วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลขาสภาฯ ยืนยันไม่โกง แต่ยอมหั่นงบ ติดไมค์-นาฬิกา ‘วิลาศ’ รุกแฉซํ้า

เลขาสภาฯ ยืนยันไม่โกง แต่ยอมหั่นงบ ติดไมค์-นาฬิกา ‘วิลาศ’ รุกแฉซํ้า

  • Share:

เลขาสภาฯเต้นเหยง เรียกถกด่วนงบฯสภาใหม่ โต้ไร้โกง ยอมกลั้นใจปรับลดวงเงิน อ้างไมค์-นาฬิกาโคตรแพงแค่มองต่างมุม “นิคม” กระทุ้งงอกมา 8 พันล้านสูงเกิน จี้แจงทำไมแพงเว่อร์ “พรเพชร” บ่นเซ็งแจงอะไรไปสังคมไม่ฟัง ชิ่งสื่อส่ง “ครูหยุย” ออกงานแทน ผู้รับเหมาขู่งานอาจสะดุด-ได้อาคารพิกลพิการ ด้าน “วิลาศ” ขอจองกฐินร้อง ป.ป.ช. แฉยิบไมค์ฝังเพชรชงซื้อ 1.7 แสน ไม่ใช่ 1.2 แสน ทีวี 65 นิ้วบวกเพิ่มราคาตลาดไปกว่า 3 เท่า เชื่อสุดท้าย ครม.ไฟเขียว “มาร์ค” ตัดบท “ชวน” ไม่ลงชิงนายกฯแน่ “นายหัวชวน” หนุนศิษย์รักให้ไปต่อ พท.ย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรม คสช. “วิษณุ” อุ้ม “บวรศักดิ์” ขี้บ่นแต่ในใจไม่มีอะไร “บิ๊กตู่” โชว์พลังดูดกลุ่มทุนโสมให้รีบปักฐานก่อนเลือกตั้ง

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมัติคำของบประมาณเพิ่มเติม 8,135 ล้านบาท สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้กลับไปทบทวนบางรายการที่เสนอจัดซื้อมีราคาแพงเกินไปนั้น

เลขาฯเรียกถกด่วนปมสภาใหม่

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่อนุมัติคำของบประมาณเพิ่มเติมของรัฐสภา จำนวน 8,135 ล้านบาท สำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยอนุมัติให้เพียง 512 ล้านบาทว่า วันที่ 18 พ.ค. เวลา 09.30 น. จะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงบริษัทออกแบบ มาหารือถึงกรณีที่เกิดขึ้น จากนั้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ จะให้บริษัทที่ออกแบบร่วมชี้แจงสื่อมวลชนด้วย โดยประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตั้งข้อสังเกตว่าราคาไมโครโฟนตัวละ 1.2 แสนบาทและนาฬิกาเรือนละ 70,000 บาท สูงเกินเหตุนั้น เป็นการมองต่างมุม ฝ่ายบริษัทออกแบบอาจมองว่ามีความจำเป็น แต่อีกฝ่ายมองว่าน่าจะใช้ของที่มีราคาถูกกว่านี้ได้ จะขอชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้หลังการประชุมวันที่ 18 พ.ค.

รับคำสั่งยอมปรับลดวงเงิน

นายสรศักดิ์กล่าวว่า เบื้องต้นต้องมีการปรับลดงบประมาณลงมาแน่นอน ทุกอย่างต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้การก่อสร้างรัฐสภาใหม่เสร็จโดยเร็วที่สุด ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่มีโกง ไม่มีทุจริต ทุกอย่างถูกต้อง โปร่งใส และต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อให้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่เสร็จทันตามกำหนด

