วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดอนยิ้มร่าไม่ลาออก โบ้ยสปิริตถามนักกีฬา คำสั่ง53/60ไม่ขัดรธน.

ดอนยิ้มร่าไม่ลาออก โบ้ยสปิริตถามนักกีฬา คำสั่ง53/60ไม่ขัดรธน.

  • Share:

“ดอน” โชว์ยิ้มระรื่น ไม่ลาออก เซ่นพิษหุ้น รอศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด แจงเมียเคลียร์แล้วถือหุ้นไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ไล่ไปถามหา สปิริตกับนักกีฬา “บิ๊กป้อม” ประสานเสียงให้รอคำวินิจฉัย “เรืองไกร” ยกมาตรฐาน 3 อดีต รมต. “รัฐบาลสุรยุทธ์” บี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ศาล รธน.ลงมติคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ระบุการยืนยันสมาชิกพรรค-จ่ายค่าบำรุง-ตั้งสาขาพรรคครบ 4 ภาคมีตัวแทนพรรคใน 90 วัน ไม่เพิ่ม ภาระหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพ พรรคการเมืองหวิวทำไม่ทันเสี่ยงสิ้นสภาพ ส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ได้ ปชป.รับสภาพบ่นภาระหนักอึ้ง “นิพิฏฐ์” ผิดหวังอย่างแรง จี้ คสช.เร่งปลดล็อก พท.ครวญทำสาขาพรรคไม่ใช่ง่าย “ประยุทธ์” ย้ำหัวตะปูเลือกตั้ง ก.พ.62 ชิ่ง “สุเทพ” ประกาศ รปช.สนับสนุนทหาร บอกหนุนทุกพรรคที่ตั้งใจจริง “ประวิตร-ผบ.ทบ.” เบรก “เทือก” ยังเดินสายหาเสียงไม่ได้

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไม่ปรับ ครม.แม้จะมีกระแสกดดันให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศลาออกจากตำแหน่งหลัง กกต.มีมติว่าการถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของภรรยาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ล่าสุดนายดอนประกาศชัดเจนว่าจะไม่ลาออก แต่จะรอผลการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน

“บิ๊กตู่” โปรโมตฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นำคณะเข้าพบเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้นายกฯ ครม. ข้าราชการและสื่อมวลชน เพื่อรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันตามสถานบริการของ สธ.ทั่วประเทศ ตั้งแต่ มิ.ย.-ส.ค. โดยนายกฯเป็นแบบให้พยาบาลทำท่าฉีดวัคซีนให้ แต่ไม่ได้ฉีดจริง เพราะได้ฉีดไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือน พ.ค.พร้อมกล่าวเตือนว่า อยากให้ทุกคนระมัดระวังไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก แม้จะป้องกันลำบาก แต่ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง

จากนั้นนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำคณะเข้าพบนายกฯ ประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาระบบการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริการหน่วยงานภาครัฐ โดยนายกฯได้ปักหมุดระบุพิกัดตำแหน่งทางดิจิทัลทำเนียบรัฐบาล ผ่านแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ภายใต้โครงการยกเลิกการสำเนาเอกสารราชการ และจะเปิดเผยชุดข้อพิกัดตำแหน่งจุดให้บริการภาครัฐผ่านเว็บไซต์ data.go.th นายกฯ ระบุว่า โครงการนี้จะเริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศเดือน ส.ค.61

“ดอน” ยิ้มร่ารอศาล รธน.ไม่ลาออก

เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสกดดันให้ลาออก หลัง กกต.มีมติว่าการถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของภรรยาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญว่าถ้าตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง คงไม่มาร่วมประชุม ครม. และยังไม่ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับนายกฯ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.คุยกับนายกฯ หลายเรื่อง แต่ไม่ใช่ประเด็นนี้ เมื่อถามว่ายืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ต่อใช่หรือไม่ นายดอนยิ้มแล้วตอบว่า คำตอบอยู่ในใบหน้านี้แล้ว ไม่รู้สึกกดดัน เพราะกระแสกดดันเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างสรุปกัน ส่วนเรื่องนี้ค่อยว่ากันไป ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ต้องรอให้มีความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เราตอบได้เพียงตามกระแสข่าว แรงกดดันที่ใครต่อใครพูดถึงจะตีความว่าเป็นการกดดันหรือไม่ อยู่ที่เราจะคิดเห็นอย่างไร ขณะนี้ขอบอกว่าคำตอบอยู่บนใบหน้า ยืนยันว่าไม่กดดัน ทำงานของเราไป

