยื่นนกหวีดคืนให้นายสุเทพ แต่ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้