“นิคม” จี้แจงงบงอกสูงเว่อร์

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาและประสานงานในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสิ่งที่ เพิ่มเติมขึ้นมาในระบบไอซีทีของอาคารรัฐสภาใหม่ มีอะไรบ้าง ทำให้งบประมาณเพิ่มกว่า 8 พันล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินร่วม 60 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณก่อสร้าง สมัยที่ตนเป็นประธานวุฒิสภาช่วงปี 2554-2555 มีการประมาณการงบไอซีทีประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น เรื่องนี้ฝ่ายผู้รับผิดชอบต้องรีบชี้แจงว่างบที่เพิ่มเติมขึ้นมามากมายนำไปใช้ทำอะไร มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด เพราะวงเงินที่เพิ่มขึ้นมาดูแล้วสูงเกินควร อย่างไมโครโฟนราคา 120,000 บาท หรือนาฬิกา 70,000 บาท ต้องชี้แจงว่ามีความจำเป็นอย่างไร เหตุใดใช้ของเก่าทดแทนไม่ได้ ทำไมต้องซื้อใหม่ทั้งหมด

ป.ป.ท.งัวเงียตื่นอ้างไม่มีหน้าที่

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของรัฐสภา ยังไม่ทราบรายละเอียดสเปกของไมโครโฟนที่ถูกระบุว่ามีราคาสูง และเรื่องของสภาหน่วยงานตรวจสอบหลัก คือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ในฐานะที่ ป.ป.ท.เป็นหน่วยตรวจสอบอีกหน่วยหนึ่ง เราจะติดตามการดำเนินการด้วย หากพบอะไรที่ส่อว่ามีการทุจริต จะเข้าไปดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจต่อไป

ปธ.สนช.ชิ่งส่ง “ครูหยุย” ออกงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังที่ประชุม ครม.ตีกลับคำของบประมาณเพิ่มเติมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังนายพรเพชร แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เดิมนายพรเพชรมีกำหนดการเป็นประธานในงานสัมมนาจัดที่รัฐสภา เรื่อง “เเนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ” แต่มอบหมายให้นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. มาทำหน้าที่เเทน

ขู่งานสะดุดได้อาคารพิกลพิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับวงเงิน 512.50 ล้านบาทที่ ครม.อนุมัติมา เป็นเพียงงบสำหรับบริษัทควบคุมงาน และผู้รับเหมา แต่ส่วนงานระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นหลายรายการ อาทิ ระบบไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย งานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และระบบไอที ที่ไม่ได้รับอนุมัติ อาจทำให้การก่อสร้างรัฐสภาใหม่สะดุด และล่าช้ากว่าแผนกำหนดเดิม โดยเดดไลน์ที่ประธาน สนช.กำหนดไว้คือภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ต้องย้ายออกจากอาคารรัฐสภาเดิมทั้งหมดเป็นเงื่อนไขสำคัญ และทางผู้รับเหมาตกลงแล้วว่าจะเร่งก่อสร้างห้องประชุม ส.ว.ให้เสร็จก่อนอันดับแรก ส่วนห้องประชุม ส.ส. หรือที่ใช้ประชุมร่วม จะไปเสร็จเดือน มี.ค.2562 ทางผู้รับเหมาบอกว่าถ้าเงินไม่มา ก็ต้องก่อสร้างตามจำนวนเงินที่มีอยู่ อาคาร ฝ้า เพดาน หรือการเดินท่อแอร์อาคารทั้งหลัง อาจได้อาคารออกมาแบบพิกลพิการ ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องคอยประสานกับสำนักงบประมาณอยู่ตลอดเวลา แต่สังคมไปติดยึดเรื่องงบระบบไอทีทั้งหมดว่าสูงกว่า 8 พันล้านบาท แม้ทางรัฐสภาพยายามชี้แจงอะไรไป สังคมยังคงจับตาดูว่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน

อ้างไมค์ราคาเรือนแสนมีเหตุผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนราคาไมโครโฟนติดตั้งในห้องประชุม ที่ต้องราคาเป็นแสนบาท ไม่ใช่ราคาปกติธรรมดา แต่เป็นไมโครโฟนที่มีระบบแสดงตน มีระบบหลายอย่างที่ใช้ในห้องประชุมสภา ในการลงมติกดปุ่มเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบสารสนเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ (Data Center) ที่ต้องใช้เงินมาก ทางสำนักงบประมาณกำลังดูอยู่ แม้กระทั่งเรื่องไมโครโฟนก็จะพยายามปรับลดราคาลง แต่พอจะทำระบบนาฬิกา คนก็ไปนึกถึงราคา 75,000 บาท ที่เคยอื้อฉาวในอดีตอีก

