บิ๊กตู่สั่งฝ่ายกฎหมายจับตา กกต.ฮึ่มตัดสิทธิ-ยุบพรรค ‘มาร์ค’ถามความจริง‘สมคิด’อดีต ส.ส.เพื่อไทยแห่บินพบ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ที่สิงคโปร์ต่อคิวแน่นคุย 2 อดีต นายกฯ “บิ๊กตู่” สั่งฝ่ายกฎหมายจับตาความเคลื่อนไหว หวั่นฉวยโอกาสละเมิดกติกา กกต.ขู่เสียงดัง หากเข้าข่ายให้คนนอกครอบงำการบริหารพรรค มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรค เด็กเพื่อไทยผวาปัดพัลวัน ยืนกรานไม่มีวาระแฝงเรื่องการเมือง แค่ไปเยี่ยมด้วยความเคารพ “อภิสิทธิ์” ท้า “สมคิด” กล้าพูดความจริง เหน็บรู้อยู่แก่ใจใช้ผลประโยชน์ล่อใจดูดอดีตผู้แทนเข้าสังกัดจริงหรือไม่ ผบ.ทบ.-สมช.ประสานเสียงสะกดม็อบคนอยากเลือกตั้งได้ เชื่อไม่มีเหตุรุนแรงชุมนุมวันที่ 5 พ.ค.นี้ “ศรีวราห์” ขึงกำลังตำรวจ-ทหารคุมพื้นที่ภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ห่วงมือที่ 3 แฝงสร้างสถานการณ์วุ่นวาย สนช.การันตีไม่คว่ำว่าที่ กกต.ลอตใหม่ยกเข่ง โต้ไม่มีใบสั่งโหวตผ่าน 7 กกต.หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ทำให้มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคน เตรียมเดินทางไปพบ ท่ามกลางกระแสข่าวการไปหารือเรื่องตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ การวางตัวผู้สมัคร ส.ส. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งให้จับตาดูความเคลื่อนไหวมีการทำผิดกติกาหรือไม่ ขณะที่เลขาธิการ กกต.เตือนให้ระวัง หากเป็นการให้คนนอกเข้ามาครอบงำการบริหารพรรค อาจมีโทษถึงขั้นโดนยุบพรรค “บิ๊กตู่” จับตาอดีต ส.ส.พบ “ทักษิณ”เมื่อวันที่ 4 พ.ค. เวลา 12.35 น. ที่อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอดีต ส.ส.เพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า เท่าที่ คสช.ดูอยู่ จริงๆแล้วไม่ได้จะไปหาเสียงอะไร ตอนนี้กำลังให้ติดตามดูอยู่ว่าใครทำผิดกติกาเหล่านี้บ้าง หลายคนฉวยโอกาสเหมือนกัน แม้กระทั่งช่วงสงกรานต์ก็ไปเดินที่นู่น ที่นี่ คุยกับคนนั้นคนนี้ เป็นการหาเสียงหรือไม่ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เมื่อถามว่า คสช.จำเป็นต้องออกคำสั่งใหม่ ห้ามนักการเมืองเดินทางออกนอกประเทศ หรือต้องแจ้งก่อนเดินทางหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่มี ทุกคนต้องรู้จะสั่งอะไรกันบ่อยนัก เมื่อคำสั่งออกมาปฏิบัติตามคำสั่งก็จบ คำสั่งที่ออกมาไม่ได้ให้เอื้อประโยชน์ใคร เพียงแค่ให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง จะออกคำสั่งอะไรกันบ่อยๆ พอออกมาก็โต้กันอีก จะให้ออกกันถึงเมื่อไร ทำไมไม่รู้จักทำงานเพื่อความสงบสุขของสังคมกันบ้าง ทุกคนพยายามสร้างเรื่องสร้างเหตุการณ์กันตลอด แล้วให้รัฐบาลใช้อำนาจออกคำสั่ง เสร็จแล้วก็หาว่ารัฐบาลสืบทอดอำนาจ วนกันอยู่อย่างนี้ สื่อรู้ดีอยู่โต้ไม่มีวาระแฝง ครม.บุรีรัมย์พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการลงพื้นที่ประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค.นั้น ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีไปสัญญาอะไรกับใคร ไม่ได้ต้องการพบนักการเมือง ทั้งหมดคือประชาชนของประเทศไทย เป็นรัฐบาลต้องไปทุกจังหวัด ส่วนที่นักการเมืองจะมาให้การต้อนรับ จะไปห้ามได้หรือไม่ สื่อก็ห้ามสิ จะให้ตนห้ามไม่ให้มารับหรืออย่างไร ทำได้หรือไม่ อย่าเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย พอแล้ว เรื่องการเมืองรู้ว่าหลายคนอยากถาม ก็ยังไม่มีคำตอบ เพราะตนก็ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรเลยตรงนั้น “บิ๊กป้อม” ไม่ห้าม พท.บินไปสิงคโปร์ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยเตรียมเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์ว่า มีระเบียบห้ามหรือไม่ ทั้งนี้ คำสั่ง คสช.ที่ 21/2557 เรื่องห้ามบุคคลออกนอกราชอาณาจักรได้ยกเลิกไปแล้ว จึงสามารถไปได้ อย่างไรก็ตามไม่ได้ประเมินว่าการปรากฏตัวของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี สอดคล้องกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พ.