แจงเมียเคลียร์แล้วถือหุ้นไม่ถึง 5%

นายดอนกล่าวอีกว่า เรื่องหุ้นภรรยาได้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว เป็นมรดกของครอบครัวภรรยา โดยถือน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของลูกชายไม่รู้เรื่อง เพราะจริงๆไม่เคยรู้เลยว่าภรรยามีหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อะไรบ้าง เพราะเขารับมรดกมาเป็นเวลากว่า 37 ปีแล้ว แต่เมื่อกฎหมายบอกว่าต้องไม่ถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ต้องดำเนินการไป ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีกำหนดเดินทางไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส ในวันที่ 20-25 มิ.ย. ยังรอว่าจะหารือด้านใดบ้าง กระทรวงการต่างประเทศเตรียมตัวอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปรับความสัมพันธ์กันและได้พูดคุยเบื้องต้นกันแล้วเมื่อเดือน มี.ค.ทั้ง 2 ประเทศเปิดประตูต้อนรับไทย จะพูดคุยหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ นอกจากนี้ยังมี รมต.ต่างประเทศทั้งเอเชียและยุโรปติดต่อมา เพื่อจะเดินทางเยือนไทยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดอนให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ภายหลังการให้สัมภาษณ์ยังชูนิ้วโป้งให้สื่อมวลชน เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่รู้สึกกดดันใดๆ

โบ้ยสปิริตไปถามนักกีฬา

นายดอนกล่าวอีกครั้งหลังการประชุม ครม.ว่า นายกฯไม่ได้สอบถามหรือพูดอะไรเรื่องการถือหุ้น เพราะถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่มีอะไรในที่ประชุม ครม.หรือตอนรับประทานอาหารคุยกันแต่เรื่องอื่น ไม่มีใครซีเรียสอะไร และตนไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไรกับแรงกดดัน หรือกังวลใดๆ เรื่องแบบนี้ตนทำงานมา 4 ปีแล้ว เรารู้ว่ามันเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้แสดงสปิริตในเรื่องนี้ นายดอนกล่าวว่า ให้ไปเรียกร้องกับนักกีฬา

มึนตึ้บยังไม่รู้ “ปู” ได้วีซ่าอังกฤษ

นายดอนกล่าวต่อว่า กรณีปรากฏภาพนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเห็นแต่ในข่าว และไม่ได้สอบถามไป เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอยู่ ยอมรับว่าการที่เขามีหนังสือเดินทางของประเทศอื่นทำให้ติดตามตัวยาก ส่วนที่มีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าอังกฤษ 10 ปี ยังไม่ได้รับรายงาน บางทีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติอาจไม่ได้รายงานเข้ามา เพราะมีหลายเรื่องต้องทำเราไม่ได้ตามเรื่องนี้เรื่องเดียว มีเรื่องต้องติดตามอีกเยอะ ไม่อย่างนั้นจะตกหล่นหลายเรื่อง เมื่อถามว่าถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วีซ่าอังกฤษจริง ไทยไม่สามารถดำเนินการอะไรได้แล้วใช่หรือไม่ นายดอนตอบว่า แล้วเราจะทำอย่างไร เพราะเขาถือหนังสือเดินทางอื่น การที่ได้รับหนังสือเดินทางอื่น แสดงว่าได้รับรองจากประเทศผู้ออกให้แล้ว