“พรเพชร” บ่นเซ็งป่วยการชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิดนายพรเพชรระบุว่า นายพรเพชรรับรู้รับทราบเรื่องดังกล่าวแต่ไม่รู้จะต่อสู้อย่างไรแล้ว เมื่อสังคมไปมองว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น จะชี้แจงมีเหตุผลอย่างไรคนก็ไม่ฟัง คราวที่แล้วก็แถลงไปแล้ว แต่ยังมีปัญหาเหมือนเดิม จะมาโทษไม่ได้ว่าทำหน้าที่บกพร่อง เพราะได้พยายามต่อสู้แล้ว หลังจากนี้นายพรเพชรและผู้เกี่ยวข้อง คงต้องทบทวนนำแผนงานมากางดูกันด้วยเหตุด้วยผลต่อไป เท่าที่ทำได้

“วิลาศ” จองกฐินร้อง ป.ป.ช.สอบ

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความงบประมาณที่ขอเพิ่มดังกล่าวไม่ควรเสีย เพราะเป็นงบฯที่เกิดขึ้นจากการขยายเวลาการก่อสร้าง หลังรัฐบาลชุดนี้พ้นจากตำแหน่งจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแน่นอน ยืนยันจะติดตามต่อไปเพราะยังมีความพยายามของบฯเพิ่มอีก ไม่เชื่อว่าบริษัทรับงานจะเชี่ยวชาญทุกด้าน จะมีพัสดุ อุปกรณ์ทุกชนิดขายครบหมดทุกชนิด แต่เจ้านี้มีครบ เสมือนว่ามีการล็อกสเปกมาหรือไม่ และอนุมัติไปตามความเหมาะสมหรือไม่ การใช้เงินจ้างที่ปรึกษาที่ผ่านมา มีข้อมูลว่ามีการนัดประชุมหลายครั้ง จนทำให้กรรมการบางคนได้รับเงินเบี้ยประชุมจนมีฐานะร่ำรวย อย่างไรก็ตาม คาดว่างบฯส่วนที่ขอไว้กว่า 8 พันล้านบาทนี้ ครม.คงอนุมัติตามที่ขอ เพราะ สนช.ถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย ที่มาจาก คสช. เมื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่เสนอไว้พบพิรุธหลายรายการ เช่น เสนอราคาทีวีขนาด 65นิ้ว ยี่ห้อซัมซุงเครื่องละ 1.7 แสนบาท แต่ราคาตลาดทั่วไปไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือไมโครโฟนที่บอกเสนอขอมาตัวละ 1.2 แสนบาท ข้อเท็จจริงเขาเสนอราคามาที่ตัวละ 1.4 แสนบาท ทำให้รู้ทันทีว่าราคาที่เสนอมานั้นไม่ใช่เป็นราคามาตรฐานกลาง ตามระเบียบราชการว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง หรือตาม พ.ร.บ.จัดซื้อ จัดจ้าง แต่เป็นราคาเต็มที่บริษัทเอกชนเสนอมา

“มาร์ค” ตัดบท “ชวน” ชิงนายกฯ

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการผลักดันนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้นำพรรคลงสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรค คสช. และพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเป็นทางเลือกให้ประชาชนในอนาคต ไม่อยากให้มองว่าไปสู้กับใคร หรือจับมือกับใครพวกไหน แต่แสดงถึงทางออกที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ส่วนการสรรหาผู้สมัคร หรือเลือกตัวนายกฯ เป็นไปตามกฎหมาย นายชวนยังเคยคุยติดตลกว่าท่านเป็นเหมือนนายมหาธีร์ โมฮัมมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่ได้ เพราะถ้าจะเป็นคงต้องรออีก 12 ปี นายชวนไม่ได้สนใจมานำพรรคในขณะนี้ ท่านยังทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ให้คำปรึกษาแก่คนในพรรค