ค.นี้พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวว่า กรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ประเทศสิงคโปร์นั้น อยู่ที่ดุลพินิจแต่ละคน ส่วนตัวถ้าอะไรที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงในประเทศ ก็ไม่อาจไปอะไรเท่าใดนัก ขอไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งทางการข่าวตนไม่ได้ติดตาม เพราะเป็นเรื่องของระหว่างประเทศดำเนินการไป กกต.ขู่ยุบพรรคบินพบนายใหญ่พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีมีอดีต ส.ส.เดินทางไปพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในต่างประเทศว่า ต้องดูว่าเข้าลักษณะการครอบงำ ชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เพราะตามกฎหมายพรรคการเมืองไม่ให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว รวมถึงการนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาสู่พรรคก็ไม่ได้ ตรงนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อน หากพบว่าผิดตามกฎหมายจริง กำหนดโทษต้องยุบพรรคและถูกตัดสิทธิทางการเมือง ส่วนที่ขณะนี้เริ่มมีการออกรายการโทรทัศน์ในลักษณะของการหาเสียงเพื่อหวังผลของการเลือกตั้งนั้น กกต. ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะยังไม่อยู่ในช่วงของการควบคุมการหาเสียง จึงเป็นเรื่องเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ต้องระมัดระวังว่าอย่าให้ไปละเมิดผู้อื่น อดีต รมต.-ส.ส.ต่อคิวแน่นเข้าพบผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่เดินทางไปพบนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์นั้น ล่าสุดได้ทยอยเดินทางกันไปแล้วในวันที่ 4 พ.ค.นี้ โดยมีจำนวนมากหลายกลุ่มไปคอยเข้าพบ มีทั้งไปส่วนตัวและไปกันเป็นกลุ่ม ทำให้คิวแน่นต้องจัดคิวในการเข้าพูดคุยกับอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคน โดยในส่วนของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย จะเข้าพบนายทักษิณในวันที่ 5 พ.ค.นี้ เผย “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ห่วงคนไทยวันเดียวกัน นายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย โพสต์อินสตาแกรมเป็นรูปที่ถ่ายร่วมกับนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมบรรยายข้อความว่า “วันนี้มีโอกาสได้พบนายกฯทั้งสองท่าน ทุกคำที่พูดกันคือ ความเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้อง ระบบการศึกษาของประเทศ และวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆในแง่มุมของท่าน แถมก่อนกลับได้ถั่วพิสตาชิโอจากดูไบ รักและคิดถึงท่านทั้งสองเสมอ” ต่อมานายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ เข้าไปคอมเมนต์ด้วยว่า “กลับมาแล้วรึเกือบจะสวนกัน” พท.ปัดพัลวันไร้วาระการเมืองแฝงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.เพื่อไทย จะเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหารือเรื่องการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในบางพื้นที่เกิดความทับซ้อนว่า เป็นเรื่องคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมาก ขณะนี้ยังไม่มีการปลดล็อกการเมือง พรรคการเมืองยังไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ไม่มีใครทราบว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร จึงไม่มีใครทราบว่า จะได้ลงพื้นที่ใด หรือไม่ได้ลง และเมื่อปลดล็อกทางการเมืองแล้ว พรรคต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และดำเนินการตามกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ระหว่างที่การเมืองติดล็อก พรรคการเมืองมีข้อจำกัดมากมาย ไม่สามารถไปทำการใดๆได้ ส่วนคนที่เดินทางไป ถ้ามีคงเป็นเพราะความเคารพรักกัน ไม่มีนัยทางการเมือง ไม่มีการไปแก้ปัญหาการเมืองในพรรค นอกพรรคอะไรทั้งสิ้น เผยอุบลฯเจอไทยนิยมรุกหนักนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะไปประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. ท่ามกลางกระแสข่าวอาจมี ส.