วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘สมคิด’ ฉะ การเมืองดีแต่ด่า ไม่มีสาระ! สื่อลุยปลดล็อกคำสั่งคสช.

‘สมคิด’ ฉะ การเมืองดีแต่ด่า ไม่มีสาระ! สื่อลุยปลดล็อกคำสั่งคสช.

  • Share:

“สมคิด” โยนถาม “อุตตม-สนธิรัตน์” นั่งรถมุดบ้านริมน้ำโชว์พลังดูด อ้างรู้จัก “สุชาติ” แต่ไม่รู้ทางเข้าบ้าน ตะเพิดพรรคการเมืองเอาเวลาไปคิดนโยบายดีกว่าจ้องด่าเรื่องดูดไร้สาระ สอนอย่าคิดแบบเก่าดูดเพื่ออำนาจมันไม่เจริญ “อภิสิทธิ์” โวยไม่เลิกกติกาใหม่ทำพิษเสียเงินเสียสิทธิสมาชิกหดหาย เผย “ณัฏฐพล” สารภาพคุยแกนนำรัฐบาล คสช.เตรียมตีจาก โดดช่วยสร้างฐานพรรคพลังประชารัฐ ชทพ.ขอ ม.44 งดไพรมารีโหวต พท.ชักแผ่วแห่บินไปสิงคโปร์พบ “แม้ว-ปู” โดนยุบพรรค ขณะที่ กก.สรรหา กกต.ขั้นเทพเฟ้น 5 ชื่อสายฟ้าแลบ ชง สนช.ตั้งสอบโปรไฟล์ 10 พ.ค.นี้ “สมชัย” ออกโรงติงใช้เวลารวบรัดเกินควรแค่ 10 นาที “บิ๊กป้อม” มั่นใจคู่มือคุมม็อบไม่หวั่นพวกผสมโรง

ยังเป็นที่หวาดหวั่นแก่พรรคการเมืองวิพากษ์ วิจารณ์กันเซ็งแซ่ถึงการกดปุ่มเปิดสวิตช์ไดโว่ดูดนักการเมืองเข้าสังกัดของฝ่ายที่กุมอำนาจในปัจจุบัน ล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันไม่เกี่ยวข้องกับกรณี 2 รัฐมนตรีโชว์ พลังดูดนั่งรถมุดเข้าบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่ม 16

“สมคิด” โบ้ยไม่รู้ทางไปบ้านริมน้ำ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เดินทางเข้าพบนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่ม 16 ที่บ้านริมน้ำ ย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรีว่า ให้ไปถามนายอุตตมเอาเอง มาถามอะไรกับตน เรื่องการเมืองต้องพูดน้อยๆ บ้านเมืองจะได้เจริญ ขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไปได้ดี ความเชื่อมั่นสูงสุดในรอบ 14 ปี แต่ยังไปได้มากกว่านี้อีกถ้าการเมืองนิ่งและทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตัวสำคัญคือต้องปฏิรูป ถ้าไม่ปฏิรูปอย่ามาลุ้นเลยว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เกิน 5-6 เปอร์เซ็นต์ โครงสร้างเศรษฐกิจแบบเก่ายังมีข้อจำกัดอยู่ ดังนั้น ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้ได้ ทั้งเรื่องดิจิทัล บิ๊กดาต้าต้องเกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่การเมืองต้องให้ความสำคัญ

นายสมคิดได้ถามผู้สื่อข่าวว่า “บ้านริมน้ำอยู่ไหน ผมไม่รู้จักจริงๆ ผมรู้จักเจ้าของ แต่ไม่รู้บ้านอยู่ไหน แปลกนะอะไรๆก็มาเหมาที่ผม ไม่ไหวมั้ง ไปเลี้ยงหลานดีกว่า”