รอถกคำสั่ง คสช.ที่ไร้เหตุผล

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่รัฐบาลเชิญพรรคการเมืองร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งวันที่ 1 มิ.ย.นั้น พรรคประชาธิปัตย์พร้อมรับคำเชิญ ไม่มีปัญหา มีประเด็นที่จะไปอภิปรายให้ คสช.ทราบถึงปัญหา ที่เกิดจากการออกกฎระเบียบของ คสช.โดยไม่มีเหตุผล ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน เมื่อถามว่า 4 ปีที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้ปฏิรูปตอบโจทย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า สิ่งที่สำเร็จคงเป็นเพียงเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ส่วนการปฏิรูปยังไม่มีความชัดเจนที่เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่สามารถผลักดันอะไรได้ ที่ชัดเจนที่สุดคือการปฏิรูปตำรวจ 4 ปีไม่มีอะไรคืบ ขณะที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจยังไม่มีการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนระดับล่าง จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สะท้อนว่าร้อยละ 80 รายได้ของคนจนและคนส่วนใหญ่ลดลง แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจไปอยู่กับคนที่มีรายได้สูงให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

“ชวน” ลั่นหนุนศิษย์รักให้ไปต่อ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ว่า ขอบคุณความตั้งใจดีเหล่านั้น แต่ส่วนตัวคิดว่าเราต้องเคารพกฎเกณฑ์ กติกาในระบบนี้ ยังคงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าอยู่ ไม่มีความคิดเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เมื่อถามว่ามีโอกาสกลับมาหรือไม่ นายชวนตอบว่า เป็นไปได้ก็ต้องรออีก 12-13 ปี ก็จะเท่ากับนายมหาธีร์ ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้เป็นไม่ได้ เราเป็นพรรคการเมืองที่มีกติกาที่ดี และการเลือกคนมาเป็นหัวหน้าพรรคก็ให้โอกาสโดยไม่เลือกปฏิบัติ และนักการเมืองในพรรคนี้มาจากวิถีทางประชาธิปไตย นี่คือสาระสำคัญมาก ถ้าเราไม่สามารถสกัดการโกงเลือกตั้ง การทุจริต การซื้อเสียง การแลกเสียงกับผลประโยชน์ได้ นักการเมืองก็ยังโกงอยู่

ยึดหลักการเชิญคนรุ่นใหม่

นายชวนกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคเราภูมิใจคือ เรายึดมั่นการแพ้-ชนะเลือกตั้ง ไม่ปฏิบัติอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่ยอมให้มีการซื้อเสียง เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด คิดว่าเป็นจุดที่ถูกต้อง และดีแล้ว การเมืองควรเป็นของคนทุกวัย บ้านเมืองต้องอาศัยคนทุกวัย ไม่ใช่คนสูงวัย กลางคน หรือคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ต้องทุกวัย ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อบ้านเมืองด้วยความตั้งใจจริง จึงขอเชิญชวนคนที่คิดว่าเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถ มาร่วมงานการเมือง งานการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่คนส่วนหนึ่งแม้จะเป็นคนดีอยากทำงาน แต่มักไม่อยากเปลืองตัว เพราะเข้ามาแล้วต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ฉะนั้นใครที่ไม่บริสุทธิ์จริง หรือมีมลทิน หรือคนบริสุทธิ์ ก็ไม่อยากเข้ามา เพราะกลัวการตรวจสอบ ทำให้ได้คนที่เก่ง มีความสามารถหายาก เป็นนักการเมืองมา 50 ปี อะไรที่เป็นของดีในอดีตต้องเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ว่ายุคใหม่จะดีไปทุกเรื่อง ของใหม่ๆ บางทีก็ไม่ใช่ของดีเสมอไป อะไรที่เป็นของดีไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ต้องเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้

พท.ย้ำจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรม

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คสช.จะเชิญพรรคการเมืองไปพูดคุยเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คสช. ไม่มีหน้าที่โดยตรงในเรื่องดังกล่าวและในคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ระบุถึงการเชิญพรรคการเมืองหารือว่าอาจเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจที่จะเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วม ถ้า คสช.คิดจะเล่นการเมืองต่อไปเพื่อสืบทอดอำนาจ ยิ่งไม่มีความเหมาะสมที่จะเชิญพรรคการเมืองไปหารือ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยคงยืนยันจุดยืนเดิม คือไม่เข้าร่วม