ส.ในพื้นที่ย้ายมาร่วมงานการเมืองด้วยว่า เท่าที่รู้ เขาสนับสนุนกันอยู่แล้ว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ นำ ครม.ลงพื้นที่เพื่อไปสร้างพลัง พยายามส่งสัญญาณ ถ้ามาอยู่ด้วยจะยิ่งใหญ่ ใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์สร้างอำนาจให้ดูมีพลังอำนาจ เพื่อดึงให้ ส.ส.มาอยู่ด้วย ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย จะร่วมประชุมกับ พล.อ.ประยุทธ์ช่วงลงพื้นที่หรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะคนรู้ชัดเจนอยู่แล้ว พรรคภูมิใจไทยจะไปฝั่งไหน แม้การเปลี่ยนขั้วการเมืองเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยก่นด่านักการเมืองมาตลอด ทำไมวันนี้จึงพยายามชวนนักการเมืองไปร่วมสนับสนุน ทั้งนี้ในส่วนพรรคเพื่อไทยยังเหนียวแน่นดี ไม่มีใครไปไหน ส่วนความพยายามดึง ส.ส.อุบลราชธานีนั้น เวลานี้พรรคที่เข้ามาทำพื้นที่มากที่สุดคือ พรรคข้าราชการ มาในรูปแบบโครงการไทยนิยมยั่งยืน มีการใช้งบประมาณของรัฐมากกว่าโครงการประชานิยมเสียอีก “มาร์ค” ท้า “สมคิด” กล้าพูดความจริงที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขอให้พรรคการเมืองไปคิดเรื่องนโยบายดีๆแทนเรื่องการโจมตีเรื่องดูด ส.ส.ว่า ไม่อยากตอบโต้ไปมา เอาความจริงมาพูดกันดีกว่า นายสมคิดรู้อยู่แก่ใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยข้อมูลที่ตนทราบจากผู้เกี่ยวข้องตรงกัน ไม่ใช่อย่างที่คนในรัฐบาลกล่าวอ้าง และยังพูดขัดแย้งกันเอง ทีแรกบอกดึงตัวมาช่วยงานอีอีซี อีกทีบอกนักการเมืองมาเอง ส่วนตัวไม่มีปัญหาเรื่องสมาชิกย้ายพรรค แต่อยากให้ย้ายเพื่ออุดมการณ์และประโยชน์ประเทศมากกว่าการที่รัฐบาลใช้อำนาจ ผลประโยชน์และตำแหน่งมาต่อรอง เมื่อถามว่า นายสมคิดระบุว่า พรรคการเมืองควรทำนโยบายดีกว่าโจมตีเรื่องดูด ส.ส. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า อยากให้ คสช.ย้อนไปดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากคำสั่ง คสช.ทำให้ต้องเสียเวลายืนยันสมาชิกด้วยเวลาที่จำกัด ดังนั้นหากต้องการให้พรรคการเมืองทำนโยบาย ควรบอก คสช. ยกเลิกคำสั่ง 53/2560 ให้เอาความจริงมาพูดจะดีกว่า อย่าใช้ผลประโยชน์หรือตำแหน่งมาต่อรอง เพราะท่านก็อยู่ในวงเจรจานั้นด้วย ลูกหาบร่วมบี้เคลียร์ปมดูด ส.ส.นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิมาพูดให้พรรคการเมืองไปคิดนโยบายดีๆแทนการโจมตีเรื่องดูด ส.ส. เพราะนายสมคิดอยู่ในรัฐบาลเผด็จการทหาร ไม่เคยมาจากการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิเสนอแนะพรรคการเมือง ทุกพรรครู้หน้าที่ต้องคิดนโยบายที่ดีเสนอต่อประชาชน แต่นายสมคิดสร้างความเสียหายให้ประเทศตั้งแต่สมัยอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร ร่วมคิดนโยบายประชานิยม กลายเป็นต้นตำรับนโยบายประชารัฐที่ร้ายแรงกว่าประชานิยมเช่น การให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้กรรมสิทธิ์นาน 99 ปี อนาคตจะได้เห็นป้ายประกาศเขตคนต่างชาติ คนไทยห้ามเข้า การให้สิทธิพิเศษเหนือคนไทยเป็นการขายชาติหรือไม่ บิดานายสมคิดสอนให้มีสำนึก กตัญญูต่อแผ่นดินไทยหรือไม่ จะรณรงค์และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้าแก้สัญญาที่ประเทศไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่นายสมคิดเปรียบคนที่ย้ายออก เพราะไม่มีความสุขนั้น คิดว่านายสมคิดน่าจะยุ่งกับการระดมทุนตั้งพรรคจนไม่มีเวลาฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.บอกว่า การดูดเป็นครรลองระบอบประชาธิปไตย การให้อดีต ส.ส.