“วิษณุ” ย้ำตาม ก.ม.ยังทำงานได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกระแสกดดันให้ รมว.ต่างประเทศลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่ทราบรายละเอียดที่นายดอนพบกับนายกฯเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. แต่ขั้นตอนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 82 170 และ 187 การพ้นจากตำแหน่ง ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งวินิจฉัย แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ ทั้งหมดอยู่ที่ศาล แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนคือ 1.ขั้นตอนแรกเมื่อฟ้องแล้วว่าศาลจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหรือไม่ 2.หากเลยไปจนถึงขั้นศาลพิจารณาสืบพยานแล้วเห็นว่าผิดหรือไม่ผิด ไปชี้กันตอนนั้น ระหว่างทางจากนี้นายดอนจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ ลาออกหรืออยู่ต่อไปเป็นเรื่องของท่าน กฎหมายไม่ได้พูดอะไรในส่วนเหล่านี้ ส่วนข้อวิจารณ์ว่าทุกอย่างชัดเจนแล้วต้องออกจากตำแหน่ง ต้องย้อนกลับไปดูว่าทำไม กกต.ชี้ถึงมีเสียง 2 ต่อ 2 จนสุดท้ายประธาน กกต.ต้องการให้ทุกอย่างเป็นบรรทัดฐาน จึงมาชี้ขาดมีเสียง 3 ต่อ 2 อย่างนี้แสดงว่า กกต.ยังมีข้อสงสัย เพราะเกี่ยวพันกับ ส.ส.และรัฐมนตรีในอนาคตจำนวนมาก จะได้เป็นบรรทัดฐาน

คาดศาล รธน.สืบพยาน 1 เดือน

นายวิษณุกล่าวอีกว่า จนถึงวันนี้ กกต.ยังไม่ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากยื่นเรื่องไปต้องสืบ พยานน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ฉะนั้นถือว่าทุกอย่างยังอยู่อย่างเดิม นายดอนมีเรื่องต้องเตรียมงานและข้อมูลให้นายกฯเดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 8 หลังจากปลอดโปร่งโล่งใจแล้ว จะคิดและตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องของท่าน ตนพูดอะไรไม่ได้ยกเว้นข้อกฎหมาย ทั้งนี้เคยคุยกันบ้างก่อนหน้านี้เป็นเดือน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ ได้รายงานให้นายกฯรับทราบตามขั้นตอนไปหมดแล้ว นายกฯทำอยู่ 3 อย่างคือพยักหน้า ส่ายหัวและยกหัวแม่มือให้ผู้สื่อข่าว

“บิ๊กป้อม” ประสานเสียงรอคำวินิจฉัย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า “ไม่ปรับ ไม่มี” เมื่อถามว่ายังเป็นแค่ข่าวลือใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ต้องถามนายกฯ ส่วนเรื่องของนายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีต รมว.ต่างประเทศนั้น ยังไม่มีความชัดเจนต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาก่อน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.จะนำพลเรือนมาเป็น รมว.มหาดไทยว่า คนที่จะตอบได้ชัดเจนคือนายกฯคนเดียว ไม่มีใครตอบได้และไม่ควรไปละลาบละล้วง นายกฯตอบชัดเจนไปแล้วเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นถ้าร่างกฎหมาย 6 ฉบับเสร็จเร็ว อาจเลือกได้บางส่วนก่อนสิ้นปีนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายนายกฯด้วย

“เรืองไกร” ไล่บี้หยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้ออกคำสั่งให้นายดอน ปรมัถต์วินัย รมว.ต่างประเทศ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามมติ กกต.กรณีถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกรกล่าวว่า มติ กกต.ทำให้นายดอนเข้าข่ายขาดคุณสมบัติเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับว่าถ้า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ศาลอาจสั่งให้นายดอนหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนตนมองว่านายดอนหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ไม่ควรดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศอีกต่อไป วันนี้มีเสียงเรียกร้องให้นายดอนหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับทำเพียงโบกไม้โบกมือไม่ตอบคำถามสื่อ ตนไม่เห็นด้วย

ยกบรรทัดฐานรัฐบาล “สุรยุทธ์”

“การถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของรัฐมนตรีทำไม่ได้ รัฐบาลและ ครม.ก็ทราบ อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ว่า ท่านจะยืนอยู่อย่างไร ทำไมไม่ปฏิบัติเหมือนรัฐมนตรี 3 คน ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ ได้แก่ นายอารีย์ วงศ์อารยะ อดีต รมว.มหาดไทย นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีต รมว.ไอซีที นางอรนุช โอสถานนท์ รมช.พาณิชย์ ที่ ป.ป.ช. ขณะนั้นตรวจพบว่าถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ได้แสดงสปิริตลาออก ส่วนที่นายดอนบอกว่า ผ่านมา 37 ปีไม่เคยแตะต้องเรื่องหุ้น ผมว่าไม่ใช่ เพราะล่าสุดทราบว่ามีการโอนหุ้นให้เหลือแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ มองอย่างไรก็ไม่ทันกาล จึงขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ให้ดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อความสง่างาม และยึดถือการกระทำสมัย พล.อ.สุรยุทธ์เป็นหลัก