ปฏิรูปเหลวจะรับผิดชอบยังไง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯออกมาปรามนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ที่แสดงความเป็นห่วงกระบวนการปฏิรูปจะไม่สำเร็จ ว่า เวลา 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าขาดทุน ไม่ทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “เขาอยากอยู่ยาว” ตามที่นายบวรศักดิ์เคยแฉหรือไม่ ขนาดคนในด้วยกันตั้งข้อสังเกตยังไม่ฟัง นับประสาอะไรจะไปรับฟังความเห็นจากภาคส่วนอื่นและภาคประชาชน ที่บอกว่า 8 เดือนก่อนเลือกตั้ง รัฐบาล คสช.จะเร่งปฏิรูปเรื่องใหญ่ๆ 5 เรื่องให้สำเร็จ โดยเรื่องที่ 5 บอกว่าจะปฏิรูปการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่การออกมาตำหนินายบวรศักดิ์ ถือเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งหรือไม่ ที่บอกว่ารัฐบาลพร้อมรับผิดชอบหากการปฏิรูปล้มเหลว อยากถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ลาออก หรือจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว หรือรับผิดชอบโดยการตำหนิคนเห็นต่าง แล้วทำเหมือนเดิมโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เย้ยได้ไปต่อก็ไม่มีวันสำเร็จ

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรมแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องปฏิรูปดูมาตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มีทางสำเร็จ เพราะคิดช้า ต้องคิดมาก่อนทำปฏิวัติแล้วว่าจะมาทำอะไร หรืออย่างช้าที่สุดปฏิวัติปั๊บต้องออกมาแล้วว่าจะทำอะไร นี่มาคิดตอนปลายๆทำทันที่ไหน เพราะการปฏิรูปต้องใช้เวลา วางให้ทำตาม 20 ปีมันฝืนธรรมชาติ และยังทำโดยกรรมการที่เป็นอดีตข้าราชการเป็นส่วนใหญ่ ใครที่ไหนอยากปฏิรูปตัวเอง บอกเลยสำเร็จยาก คิดวางเป้าหมายใหญ่ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป แต่ทำไม่เป็นคิดไม่เป็น เสียหายหมด มีแผนปฏิรูปออกมาจริงแต่ไม่เกิดผลอย่างที่ประชาชนต้องการ เผลอๆจะเป็นอุปสรรคด้วยซ้ำ ต่อให้ได้ไปต่ออีก 4 ปี ก็ไม่มีทางสำเร็จ

“เสี่ยตือ” แนะรัฐบาลใจกว้าง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การนัดชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค.นี้ คสช.และรัฐบาลควรปล่อยไปตามธรรมชาติ เพราะมีโรดแม็ปอยู่แล้ว อย่าใช้ความรุนแรง อย่าคิดว่าพวกเห็นต่างเป็นฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทุกคนคาดหวังให้เป็นประชาธิปไตย ต้องใจกว้างและยอมรับกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น หากเอาเรื่องการชุมนุมมายืดเวลาการเลือกตั้งออกไป จะยิ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลและ คสช.กำลังยื้ออำนาจ ยิ่งฝ่ายความมั่นคงพยายามจำกัดขอบเขตการชุมนุม ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะยิ่งมองเขาเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ กลายเป็นเรื่องความรู้สึก ไม่ใช่เหตุผล อาจทำให้เกิดแรงปะทะแรงต้าน ทุกคนมีอิสระทางความคิด อย่ามองว่าเขาถูกครอบงำ ถูกชักจูงจากกลุ่มไหน อยากให้มองด้วยสายตาที่บริสุทธิ์

เปิดตัวให้ชัดดีกว่าแอบมุมมืด

เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในกลุ่ม ที่สอดคล้องกับการตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ตอบว่า ยิ่งอึมครึมเท่าไหร่คนยิ่งวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น แต่ถ้าประกาศชัดเจนออกมาเลยก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ทุกคนกลับจะชื่นชมที่กล้าเปิดให้รู้ว่าถึงเวลาแล้ว ไม่มีใครว่าถ้าคุณอยู่ในที่สว่าง อย่าไปแอบทำลับๆในที่มืด ในเมื่ออยากทำงานการเมืองถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องเปิดเผยและสุจริตใจ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้เหมือนเป็นอีแอบอยู่ นายสมศักดิ์ตอบว่า นี่ก็เพราะความอึมครึม ทำให้ผู้คนมองด้วยความหวาดระแวงเคลือบแคลง