ไปพบที่ทำเนียบรัฐบาล ชวนดูดเข้าพรรคทหาร โดยยื่นตำแหน่งต่างๆให้ นายสมคิดกำลังทำอยู่หรือไม่ จะทำอะไรให้คิดถึงพระคุณแผ่นดินไทยบ้าง พลังชลย้ำไม่ควบรวมพรรคอื่นเช้าวันเดียวกัน ที่ทำการพรรคพลังชล ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมด้วยอดีต ส.ส. คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารท้องถิ่น เดินทางมาร่วมงานเนื่องในวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 7 ปี โดยนายสนธยา พร้อมแกนนำพรรค ร่วมสักการะและบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ โดยนายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชลกล่าวว่า วันก่อตั้งพรรคครบ 7 ปี พรรคพลังชลเน้นการจัดงานแบบเรียบง่าย ไม่ได้เชิญแกนนำพรรคต่างๆมาร่วมงาน เพราะไม่อยากให้ถูกนำไปเชื่อมโยงเป็นประเด็นการเมือง พรรคพลังชลจะทำงานทางการเมืองในนามพรรคต่อไป ไม่ไปรวมหรือควบรวมกับพรรคใด ยืนยันว่านายสนธยายังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนอนาคตจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯหรือตั้งรัฐบาล ยังไม่ทราบ รอให้ถึงเวลานั้นก่อน สำหรับการยืนยันสมาชิกพรรคจนถึงวันที่ 30 เม.ย. มีสมาชิกพรรคพลังชลมายืนยันตนกว่า 2,700 คน จากเดิมที่มีสมาชิก 10,800 คนเล็งเปลี่ยนชื่อใหม่ “พลังชน”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคพลังชลได้หารือกันถึงการปรับปรุงโครงสร้าง การทำงานของพรรค เพราะมีหลายฝ่ายให้ความสนใจเข้าร่วมงานด้วย เนื่องจากมีแนวทางเป็นกลาง ไม่แบ่งฝ่าย แต่มีบางเสียงสะท้อนถึงชื่อพรรคพลังชลอาจเป็นข้อจำกัดภาพเหมือนเป็นพรรคของจังหวัดชลบุรี เนื่องจากมีแต่อดีต ส.ส.ชลบุรี จึงมีการหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนชื่อพรรคมาหารือ โดยมีข้อเสนอเปลี่ยนตัวสะกดชื่อพรรคจาก “พลังชล” เป็น “พลังชน” หรือชื่ออื่นๆเพื่อสะท้อนความเป็นพรรคการเมืองของคนทั้งประเทศ โดยหลังจาก คสช.ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมการเมืองได้แล้ว จะหารือเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง “บิ๊กตู่” บอกอยากเลือกตั้งให้เลิกป่วนด้านความเคลื่อนไหวการเตรียมการรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 5 พ.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวว่า อย่าทำผิดกฎหมายฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่ ส่วนที่หวั่นว่าจะเกิดความบานปลายนั้น สื่อก็อย่าให้เขาออกมา ต้องบอกเขาว่า ขอให้บ้านสงบเรียบเรียบร้อย หากอยากจะเลือกตั้ง แต่ถ้ายิ่งทำแบบนี้ก็ไม่ได้เลือก ฉะนั้นการที่จะได้เลือกตั้งหรือไม่ได้เลือก ไม่ได้อยู่ที่ตน อยู่ที่คนเหล่านี้ การเลือกตั้งวางไว้แล้ว ต้นปี 2562 จบ เลิกพูดเรื่องเหล่านี้ พอแล้วเหนื่อย “บิ๊กเจี๊ยบ” มั่นใจสะกดม็อบอยู่พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวถึงกรณีการรับมือการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม คิดว่าไม่มีอะไรต้องเพิ่มเป็นพิเศษ ไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เพราะที่ผ่านมาพูดคุยทำความเข้าใจกันมาตลอด และขอความร่วมมือในบางเรื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ต่างฝ่ายต่างยืนในจุดที่เหมาะสม แสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องไม่มีผลกระทบต่อสังคม เมื่อถามว่า จะมีการขนคนจากต่างจังหวัดมาสมทบการเคลื่อนไหววันที่ 5 พ.ค.หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่เตรียมการไว้อยู่แล้ว และไม่กังวลการยกระดับชุมนุมกลางเดือน พ.ค.นี้ คิดว่าเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ ส่วนการแสดงออกครบรอบ 4 ปี คสช.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็มีกรอบการปฏิบัติต่างๆที่เหมาะสมเชื่อพีมูฟไม่ผสมโรงม็อบเลือกตั้งพล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มพีมูฟนั้น กลุ่มนี้เป็นการชุมนุมจากปัญหาความเดือดร้อนเป็นเรื่องปกติที่ดำเนินการได้ เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกให้ในการส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยขอความร่วมมือในบางเรื่อง เมื่อได้แสดงออกเพื่อเรียกร้องตามเจตนารมณ์ก็ขอให้เดินทางกลับบ้าน หากพักค้างแรมในพื้นที่ กทม.