ศาล รธน.ชี้คำสั่ง 53/60 ไม่ขัด รธน.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 140 และมาตรา 141 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และ 45 หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ามาตรา 140 ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 141 วรรค 1(5) และวรรคสอง ศาลก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และ 45 เนื่องจากทั้งสองประเด็นดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมแก่บุคคล

ทุกพรรคต้องยึดเงื่อนเวลา กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ทั้งนี้มาตรา 140 เกี่ยวกับการยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองและจ่ายค่าบำรุงพรรค 100 บาท ภายใน 30 เม.ย.2561 ส่วนมาตรา 141 วรรค 1(5)วรรคสอง เกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบ 4 ภาคและให้มีตัวแทนพรรคการเมืองภายใน 90 วัน หลังยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ถ้าดำเนินการไม่ทันตามที่ กกต.ขยายระยะเวลาจะส่งผลให้พรรค การเมืองสิ้นสภาพ และในระหว่างเวลาที่พรรคการเมืองยังปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (4) และ (5) ไม่ครบถ้วนจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้

ปชป.น้อมรับบ่นภาระหนักอึ้ง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังรับทราบผลมติการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ไม่เป็นการเพิ่มภาระ หรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติว่า เราเคารพและว่าตามที่ศาลสั่งและถือว่าเป็นที่สุด มีผลผูกพันทุกองค์กร จะไม่กระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง สามารถจัดการเลือกตั้งได้โดยนับจากนี้ไปอีก 11 เดือน ให้นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป แต่คำสั่งนี้ของ คสช.นี้ ยังถือว่าเป็นภาระต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถ้าไม่มีคำสั่ง 53/2560 สมาชิกพรรคเดิมอีก 2.4 ล้านคน ยังคงเป็นสมาชิกพรรคต่อได้อีก 4 ปี แต่เมื่อมีคำสั่งนี้และไม่สามารถยืนยันตนต่อพรรคภายในวันที่ 30 เม.ย.สมาชิกภาพสิ้นสุดลง เป็นภาระอย่างยิ่งต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อศาลชี้ว่าไม่เป็นภาระทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นภาระ เรายินดีน้อมรับ

“นิพิฏฐ์” ผิดหวังจี้ คสช.เร่งปลดล็อก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าผิดหวังต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคมีความเห็นตรงกันข้ามกับคำวินิจฉัยนี้แต่ก็ยอมรับ ถือว่ายุติแล้ว พรรคการเมืองต้องปรับตัวให้เข้ากับคำสั่งนี้ ประเด็นที่จะเป็นปัญหาหลังจากนี้คือสมาชิกพรรคบางเขตยังมีสมาชิกไม่ถึง 500 คน ต้องเร่งหาสมาชิกให้ครบเพื่อฟื้นสาขาพรรค ต้องรอให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองก่อนจึงจะทำได้ พรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางจะมีปัญหามาก อาจหาสมาชิกได้ไม่ครบตามกำหนด ทำให้ไม่สามารถส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในเขตนั้นได้ จึงอยากให้ คสช.เร่งให้ความชัดเจนว่าจะปลดล็อกและแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพื่อให้พรรคเตรียมพร้อมทำไพรมารีโหวต

โอดปกป้องสมาชิกถึงที่สุดแล้ว

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคได้ทำหน้าที่ปกป้องสมาชิกพรรคและสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่ สุดความสามารถแล้ว เพราะเห็นว่าคำสั่งที่ 53/2560 ของ คสช. ไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฯร้องไปเพื่อขอพึ่งบารมีศาลในการปกป้องสิทธิของประชาชน แต่วันนี้ทุกอย่างยุติลงแล้วด้วยคำวินิจฉัยนี้ พรรคก็น้อมรับ

พท.ครวญทำสาขาพรรคไม่ง่าย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเราต้องเคารพและยึดถือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องทำตามคำสั่งให้ครบ แต่วันนี้พรรคยังทำอะไรไม่ได้เพราะติดล็อก ถ้าปลดล็อกจะไปสมัครสมาชิกและทำสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา รวม 4 สาขา ไม่เช่นนั้นจะส่งผู้สมัครไม่ได้ การทำสาขาพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน แต่ต้องพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ส่งผู้สมัครได้ หาก คสช.จะช่วยพรรคการเมืองให้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้รวดเร็ว ไม่ให้เป็นปัญหาควรปลดล็อกโดยเร็ว