“วิษณุ” อ้อน 2 พรรคใหญ่มาคุยกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากพรรคการเมืองมาน้อย ก็เลื่อนไปได้ แต่คงไม่ยกเลิก เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 กำหนดให้ต้องมีพูดคุยกัน ส่วนเดือน มิ.ย.ตนเป็นคนกำหนด ไม่ได้ระบุในคำสั่ง เมื่อถามว่าหาก 2 พรรคใหญ่ไม่มาจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คุยกับ 60 พรรคเล็ก หรือ 30 พรรคกลางได้ เดี๋ยวพรรคใหญ่ก็ได้ยินเอง ความจริงเราอยากเชิญแต่อย่าเพิ่งไปพูดเลย เดี๋ยวสื่อไปพาดหัวข่าวว่า วิษณุไม่แคร์ วิษณุเมิน หรือวิษณุยันไม่มาก็ได้ ผมไม่ใช่อย่างนั้น แต่ถ้าลงว่าวิษณุอ้อนวอนอะไรแบบนั้นน่าจะดี อยากให้ช่วยเขียนแบบนั้นกันบ้าง ส่วนจะรู้วันเลือกตั้งเลยหรือไม่ ผมไม่ทราบ” เมื่อถามว่าต้องรอผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีส่วน เดือน พ.ค.น่าจะรู้เรื่องแล้ว

ยกโคลงแก้เกี้ยวอุบไต๋การเมือง

นายวิษณุยังกล่าวถึงอนาคตทางการเมือง หากมีผู้ทาบทามเป็นที่ปรึกษาพรรค ว่า ขอไม่ตอบ พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “เคยได้ยินโคลงโลกนิติหรือไม่ที่ว่า เขาบ่เรียกอย่าเพิ่งขึ้นเคหา ท่านบ่ถามอย่าเจรจาอวดรู้ แต่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ในเมื่อเขายังไม่ได้เชิญขึ้นบ้านอย่าเพิ่งขึ้นไป เขายังไม่ได้ชวนคุยอะไรก็อย่าเพิ่งไปพูด วันนี้ตอบอะไรก็ผิดไปทั้งนั้น ผมตอบว่าไม่ก็จะมีคนบอกว่าใครเชิญมึง ถ้าผมบอกว่าเอาก็จะมีคนบอกว่าไอ้นี่กระดี๊กระด๊าเขายังไม่ทันจะเชิญเลย ฉะนั้นไม่ต้องทำอะไรเฉยๆไว้”

อุ้ม “บวรศักดิ์” ขี้บ่นแต่ไม่มีอะไร

นายวิษณุยังกล่าวอีกว่า ได้พบกับนายบวรศักดิ์บ่อย และพูดให้ตนฟังเสมอในเรื่องปฏิรูป อาจบ่น ไปหน่อยแต่ในใจไม่มีอะไร นายบวรศักดิ์เป็นแชมป์เรื่องการปฏิรูป อยากทำอะไรอีกเยอะแยะเสนอเข้ามาหลายเรื่อง ตอนนี้อยู่บนโต๊ะทำงานตน และโต๊ะทำงานนายกฯ ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปต้องใช้เวลา ต่างจากปฏิวัติที่ทำใน 24 ชั่วโมงข้ามคืนได้ หากถามว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาได้ปฏิรูปอะไรหรือไม่ อยากบอกว่าทำไปมากแล้ว คงทยอยชี้แจงออกมา นายกฯจึงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย เมื่อถามว่าจะปรับในส่วนของราชการหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ปรับอยู่แล้ว เดือน มิ.ย.นี้ จะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน มีนายบวรศักดิ์เป็นประธาน ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการปฏิรูปด้านกฎหมาย ที่นายบวรศักดิ์มีหน้าที่วางแผนปฏิรูปอยู่