หลายวัน อาจมีจุดอ่อนที่คนจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทุกอย่างยังคงเรียบร้อย เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะมาผสมโรงกับกลุ่มพีมูฟหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า ความต้องการของแต่ละกลุ่มต่างกันจึงไม่น่าจะมาเชื่อมโยงกันได้แจงคู่มือดูแลม็อบใช้ระยะยาวพล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งให้กองทัพบกจัดทำคู่มือการบังคับใช้กฎหมาย และคำสั่ง คสช.ให้เจ้าหน้าที่ใช้ปฏิบัติดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นคู่มือเดิมที่เคยใช้อยู่ในการดูแลความเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงคู่มือ เป็นสิ่งที่ทำระยะยาว ไม่เกี่ยวข้องกับการรองรับการชุมนุมในวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งจะมีรูปแบบเป็นรายละเอียดที่แจกให้ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจ ขณะที่กำลังพลที่เป็นลูกแถวจะมีรายละเอียดเฉพาะในการปฏิบัติอยู่ด้วย แต่คู่มือใหญ่จะเป็นภาพรวมอธิบายถึงเจตนารมณ์ความรับผิดชอบและขอบเขตอำนาจต่างๆ จากนั้นก็จะแยกย่อยไปว่าระดับไหนจะเป็นอย่างไรสมช.การันตี ปชช.ไม่ต้องห่วงพล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะชุมนุมเคลื่อนไหวในวันที่ 5 พ.ค.ว่า ขอประชาชนไม่ต้องห่วง เพราะเป็นการชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนกรณีกระทรวงกลาโหมจัดทำคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เป็นการทำขึ้นแจกจ่ายเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน ตร.ห่วงมือที่ 3 แฝงตัวก่อเหตุที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยรับมือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะจัดชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 5 พ.ค.ว่า เบื้องต้นทราบว่านัดชุมนุมกันภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ไม่ใช่ที่สาธารณะ จึงไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่ตำรวจ ทหารได้วางมาตรการดูแลความปลอดภัย จัดกำลังออกปฏิบัติในพื้นที่ และอีกส่วนหนึ่งเตรียมพร้อมไว้ที่หน่วย ถ้ามีการออกมาชุมนุมด้านนอก เจ้าหน้าที่คอยสนับสนุนพร้อมออกดำเนินการทันที ส่วนคนที่มีหมายจับค้างเก่าได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้สอดส่อง ถ้าเข้าข่ายจะดำเนินการจับกุม การชุมนุมต้องอยู่ภายใต้คำสั่ง คสช. และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หากมีการชุมนุมในเขตพระราชฐาน 150 เมตร ผิดแน่นอน การชุมนุมที่มีคนหมู่มาก ต้องพยายามระมัดระวังไม่ตกเป็นเครื่องมือหรือบุคคลที่สามเข้ามาแอบแฝง การข่าวพบว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกจะอาศัยสถานการณ์อยู่บ้าง แต่ยังไม่ชัดเจน คาดว่าไม่ออกฤทธิ์เดชอะไรมาก มอบหมายให้ตำรวจสันติบาลตรวจสอบอยู่ตลอด ที่หนักใจคือมือที่สามจะมา ก่อเหตุความวุ่นวายนายกฯขอร้องพีมูฟอย่าใจร้อนค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มพีมูฟว่า ได้นำเข้าพิจารณาในคณะทำงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) สั่งการไปหมดแล้ว เพียงแต่หลายคนใจร้อน เร่งรัด ต้องเข้ากติกาของเรา ไม่อย่างนั้นก็ไม่พอ ทุกคน ต้องการโน่นต้องการนี่กันหมด ไม่มีการจัดระเบียบให้ บรรดาแกนนำต่างๆ ต้องระมัดระวังการเคลื่อนไหวด้วย ไม่อยากให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต รัฐบาลไม่มุ่งหวังที่จะไปปิดกั้นเลย เพียงแต่ว่ารับเข้ามาในการพิจารณาของ คทช.ในการจัดที่ดิน ไม่ใช่จะไปชี้เอาที่ดินตรงนี้มาเป็นของตัวเอง อันนี้เป็นการทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ปิ๊งไอเดียเปลี่ยนชื่อเรียกฝ่ายค้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้นเราคุ้นเคยการทำงานของบรรดา ส.