“บิ๊กตู่” หนุนทุกพรรคที่ตั้งใจจริง

เมื่อเวลา 14.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงพรรค รปช. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นแกนนำว่า เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับการเมืองไทย ไม่ใช่ต้องการไปลดสมาชิกพรรคของเขา เพื่อสนับสนุนพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล ไม่ว่าพรรคใครถ้าตั้งใจจริงขอให้ประสบความสำเร็จ พรรคใดก็ได้ที่จะนำพาประเทศชาติให้เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล มีการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ คือสิ่งที่ตนสนับสนุน ไม่ใช่เพราะมาสนับสนุนตนและรัฐบาล-คสช.แล้วต้องสนับสนุนกลับ วันนี้อยากให้สื่อและประชาชนทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูป ที่เป็นหัวใจแก้ปัญหาชาติมากกว่าประชาธิปไตยที่มันมีกฎหมายอยู่แล้ว ไปตีกันในเรื่องที่สำคัญอย่างนี้ก่อนได้ไหม ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ตีกรอบใครมากจนเกินไป เพียงแต่ขอให้ใช้งบประมาณที่เหมาะสม สนองความต้องการประชาชนทุกอาชีพเพิ่มรายได้ของประเทศ สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่วันนี้ ไม่ได้มุ่งหวังไปสืบทอดอำนาจใดๆทั้งสิ้น สำหรับการไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส อยู่ในขั้นเตรียมการ หลังอียูผ่อนคลายนโยบายกับเรา จำเป็นต้องเดินหน้าการค้าการลงทุน ขอให้เข้าใจว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตน อย่าไปตีความว่าจะมีเงินทอนอะไร ถ้าคิดกันอย่างนี้ไม่ต้องทำอะไรดีกว่า อยู่เฉยๆไม่ต้องไปไหน

จวกตีกันยังกับยกสุดท้าย

นายกฯกล่าวอีกว่า วันนี้กำลังสร้างการรับรู้ว่าจะมีประชาธิปไตยสากล จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงตีกันไปมา แล้วใครจะเชื่อมั่นเชื่อถือ เราจะทำลายกันไปทำไม ยังไม่ทันเลือกเหลือเวลาอีกหลายเดือน ทุกคนทำเหมือนเป็นยกสุดท้าย สื่อโซเชียลประโคมปี่กลองเชิดกันใหญ่ ต้องน็อกกันให้ได้ วันข้างหน้ามีการเลือกตั้งจะเกิดเหตุการณ์ยิ่งกว่านี้หรือไม่ ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐไปคุกคามสมาชิกพรรค ขอถามว่าเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำผิดใครจะไปแตะต้องได้ ไม่ได้ให้นโยบายว่าจะต้องไปติดตาม แต่ถ้ามีปัญหาต้องมีคนไปเตือนหรือแจ้งว่าไม่ควรทำ เพราะวันข้างหน้าก็ผิดกฎหมายได้ รัฐบาลไม่ได้พยายามใช้กฎหมายเต็มที่ แต่อาจจำเป็นถ้าสถานการณ์รุนแรงมากกว่านี้ คนบางคนไม่ควรมีสิทธิ์มาพูดในสื่อโซเชียลอีกแล้ว ในเมื่อความผิดชัดเจนอยู่หลายคน คดีความก็มีอยู่แล้ว อย่ามองแค่ความเป็นเด็กเป็นนักศึกษา ผิดมากี่ครั้ง สังคมเขาเบื่อหน่ายหรือไม่

ย้ำหัวตะปูเลือกตั้ง ก.พ.62

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ว่าเมื่อ สนช.ส่งมารัฐบาลจะนำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ไม่ใช่มาตีความอีกว่าต้องเลือกตั้งทันที กฎหมายเขียนไว้อยู่แล้ว คำสั่งมาตรา 44 มีอยู่ เลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.62 ไม่ต้องมาถามตรงนี้ เป็นตามขั้นตอนอยู่ เลือกตั้งอย่างไรก็ ก.พ.พูดยืนยันแบบนี้ ส่วนกฎหมายจัดเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับเสร็จเมื่อไหร่เมื่อนั้น ถ้าเรียบร้อยทุกอย่างก็เลือกตั้งได้ แต่ถ้ายังมีปัญหาขัดแย้งแบบนี้หรือด่ากันไปว่ากันมา บิดเบือนกันอยู่แบบนี้ นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆแล้วจะเลือกตั้งกันไหวหรือไม่ เป็นเรื่องของสื่อโซเชียลเลือกได้ไม่ได้ไม่ใช่เรื่องของตน