“กอบศักดิ์” คุยปฏิรูปทิ้งทวน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การปฏิรูปมีความคืบหน้าพอสมควร นายบวรศักดิ์เองก็มีส่วนช่วยหลายอย่าง แต่การปฏิรูปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคือการเปลี่ยนแปลง หลายคน ไม่อยากเปลี่ยนแปลง เชื่อมั่นว่าระยะเวลาที่เหลือ 8 เดือน จะมีโครงการที่เกี่ยวกับการปฏิรูปออกมา จำนวนมาก สัปดาห์หน้าจะมีเรื่องป่าชุมชนเข้าที่ประชุม ครม. รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างของกระทรวง 3-4 กระทรวง เช่น นำกระทรวงวิทยาศาสตร์มารวมกับสำนักงานอุดมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงใหม่ที่ใช้ชื่อว่ากระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย 2-3 เดือนข้างหน้ากฎหมายจะเสร็จ

โยนถามนายกฯ “เทือก” มิตรแท้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ออกมากล่าวให้กำลังใจนายกฯ ว่า นายสุเทพให้กำลังใจนายกฯมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาให้ ส่วนจะเป็นมิตรแท้กับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ต้องไปสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์เอง ส่วนความสนิทสนมกับนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็นนั้น รู้จักกันมา 30-40 ปีแล้ว แต่ไม่เคยเจอกัน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะดึงมาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ในอนาคตยังไม่รู้ ต้องลองถามเขาดู จะมาร่วมกับพรรคใคร เมื่อถามย้ำว่าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรรีบตอบว่า ยังไม่มี คนก็ว่ากันไปเรื่องพรรคพลังประชารัฐ สำหรับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ประกาศจะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 22 พ.ค.นั้น “ไม่ให้มา จะมายังไง”

“อภิสิทธิ์” เหน็บ รธน.ปราบโกง

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น คณะกรรมาธิการการเมือง สนช. ร่วมกับสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดอภิปรายหัวข้อ “รัฐธรรมนูญปราบโกง จะสัมฤทธิผลได้จริงหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีการตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเป็นฉบับปราบโกง ต้องชื่นชมว่าเป็นการตลาดที่ดีแก่ผู้ยกร่าง แม้ตอนลงประชามติตนจะไม่เห็นชอบ เพราะเห็นว่าบทบัญญัติเรื่องปราบปรามการทุจริตอาจไม่สัมฤทธิผลเหมือนที่โฆษณาไว้ และการตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ก็ทำได้ยากขึ้น ต้องยื่นผ่านประธานรัฐสภาที่มาจากรัฐบาล และการบัญญัติให้การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ทำโดยสรุปได้ไม่ต้องลงรายละเอียดนั้น ยิ่งทำให้การตรวจสอบโดยภาคประชาชนทำได้ยากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทุกรัฐบาลมุ่งมั่นปราบการทุจริต แต่บางรัฐบาลปราบเฉพาะแต่ฝ่ายตรงข้าม และแม้ไม่ผิดก็ยังยัดเยียดข้อหาให้ด้วย

“พงศ์เทพ” เห็นพ้องทำไม่ได้จริง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไม่เป็นประชาธิปไตยทำให้การทุจริตเกิดขึ้นง่าย มีคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่า “ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” เช่นนี้แล้วจะปราบโกงได้เช่นไร มองว่าอนาคตการปราบโกงทำได้ยาก ยิ่งในอนาคตอันใกล้จะเป็นสังคมไร้เงินสด ยิ่งตรวจสอบการทุจริตภาครัฐได้ยากยิ่งขึ้น จะมีคนของรัฐบาลชุดนี้เข้ามาจัดการแทบทุกเรื่อง เช่น มีองค์กรเดียวที่ซื้อเรือเหาะ รถถัง ไม้ชี้ผี ที่แพงเกินจริง ใช้งานไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยกับคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ ตามที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญอาจปราบโกงไม่ได้จริง และยังเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบชี้มูลได้มากขึ้น