ส.ในสภาฯที่แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เรามักเรียกว่า ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ทำไมไม่ลองเรียกในทางปฏิบัติคือ เรียกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายค้านและสนับสนุน ฝ่ายค้านคือมีการตรวจสอบ ทักท้วง แต่เรื่องใดก็ตามที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เป็นนโยบายที่มีการปฏิรูป อันนี้ต้องสนับสนุนกัน ไม่อย่างนั้นก็ล้มกันไปหมด ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง อาจเปลี่ยนชื่อไม่ได้ แต่อยากให้สร้างความรู้สึกใหม่ๆขึ้นมาไม่อยากให้ค้านไปมาทุกเรื่อง แต่ควรค้านเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลในสิ่งที่ควรติเพื่อก่อ มีข้อเสนอแนะบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง สนับสนุนการ บริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ไม่ว่าจะพรรคใดก็ไม่สำคัญ แต่ต้องมีธรรมาภิบาล หากเป็นเช่นนั้นได้ จะสร้างวัฒนธรรมการปรองดองที่ไม่ใช่การเอาชนะ คัดค้านกัน เหมือนการโต้วาทีที่มุ่งเป้าหมายตัวเองเป็นหลัก โจมตีกันไปมา แล้วก็ปิดทุกประตูทางออก ปฏิเสธทุกข้อเสนอ เหมือนผลักปัญหาเข้าสู่ทางตัน สุดท้ายประเทศเป็นผู้เสียหาย ต้องใช้นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ร่วมกันหาทางออก เป็นศาสตร์พระราชาที่พระราชทานไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาติ สนช.ไม่คว่ำ 7 กกต.ใหม่ยกเข่งนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสรรหา กกต.เตรียมส่งรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 5 คน ให้ สนช.พิจารณาว่า ไม่รังเกียจรายชื่อ 5 กกต.ของกรรมการสรรหาฯ แม้บางคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่ไม่อยากให้เอาเรื่องชื่อเสียงมาเป็นเกณฑ์ บางคนอาจก้มตาก้มหน้าทำงานอย่างเดียว แต่ไม่มีชื่อออกสื่อก็เป็นได้ การที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อหลายคนไม่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่ ปัญหา เป็นเรื่องที่เรียนรู้กันได้ ต้องให้เวลาทำงาน เรื่องนี้ไม่น่าห่วงเพราะคนที่เป็นฝ่ายปฏิบัติคือ ข้าราชการเจ้าหน้าที่ กกต.เพียงแค่กำกับทิศทางการทำงาน มั่นใจว่า รอบนี้ สนช.จะไม่ลงมติคว่ำผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทุกคนเหมือนครั้งที่ผ่านมาแน่นอน เพราะเที่ยวนี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาปรับปรุงหลักเกณฑ์สรรหา กกต.มาใหม่ สนช.จึงปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นจะไปลงมติคว่ำทั้งหมดจึงไม่ได้ เพราะมีที่มาอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ในส่วนกรรมการสรรหา 5 คน คงต้องไปตรวจสอบประวัติ ความประพฤติทางจริยธรรมก่อน หากใครไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใดปัดมีใบสั่งโหวตรับ กกต.ใหม่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช.กล่าวว่า ยืนยันว่าการทำงานของ สนช.ไม่มีใบสั่ง เรื่องการสรรหา กกต. สนช.จะพิจารณาจากข้อมูลเอกสารลับเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติ แต่สังคมไม่ได้เห็น อยากให้เชื่อ สนช.ว่ากลั่นกรองตามเนื้อผ้า การบอกว่า มีใบสั่งให้ สนช.โหวตรับ กกต.เที่ยวนี้ ไม่จริง สนช.มาเเค่ชั่วคราว ทำเพื่อบ้านเมือง คัดสรรตามเหตุผลและหลักฐานที่ปรากฏ การโหวตคว่ำ กกต.ครั้งก่อน เพราะ สนช.เห็นหลักฐาน ประวัติจากเอกสารลับว่ามีปัญหาจริงๆ เราเป็นผู้กลั่นกรอง ถ้าพลาดพลั้งไม่รอบคอบ ทุกฝ่ายจะเสียหายทั้งหมดนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิก สนช.กล่าวถึงกระเเสข่าวมีใบสั่งให้ไม่ล้มการสรรหา กกต. ใหม่ เพื่อให้โรดเเม็ปเดินหน้าต่อได้ว่า ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว รู้เเค่ว่ามีการคัดสรรว่าที่ กกต. 5 คนเข้าสู่ชั้นที่ประชุมใหญ่ของ สนช.