หงุดหงิดเตือนสื่อติติงต้องมีข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงก่อนเริ่มแถลงข่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวทักทายผู้สื่อข่าวบนโพเดียมด้วยท่าทีแปลกไปจากเดิมเชิงประชดประชันว่า “สวัสดีครับ ท่านทั้งหลายและผู้มีอุปการคุณทั้งหลาย นะครับ” นอกจากนี้ ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวฝากถึงสื่อว่า เรื่องอื่นๆขอให้เบาๆกันหน่อยเถอะ เข้ามาวันนี้ก็เต็มที่ในการทำงาน 4 ปี ไม่เคยเรียกร้องความเห็นใจจากใคร ไม่เคยท้อแท้ ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย เพราะมันต้องทำ ไม่ทำก็ไม่ได้ ประเทศชาติสำคัญที่สุด ฝากสื่อมวลชนทุกคนทุกแขนง คอลัมนิสต์ต่างๆจะติติงอะไรกรุณามีความชัดเจน มีหลักฐาน อย่าพูดเปล่าๆจะเสียหายและผิดกฎหมาย ไม่ใช่ว่าจะเอากฎหมายกดดัน แต่ต้องเคารพกฎหมาย เหมือนตัวท่านที่เวลาใครว่าก็ไม่ชอบ ไปหมิ่นประมาทคนอื่นได้ไหม ถ้าบอกวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตต้องมีข้อมูล เขียนเหมือนเขียนการ์ตูนมันเสียหาย บรรดาพี่น้องต่างๆที่ใช้โซเชียลมีเดีย ขอให้ระมัดระวัง กฎหมายเข้าไปถึงเมื่อไหร่จะเดือดร้อนกันอีก ถ้าผิดกฎหมายแล้วไม่ทำจะผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีก ตนจะพยายามไม่ละเว้นโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด

“ประวิตร” เบรก “เทือก” เดินสาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือก-สุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค รปช.ประกาศเดินสายหาสมาชิก จะขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ว่า ถ้าเดินคนเดียวสามารถเดินได้ แต่อย่าไปเชิงการเมือง เพราะ คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้ทำกิจกรรม ดังนั้น ถ้าจะเดินไปทำกิจกรรมทางการเมืองยังทำไม่ได้ และตนยังไม่เห็นคำขออนุญาตดำเนินการทางการเมืองจากพรรค รปช. จะทำกิจกรรมทางการเมืองก่อนพรรคอื่นไม่ได้ ต่อให้นายสุเทพจะเดินคนเดียว แล้วมีผู้ชื่นชอบมาให้การสนับสนุนก็ไม่สามารถทำได้ ถ้าต้องการเดินเข้าหามวลชนทำได้ก็ต่อเมื่อมีการปลดล็อก ส่วนจะปลดล็อกเมื่อใดนั้น ขอให้ตนได้คุยกับพรรคการเมืองในช่วงปลายเดือน มิ.ย.ก่อน และขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนออกมา

ไม่รู้จักพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามถึงกรณีนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส. นครราชสีมา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่ออกตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุมีผู้เข้าร่วมเกือบ 60 คนว่า “พรรคนี้อยู่ที่ไหน ของใคร ผมไม่รู้จัก” เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่จะโดนข้อครหาว่า คสช.ใช้พรรคพลังประชารัฐในการดูดตัวอดีต ส.ส.เป็นแนวสนับสนุน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมเป็นรัฐบาล ผมยังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าเขาจะสนับสนุนก็ว่ากันไป”

