บรรยากาศการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้เลือกตั้งมานานกว่า 7 ปี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศยืนยัน จะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปกุมภาพันธ์ปีหน้าแน่นอน เดือนหน้า “กันยายน” จะเปิดเผยอนาคตของตัวเองด้วย จะลงเล่นการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สองหรือไม่ เผลอแผล็บเดียว อีก 3 วัน ก็จะเข้าสู่เดือนกันยายน แล้วเดือนกันยายนจะกลายเป็นเดือนที่การเมืองไทยคึกคักกันอีกครั้งเมื่อวันจันทร์มีรายงานข่าวในสื่อว่า เดือนกันยายนจะมีรัฐมนตรี 2 คนลาออกเพื่อไปเล่นการเมือง คือ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ที่เคยมีข่าวว่าจะเป็น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ที่เคยมีข่าวว่าจะเป็น เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เศรษฐกิจ ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงกลุ่มสามมิตร ที่ประกอบไปด้วย นักการเมืองรุ่นเก่า ที่มีท่าทีเหมือนกับ เป็นสายการเมืองของรัฐบาล คสช. และมีข่าว เดินสายดูดนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ก็มีการออกมาเปิดตัวกันมากขึ้น ถึงขั้นประกาศ จะมีเซอร์ไพรส์ในเร็วๆนี้ และอาจตัดสินใจเข้าร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปีหน้าก็ต้องรอดูว่า เซอร์ไพรส์ ของ กลุ่มสามมิตร กับการ เปิดเผยอนาคตการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีเรื่องเกี่ยวโยงกันหรือไม่พรรคเพื่อไทย ของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีการเคลื่อนไหวเปิดเกมมากขึ้น เมื่อวานนี้ หน้าหนึ่งไทยรัฐ รายงานว่า อดีต ส.ส. ที่ไปพบ คุณทักษิณ ที่ประเทศจีนเปิดเผยว่า คุณทักษิณได้แสดงความมั่นใจใน “ผลโพล” ที่มีต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า ยังได้รับความนิยมจากชาวบ้านในระดับสูง พรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่ง ส.ส.กลับมามากถึง 260 ที่นั่งจากระบบเขตและบัญชีรายชื่อ โดยจะมีนโยบายสำคัญในการหาเสียงคือ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และ ขายเรือดำน้ำ เอาเงินมาสร้างโรงพยาบาลข้อมูลที่ อดีต ส.ส.เพื่อไทย นำมาเปิดเผยนี้ แสดงว่า คุณทักษิณ ได้เตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว จึงมีผลโพลออกมาว่าจะได้ ส.ส. 260 คน จาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คนผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงไม่ประมาทในฝีมือ คุณทักษิณ สมัยรับราชการก็อยู่กับรัฐบาลเพื่อไทยมานาน ย่อมจะรู้จักคุณทักษิณเป็นอย่างดี เมื่อดูจาก โพลล่วงหน้า ของ คุณทักษิณ แล้ว ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งในต้นปีหน้า จะมีการนำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาใช้ในเกมการเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ เทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อช่วยวิเคราะห์และสร้างแนวทางหาเสียงที่เจาะใจผู้เลือกตั้งท่านผู้อ่านคงไม่ลืม เมื่อต้นปีมีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางการเมืองของอังกฤษชื่อ “เคมบริดจ์ อะนาไลติกา” ถูกสื่อสหรัฐฯเปิดโปงว่า ได้แฮ็กข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านบัญชี คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หาเสียงจนชนะการเลือกตั้ง โดยนำข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้เฟซบุ๊กไปวิเคราะห์ ควรใช้แคมเปญโฆษณาแบบไหน ถึงจะชนะใจได้คะแนนจากผู้เลือกตั้ง โดยเฉพาะในเขตที่ทรัมป์มีคะแนนเป็นรอง คดีนี้ยังโยงไปถึง ประธานาธิบดีปูติน ผู้นำรัสเซีย ว่าช่วยแฮ็กข้อมูลเพื่อช่วยเหลือทรัมป์ชนะการเลือกตั้งด้วยผมเชื่อว่า การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยสร้างคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งของไทยครั้งหน้าแน่นอน ทั้ง ฝ่ายรัฐบาล และ พรรคเพื่อไทย เพราะ เทคโนโลยีเอไอ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่ซื้อหาได้ ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า เฟซบุ๊ก ยูทูบ กูเกิล ต่างก็ใช้เอไอวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในการค้าขายทั้งนั้น ทำไมพรรคการเมืองจะนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ลงคะแนนเสียงไม่ได้การเลือกตั้งต้นปีหน้า เป็นการ วัดพลังการเมืองครั้งใหญ่ ระหว่าง รัฐบาล คสช. กับ พรรคเพื่อไทย โดยมี “เจ้าสัวใหญ่” เป็นผู้แบ็กอัปใหญ่ทั้งสองฝ่าย.“ลม เปลี่ยนทิศ”