อย่างไรก็ตาม ยังมีขั้นตอนของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.อีก โดยจะเปิดรับข้อมูลจากต้นสังกัดว่าที่ กกต. เพื่อมาประกอบการพิจารณาด้วย บางคนดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอได้ข้อมูลสำคัญตรงนี้มาสอบทานกัน จนได้ข้อมูลครบถ้วนกว่าเดิมก็จะมีผลต่อการพิจารณาของ สนช.ส่วนตัวไม่มีประสบการณ์การรับใบสั่งหรือรับโผอะไร และตอนนี้ยังไม่ได้ยินด้วย ไม่รู้เรื่องว่ามีหรือไม่มีใบสั่งเรื่องว่าที่ กกต.ใหม่ทั้ง 5 คน “มาร์ค” ดักคออย่าถูกแทรกแซงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาให้เห็นชอบ กกต. ชุดใหม่ของ สนช.ว่า เป็นไปตามคุณสมบัติที่คณะกรรมการสรรหาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญกำหนดในเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม หลังจากนี้เป็นเรื่องของ สนช.ที่จะพิจารณา ขอให้ใช้วิจารณญาณคัดเลือกให้ดีที่สุด ไม่ติดใจที่ผู้ได้รับการสรรหาไม่เคยมีประสบการณ์จัดการเลือกตั้ง เพราะ กกต.ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเป็น กกต.มาก่อน แต่เมื่อมาเป็นแล้ว ขอให้ใช้ความรู้ประสบการณ์ ที่สำคัญคือความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรมในการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าให้ใครแทรกแซง กกต.เชื่อชุดใหม่สานต่องานได้นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ของคณะกรรมการสรรหาฯ จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ เป็นหน้าที่ของ สนช. พิจารณา ส่วนกระแสข่าวอาจมีการล้มการสรรหา เพื่อยื้อเวลาออกไปอีกนั้น ไม่ทราบ ไม่อาจก้าวล่วงความเห็นของผู้อื่นได้ แต่เชื่อว่าผู้ที่ได้รับการสรรหามาเป็น กกต.น่าจะทำงานได้ แม้จะเข้ามาในช่วงใกล้เลือกตั้งก็ไม่มีปัญหา ส่วนที่พรรคการเมืองเสนอให้งดการจัดทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกนั้นเป็นดุลพินิจของ คสช. ขณะที่การพิจารณาเลือกเลขาธิการ กกต.คนใหม่นั้น กำลังเร่งดำเนินการ อยู่ในกระบวนการที่อนุกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาที่นำเข้าสู่วาระการประชุมได้ แต่คงไม่ช้านายกฯชวน ขรก.พัฒนาระบบราชการเมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ครั้งที่ 2/2561 มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าภาพ ก่อนการประชุมนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการสำคัญของกระทรวง อาทิ โครงการดิจิทัลปาร์คไทยแลนด์พื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ความเร็วสูงเชื่อมต่อข้อมูลผ่านดาต้าเซ็นเตอร์ สถานีเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อตรงเกตเวย์จากทั่วโลก นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ชิมข้าวเหนียวควายลุย ขนมไทยโบราณ จ.ชัยนาท ที่เลือนหายไปนาน และเพิ่งกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ โดยนายกฯกล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้ต้องสร้างประวัติศาสตร์เรื่องการพัฒนาระบบราชการตามวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ จะต้องสร้างประวัติดีงาม ขอบคุณทุกคนที่ร่วมทำงานด้วยดีมาตลอดเกือบ 4 ปี เสียงแข็งห้ามมีทุจริตในรัฐบาลต่อมาเวลา 12.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เป็นการติดตามผลการดำเนินงานในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยการปรับประเทศให้เป็น 4.0 เน้นย้ำการเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัลให้บริการประชาชน อาทิ การมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตครอบคลุมทุกพื้นที่ ได้สั่งการกระทรวงดิจิทัลฯ จัดทำบิ๊กดาต้าใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อลดภาระประชาชน โดยใช้เพียงเลขประจำตัว 13 หลักติดต่อราชการ ยอมรับว่าวันนี้เศรษฐกิจระดับล่างยังไม่ดีนัก แต่รัฐบาลเร่งพัฒนา โดยมีโครงการเช่น ไทยนิยมยั่งยืน