ซัดการเมืองดีแต่ด่ากันไร้สาระ

“ถ้าพรรคการเมืองมีคุณภาพเอาเวลาส่วนใหญ่ไปคิดเรื่องนโยบายดีๆ ไปหาคนเก่งๆ มีความสามารถคนดี มาช่วยกันทำงานการเมือง ถ้ามีแต่พรรคการเมืองที่คิดแต่เรื่องการเมือง ตีอีกฝ่ายหนึ่ง ด่าคนโน้นด่าคนนี้ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย คนจะเบื่อหน่ายการเมือง เหมือนอย่างที่นายกฯพูดเห็นหรือเปล่าว่าใครไปดูดใคร ไม่เคยมีเลย แต่ทำไมคนอยากจะย้ายบ้านเป็นเพราะบ้านอยู่แล้วไม่มีความสุขหรือเปล่า ดังนั้น ต้องพัฒนาให้เป็นบ้านที่คนไทยฝากความหวังได้ กว่าจะถึงเลือกตั้งพยายามคัดสรรคนดีๆ คิดนโยบายดีๆเตรียมเอาไว้ เมื่อเลือกตั้งแล้วถ้าใครได้เป็นรัฐบาล หรือเข้าร่วมรัฐบาลจะได้เข้าไปช่วยกันทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ไม่ใช่มาอันนี้ดูดนั่น อันนี้ดูดนี่ ไร้สาระ ผ่านมาตั้งกี่สิบปีก็อยู่กันแค่นี้แหละวะ และคนที่บอกดูดส้วมเนี่ย ผมก็รู้จักดี แหม เจ๊ผมล่ะก้อ” นายสมคิดกล่าว

ลูบหลังเพื่อไทยก็มีคนดีเยอะ

เมื่อถามว่า ต้องมีพรรคการเมืองที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯหรือไม่เพื่อสานต่องาน นายสมคิดตอบว่า ไม่ทราบ เพียงแต่บอกว่าดูสถานการณ์ในขณะนี้และในอนาคต ความต่อเนื่องของการขับเคลื่อนประเทศ ความสงบของบ้านเมืองเป็นสิ่งจำเป็น ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้วว่าผลงานเป็นอย่างไรและไปได้ดีเพียงพอ ถ้าใครทำได้ดีกว่าก็ไม่ได้ว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือก การเมืองต้องมีคนเก่าคนใหม่ผสมผสานกันไป ที่สำคัญคือต้องมีไอเดียเป็นตัวนำ อย่าเอาการเมืองเป็นตัวนำ ส่วนใครจะเป็นผู้นำเป็นเรื่องที่จะตามมา และไม่เคยพูดว่าจะไปตั้งพรรคการเมือง เพียงแต่บอกว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อ ถ้าต้องการทำงาน พรรคไหนจะหนุนก็แล้วแต่ ทุกกลุ่มเพื่อนกันทั้งนั้น ประชาธิปัตย์ก็รู้จัก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เป็นคนดี พรรคเพื่อไทยก็เป็นคนดีเยอะ ต้องคิดอนาคตข้างหน้าว่าทำงานร่วมกันแล้วจะเป็นอย่างไร ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง เมื่อถามว่า หากนายกฯเป็นต่อจะให้ดูแลเศรษฐกิจอีก นายสมคิดตอบว่า “เป็นเรื่องอนาคต อายุผมตอนนี้ 65 ปีแล้ว จะให้ทำงานถึง 80 ปี เลยเหรอ ต้องตะบันน้ำกินเลยนะจะบอกให้”