ห้ามคนอยาก ลต.ชุมนุมเกิน 5 คน

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมอ่านแถลงการณ์หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) วันที่ 7 มิ.ย.ว่า ต้องถามว่ามากันกี่คน ถ้ามาจำนวนมากไม่สามารถทำได้ ถ้าเป็นเรื่องของการเมืองไม่ควรมาเกิน 5 คน อย่าให้เกิน 5 คน ถ้ามาไม่เกิน 5 คนฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องไปจับตาอะไร เมื่อถามว่า หากแกนนำกลุ่ม คนอยากเลือกตั้งมาอ่านแถลงการณ์เพียง 3 คน แต่มีประชาชนมาดู มาให้กำลังใจทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ได้เพราะถือว่ามีส่วนร่วมด้วย” เมื่อถามว่า หากมาเกิน 5 คน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ จับกุมทันทีเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงว่า “ไม่รู้”

คสช.ปัดคุกคาม “อนาคตใหม่”

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.กล่าวถึงพรรค รปช.มีเป้าหมายสนับสนุนพรรคทหารว่า ไม่แปลกที่แต่ละพรรคจะสนับสนุนใคร กองทัพจะยืนอยู่ตรงกลางทำหน้าที่ในกรอบเกี่ยวข้องกับความมั่นคงเท่านั้น ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.เตรียมลงพื้นที่ พบประชาชนทั่วประเทศ ขณะนี้ยังไม่ได้ปลดล็อก พรรคการเมือง การหาเสียงยังทำไม่ได้เหมือนกันทุกพรรค ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ระบุว่า ถูกทหารตามประกบออกแถลงการณ์ให้เจ้าหน้าที่หยุดคุกคาม ช่วงเปิดตัวหลายพรรคอาจหวือหวาเรียกร้องความสนใจ ยืนยัน คสช.ไม่ได้ไปกดดันใคร ไม่มีการสั่งการลักษณะนั้น รังแต่ไปเพิ่มคะแนนบวกให้เขา ถ้ามีหลักฐานถ่ายรูปแจ้งได้เลย จะลงโทษตามกรอบ แต่อาจมีบางหน่วยข่าว อยากรู้ใครทำอะไรเป็นพื้นฐานของหน่วยข่าว ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องไปคุกคาม

“วัฒนา” จี้วางปืนหมดเวลาเผด็จการ

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วางปืนลง” คนไทยได้เห็นพฤติกรรมของเผด็จการและนักการเมืองบางคน รวมทั้งบรรดาสมุนเผด็จการทั้งหลายที่อ้างความเป็นคนดี สุดท้ายเป็นเพียงวาทกรรมลวงโลกของพวกกระสันอยากมีอำนาจ แต่ไร้ความสามารถกลุ่มหนึ่ง ที่สร้างความเสียหายยับเยินให้กับบ้านเมือง จากนี้ไปบ้านเมืองต้องเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจะสะท้อนผ่านผลของการเลือกตั้ง ส่วนเผด็จการทั้งหลายถ้าไม่ทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้า จะต้องสร้างบรรยากาศที่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ด้วยการยกเลิกคำสั่งหรือประกาศที่ปิดกั้นการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนพร้อมแล้วที่จะใช้มือเปล่าสร้างประชาธิปไตยและนำหลักนิติธรรมกลับคืนสู่บ้านเมืองนี้อีกครั้ง ส่วนคนที่กำลังถือปืนต้องทำใจให้ได้และวางปืนลง เพราะหมดเวลาของเผด็จการและประชาชนได้ล้อมไว้หมดแล้ว

หยันน้ำตา “เทือก” ล้างสมองไร้ผล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. กลับลำมาตั้งพรรคทั้งที่เคยประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้วว่าเฉยๆไม่รู้สึกอะไร เพราะคำลวงย่อมไร้ผลสำหรับคนไม่เชื่อ แต่คนที่เคยเชื่อคงเจ็บปวดบ้าง เพราะรู้สึกเหมือนลุงกำนันที่เคยเดินเป่านกหวีด ตามหลังกันมา กลายเป็นคนแปลกหน้า พูดกลับไป กลับมาแล้วจะใช้น้ำตาล้างสมองคนคงสำเร็จไม่ทุกราย ความขัดแย้งกว่า 10 ปี ถึงที่สุดต้องมาพบกันในสนามเลือกตั้ง แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตมา 2 ครั้ง ยังโหยหวนหาการเลือกตั้ง ถ้าวิธีการนอกระบบไปต่อได้จริง ไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะถอยกลับมา ส่วนพรรคเพื่อไทยและ นปช.ไม่เคยปฏิเสธ แม้กติกาและกลไกอำนาจจ้องเล่นงาน จากนี้ไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องไม่เปิดช่องให้ทำลายระบบ แต่คนบางกลุ่มพอเห็นว่าจะแพ้ก็หาข้ออ้างแล้วล้มกระดาน