“บรรเจิด” กระตุกจิตสำนึกร่วม

ด้านนายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ลำพังรัฐธรรมนูญปราบโกงเองไม่ได้ แค่วางโครงสร้างและกลไกไว้เท่านั้น ดูภาพรวมแล้วรัฐธรรมนูญโฟกัสไปที่การปราบปรามมากกว่าการสร้างเสริมค่านิยมของประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ให้นักการเมืองและประชาชนมีส่วนร่วม แต่ไปเน้นที่องค์กรอิสระ ประเด็นใหญ่คือการสร้างจิตสำนึกร่วมของประชาชน แต่สำนึกร่วมของไทยมีแค่บางสถานการณ์เท่านั้น

พลังประชารัฐรำลึกพฤษภา 35

อีกเรื่อง นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 กล่าวว่า วันที่ 17 พ.ค. จะจัดกิจกรรมรำลึกพฤษภาประชาธรรมปีที่ 26 ที่สวนสันติพร อนุสรณ์พฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กิจกรรมภายในงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. มีพิธีวางมาลาสดุดีวีรชนพฤษภา จากนั้นเป็นการแสดงของเยาวชนเรียกร้องความปรองดองในสังคมเรื่อง “ความฝันของหนู” ช่วงบ่ายจะมีการเสวนาหัวข้อ “วิสัยทัศน์ผู้นำพรรคการเมือง” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ

“บิ๊กตู่” เปิดทำเนียบรับแขกเมือง

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ ประจำประเทศไทย-มาเลเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และคณะวิจัยการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ เข้าเยี่ยมคารวะ ต่อมาเวลา 11.00 น. นายโมฮัมเหม็ด บาเก็ด โบนัก รองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เข้าเยี่ยมคารวะ มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ภูมิภาคตะวันออกกลาง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หวังว่าอิหร่านและประเทศที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ (Joint Comprehensive Plan of Action-JCPOA) จะสามารถหารือเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกันได้

กล่อมนักธุรกิจโสมลงทุนไทย

จากนั้นเวลา 13.30 น. นายเพค อุน-ยู รมว. การค้า อุตสาหกรรมและพลังงานเกาหลีใต้ นำคณะนักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้จำนวน 180 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เกาหลีใต้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับ 10 ของไทย ปี 2560 มีมูลค่าค้าขายรวม 12,734 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวังว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 21,000 ล้านดอลลาร์ฯ ภายในปี 2563 แม้จะมองว่าไทยเป็นฐานการลงทุนของญี่ปุ่นและจีน แต่ขอยืนยันว่าเกาหลีใต้ยังมีโอกาสการลงทุนด้านต่างๆในไทยอีกมาก เพราะรัฐบาลมีนโยบายชัดเจน อาทิ เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยุทธศาสตร์ 4.0 อยากเห็นเกาหลีใต้เข้ามาร่วมมือกับไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่นี้ด้วยกัน

โชว์พลังดูดทุนนอกให้รีบปักฐาน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพมากที่สุด จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปี 2562 ขณะเดียวกันได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศในระยะยาว หรือแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยพัฒนาต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเน้นประชาชน ขอว่าจากนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงก่อนการเลือกตั้ง อยากให้มาลงทุนให้ได้ก่อน มีความร่วมมือกันให้มากขึ้น ที่เหลือค่อยสานต่อไป เราต้องกำหนดโรดแม็ปด้วยกัน พูดคุยเจรจากันให้ดี

ปัดภาครัฐไม่เกี่ยวงบไทยนิยม

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2561 บังคับใช้แล้ว การดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืนทั่วประเทศ จะพิจารณาว่าโครงการที่เสนอมาเหมาะสมหรือไม่ จากนั้นจะตรวจสอบเรียงลำดับตามขั้นตอนการใช้งบ และการบริหารโครงการ ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะกรรมการหมู่บ้าน และประชาชน ภาคราชการไม่เกี่ยว เมื่อเงินลงไปในพื้นที่จะไปเข้าบัญชีกรรมการหมู่บ้าน ต้องช่วยกันดูเรื่องความโปร่งใส เมื่อดำเนินการครบทั้ง 4 ครั้งแล้ว ต้องมีการประเมินผล โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย การประชุม ครม.สัปดาห์หน้าจะชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงรายละเอียดที่ประชาชนขอมาจากพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน น้ำเพื่อการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นความต้องการของประชาชน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้