พร้อมให้การตลาดเป็นตัวกำหนดการปลูกพืชผลการเกษตร วันนี้มีเรื่องน่ายินดีที่การประมูลข้าวที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งข้าวไทยได้รับการประมูล 1.2 แสนตัน จาก 2.5 แสนตัน แสดงว่าข้าวไทยได้รับความนิยม ส่วนเรื่องการทุจริตนั้น ต้องไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด หากพบต้องแจ้งในทันที ถ้าพบว่าเกิดขึ้นนานแล้ว ให้ระดับกระทรวงลงไปตรวจสอบโครงการนั้นๆ จะบอกว่ารัฐบาลนี้มีทุจริตอยู่คงไม่ได้ เพราะการทุจริตเกิดขึ้นในทุกรัฐบาล อยู่ที่จะลดลงเพียงใด ทุกคนต้องไม่ให้คนทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ไปเสนอผลประโยชน์ให้ ไม่ใช่รัฐบาลไม่แสดงความรับผิดชอบ แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน การเลือกตั้งครั้งหน้าต้องไม่มีทุจริต รัฐบาลต่อๆไปต้องช่วยกันลดปัญหาเหล่านี้ ถือเป็นอนาคตประเทศ กระทรวงศึกษาธิการต้องบรรจุเรื่องต่อต้านการทุจริตในหลักสูตรการศึกษา พร้อมต้องมีในข้อสอบด้วยกวักมือเชิญนักการเมืองอบรม ป.ย.ป.พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ย้ำกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่า ต้องเปิดหลักสูตรการสร้างผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (ป.ย.ป.) รุ่น 3 ให้ข้าราชการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะท้องถิ่นเข้าอบรม และเปิดโอกาสให้นักการเมือง พรรคการเมืองที่สนใจเข้าอบรมด้วย ขอเชิญนักการเมืองส่งตัวแทนมาอบรม ให้รู้ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร ประเทศควรมียุทธศาสตร์อย่างไร วันหน้าการเมือง ระบบราชการ ประชาชน ต้องไปด้วยกัน ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล หลักสูตรนี้ต้องจบก่อนเลือกตั้ง แต่ไม่รู้ว่านักการเมืองจะมาหรือไม่ แต่มีแน่นอนในระดับปลัดอำเภอ อบต. อบจ. เพราะอยู่ในการบริหารงานของส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ที่ผ่านมาครั้ง ที่ 1-2 เป็นการอบรมระดับกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี และรองผู้ว่าฯ แต่ครั้งนี้จะเป็นระดับท้องถิ่นเร่งจัดทำหลักสูตรก่อนเลือกตั้งนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่า หลักสูตร ป.ย.ป. มาจากปฏิรูป ยุทธศาสตร์ และปรองดอง นายกฯได้เน้นย้ำว่า สิ่งที่ประชาชนได้รับต้องจับต้องได้ เป็นรูปธรรม หลักสูตรนี้จะเชื่อมโยงท้องถิ่นและระดับการเมือง เป็นความท้าทายมาก นายกฯสั่งการให้ ก.พ.ดำเนินการหลักสูตรนี้ให้รวดเร็วก่อนการเลือกตั้ง จะมีเวิร์กช็อปการลงพื้นที่ เพื่อร่วมกันคิดว่าจะแก้ไขปัญหาท้องถิ่นอย่างไร ผู้บริหารท้องถิ่นและส่วนกลางจะมีโอกาสนำเสนอต่อนายกฯด้วย จะจัดเวทีให้มีการนำเสนอข้อมูลปัญหาต่างๆใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ทั้งในเรื่องโครงสร้าง รวมถึงการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยทบ.ยกเครื่องหน่วยกำลังรบพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ว่าได้ชี้แจงร่างยุทธศาสตร์กองทัพบกปี 2560-2579 ครอบคลุมประเด็นสำคัญคือ การปรับโครงสร้างส่วนกำลังรบให้เป็นกำลังรบผสมเหล่าที่กะทัดรัด และปรับโครงสร้างบางหน่วยให้รองรับความมั่นคงภายใน การช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งการปรับโครงสร้างส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกำลังพลในกองทัพ เช่น จเรทหารบก สำนักตรวจสอบภายในให้มีความเข้มข้นมากขึ้น สามารถตรวจสอบกำลังพลให้มีประสิทธิภาพและเน้นย้ำในการดูแลประชาชน ภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย ในบางพื้นที่ด้วย ขณะเดียวกันในที่ประชุมยังได้ติดตามการสั่งการของตนเมื่อปีที่แล้ว เช่น การปลูกป่าผืนใหญ่ในแต่ละพื้นที่ของกองทัพภาค อยากให้เป็นรูปธรรม ตนจะเดินทางไปดูในเดือน มิ.ย. ตลอดจนได้เน้นย้ำการฝึกพลทหารใหม่ที่เข้ามา อยากให้ปรับระบบไปตามที่ตนสั่งการไว้ เพราะในช่วงนี้ของทุกปีจะมีปัญหาเรื่องอากาศร้อน โรคลมร้อน หรือ ฮีตสโตรก