รัฐบาลปรับแก้ยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่าที่ประชุมเห็นชอบหลักการร่างยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ แต่เนื่องจากรัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆมีข้อสังเกตและความเห็นที่หลากหลายอยากให้ปรับแก้ อาทิ การใช้ถ้อยคำ ดัชนีชี้วัดการประเมินต่างๆ ที่ประชุมจึงให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เสนอแก้ไข จัดทำข้อเสนอแนะส่งไปยัง สศช. ภายในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. เพื่อรวบรวมปรับแก้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบในเดือน มิ.ย. ซึ่งที่ประชุม ครม.ใช้เวลาพิจารณากว่า 40 นาที โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการทำงานรัฐบาลในวันข้างหน้า ต้องไม่ใช่เสนอนโยบายขายฝัน แต่ต้องเป็นไปตามแผนแม่บท และให้แปลร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ครม. สัญจรลุยปากน้ำโพ

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. พร้อม ครม. มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิจิตร และประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.นครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. โดยวันที่ 11 มิ.ย. จะลงพื้นที่ จ.พิจิตร พบปะประชาชนที่บึงสีไฟ เยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาพิจิตรจังหวัดคุณธรรม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงสีไฟ ตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร ประตูระบายน้ำดงเศรษฐี ช่วงบ่ายไป จ.นครสวรรค์ พบประชาชนและผู้นำท้องถิ่นกลุ่มจังหวัด เยี่ยมชมตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรมเมืองสี่แคว วันที่ 12 มิ.ย.ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จ.นคร-สวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี และประชุม ครม. ก่อนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ชุมชนบ้านแก่ง เยี่ยมชมบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) 13 คน โดยแต่งตั้งนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธานกรรมการ

ผบ.ทบ.ยันไม่ซื้อดาวเทียมทหาร

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการจัดหาดาวเทียมใหม่ของกระทรวงกลาโหมว่าเรามีโอกาสใช้ดาวเทียม 2 ส่วน 1.คือสำรวจตามภาพของธีออสร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ 2.คือดาวเทียมเพื่อการสื่อสารเป็นช่องสัญญาณของไทยคมตั้งแต่ปี 2534 จะหมดสัญญาปี 2564 ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการดำเนินการต่อไปหลังสิ้นสุดสัญญาแล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นรูปร่าง แต่พูดคุยกันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไปซื้อดาวเทียมหลายล้านบาท แต่ศึกษาร่วมกันและใช้ประโยชน์ร่วมกัน และเพื่อประโยชน์บรรเทาสาธารณภัย ไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวหา ยืนยันว่าไม่ใช่ดาวเทียมทหาร แต่เป็นดาวเทียมที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันเพื่อการสื่อสาร มีทุกภาคส่วน และไม่ใช่การซื้อ แต่อยู่ในขั้นตอนการวิจัยหาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร

ร้อง ป.ป.ช.สอบกองทัพมุบมิบจัดหา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้กองทัพที่ปฏิเสธการจัดซื้อจัดหาดาวเทียมจารกรรม THEIA เป็นการมโนไปเองว่า ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สปท.) จึงไปลงนามหนังสือแสดงการรับรู้ เมื่อวันที่ 14-23 ธ.ค. และ มี.ค.2561 ไปลงนามในหนังสือแสดงความจำนง ล่าสุด เม.ย.บิ๊กรัฐบาล ไปสหรัฐฯเพื่อเป็นสักขีพยานลงนามหนังสือยืนยัน เป็นการลงนามที่ไม่ได้ขอความเห็นชอบจาก สนช.ก่อน นอกจากนี้ รมช.กลาโหมยังไปร่วมสัมมนาเรื่องการใช้ประโยชน์จากดาวเทียม THEIA โดยมีหน่วยงานความมั่นคงกว่า 200 หน่วยเข้าร่วม ทั้งนี้วันที่ 6 มิ.ย. เวลา 10.30 น. สมาคมฯจะไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวนว่ากรณีดังกล่าว มีการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้