ชี้ดูดเพื่ออำนาจแบบเก่าไม่เจริญ

นายสมคิดยังกล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พ.ค. 2561 ด้วยว่า จ.บุรีรัมย์และ จ.ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่คนยากจนที่สุดของประเทศไทย สมควรแล้วที่นายกฯต้องไป ส่วนจะให้การต้อนรับอย่างไรก็เรื่องของเขา มีปัญหาอะไรก็นำเสนอมาเหมือนปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าถามว่ากับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยเป็นเพื่อนกันหรือไม่ก็เป็นเพื่อนกัน รู้จักกันดี การเมืองไทยทุกคนรู้จักกันหมด ทุกพรรครู้จักกันหมด ดังนั้นต้องมองว่าทุกพรรคมีหน้าที่คิดไปข้างหน้าว่าจะช่วยกันทำให้ประเทศเจริญได้อย่างไร อย่าไปคิดว่า อยู่มุ้งโน้นมุ้งนี้ ดูดกันไปดูดกันมาเพื่อมีอำนาจ คิดแบบนั้นเก่ามาก มันจะไม่เจริญ คิดให้มันใหม่ๆ คิดถึงอนาคตมากๆ ทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อประเทศทั้งนั้น ขอแค่นี้เพราะแก่แล้ว

“เสี่ยเน” เกณฑ์ 3 หมื่นเชียร์ ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7-8 พ.ค.นี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจราชการ จ.สุรินทร์-บุรีรัมย์ และเป็นประธานการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3/2560 เพื่อติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนล่างหรือกลุ่มจังหวัด “นครชัยบุรินทร์” ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยเฉพาะช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค. นายกฯ และคณะจะเดินทางไปพบปะกับประชาชนที่สนามช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ และตรวจเยี่ยมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในการจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกสนาม 15 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมประชาชนจำนวน 30,000 คน จะสวมเสื้อทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ต้อนรับนายกฯ และคณะอย่างพร้อมเพรียง

“อภิสิทธิ์” โวยกติกาทำสมาชิกหด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ยืนยันการเป็นสมาชิกกับพรรคฯ จนได้สมาชิกล่าสุดอยู่ที่ 103,000 กว่าคน เป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นเพราะว่าขั้นตอนจากนี้ไปก็จะต้องมีการตรวจสอบ กลั่นกรองก่อนที่จะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แน่นอนว่าตนอยากได้สมาชิกพรรคมากกว่านี้เพราะเดิมมีถึง 2.5 ล้านคน แต่อุปสรรคปัญหาที่พบคือ 1.พรรคไม่สามารถทำในลักษณะการประชาสัมพันธ์ และทำกิจกรรมได้ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่อยู่ดีๆ จะมีคำสั่งให้ไปยืนยันตน 2.มีหลายรายบอกว่าได้เคยชำระค่าบำรุงให้พรรคตลอดชีวิตไปแล้วจะมาเอาเงินอีกหรือเราก็อธิบายไม่ได้ เพราะนอกจากไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรแล้วยังเดือดร้อนเสียเงินอีก เช่น กฎหมายหลายฉบับก็ห้ามสมัคร

เผย “ณัฏฐพล” ส่อแววโบกมือลา

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส. กทม.อดีตผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ จะย้ายพรรคว่า ตอนนี้นายณัฏฐพลไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเนื่องจากเคยไปบวช แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะออกไปอยู่พรรคอื่นมีเพียงการมาปรารภกับตนว่าเคยพูดคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชักชวนให้ไปทำงานด้วยแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ตอนนี้นายณัฏฐพลเดินทางไปต่างประเทศกลับมาแล้วจะมาพูดคุยกับตนอีกครั้ง ส่วนคนที่ย้ายออกจากพรรคแล้วขณะนี้มีเพียง 1.นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส. กทม.ที่ไปเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2.นายชื่นชอบ คงอุดม อดีต ส.ส. กทม.เพราะบิดาไปเป็นบุคลากรหลักของพรรคท้องถิ่นไท และ 3.นายธานี เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี ไม่ได้มายืนยันการเป็นสมาชิกพรรค บอกว่าอาจต้องไปเป็นบุคคลหลักในการไปจดทะเบียนพรรค

เปรยอยากช่วยพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ปรารภว่าอยากไปช่วยงานให้แก่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น โดยนายณัฏฐพลจะไปช่วยบริหารจัดการด้านระบบฐานสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐ ที่คนในรัฐบาลกำลังเดินสายชักชวนให้นักการเมืองกลุ่มก๊กต่างๆให้มาร่วมพรรคเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ

ชทพ.ขอ ม.44 งดไพรมารีโหวต

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงยอดการยืนยันสมาชิกพรรคว่า ล่าสุดสมาชิกยืนยันประมาณ 3,000 คน จากยอดที่มีอยู่เดิม 24,710 คน ถือว่าแย่มากถ้ามองจากตัวเลขเดิม ทุกพรรคตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน จะมีผลกระทบอย่างมากต่อการทำไพรมารีโหวตเพื่อส่งผู้สมัคร ส.ส.ให้ครบ 350 เขตทั่วประเทศ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เท่ากับว่าแต่ละพรรคจะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 หมื่นคน ถึงจะส่งลงได้ครบ 350 เขตเลือกตั้ง การทำไพรมารีโหวตมีไว้สำหรับประเทศที่มีระบบสมาชิกพรรคจำนวนมากๆ ตอนนี้ยังไม่ต้องนับขั้นตอนการทำไพรมารีโหวตเอาแค่หาสมาชิกให้ครบก็แย่อยู่แล้ว พรรคการเมืองเก่าที่ชำนาญเรื่องการเลือกตั้งมาก่อนยังลำบาก รับประกันได้เลยว่าพรรคใหม่จะยิ่งยุ่งยากขึ้นเป็น 2 เท่าแบบวัวพันหลัก จะเป็นผลเสียมากกว่าจึงอยากให้ผู้มีอำนาจใช้ ม.44 งดเว้นการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไปก่อน แต่ถ้าจะงดเว้นให้โดยยื่นเงื่อนไขว่าจะต้องขยับโรดแม็ปเลือกตั้งออกไปตนก็ไม่เอาลำบากก็สู้ได้แค่ไหนก็แค่นั้น เพราะการมีเลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

พท.ยั่วเป็นนายกฯทุกข์ใจลาออกไป

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุได้เงินเดือนน้อยกว่านายกฯคนอื่นในอาเซียนไม่รู้จะไปขึ้นค่าแรงกับใครนั้น ปกติการจ้างงานผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างต้องยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย ต้องถามว่า เสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศยินยอมให้ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯและหัวหน้า คสช.หรือไม่ เมื่อไม่พอใจค่าตอบแทนทุกข์ใจตรอมใจต้องรีบลาออกไปหางานใหม่ แต่กลับยังเตรียมการสารพัดวิธีเพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีความสุขนี้ต่อไปให้ยาวนานที่สุดหรือไม่ ทั้งนี้ นายกฯไทยได้ค่าตอบแทน 125,590 บาท และหัวหน้า คสช.ได้ 125,590 บาท รวม 251,180 บาทต่อเดือน 4 ปี รับ 12 ล้านบาทเศษ ถือเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนเป็นรองแค่สิงคโปร์ และเมื่อเปรียบเทียบผลงานกับผลตอบแทนถือว่าโชคดีกว่าคนไทยคนอื่นๆในยุคข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพแพงค่าแรงถูก ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์อยากจะขอขึ้นค่าแรงควรไปขอกับประชาชนโดยวิธีการเลือกตั้งแล้วประชาชนจะให้คำตอบว่าจะต่อเวลาทดลองงานหรือเลิกจ้าง

หวั่นแห่พบ “แม้ว-ปู” โดนยุบพรรค

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯจะเดินทางมายังประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 5 พ.ค. ว่า ได้ยินข่าวนายทักษิณจะเดินทางมาตามคำเชิญของนักธุรกิจให้มาบรรยายเรื่องสกุลเงินดิจิทัล เรื่องสกุลเงินบิทคอยน์ คนที่จะเดินทางไปพบคงเป็นกลุ่มลูกหลานและญาติสนิท คงไม่มีการหารือเรื่องการเมืองเพราะนายทักษิณเคยบอกกับอดีต ส.ส.ไปพบที่ฮ่องกงช่วงตรุษจีนว่าจะไปยุ่งเรื่องการเมืองไม่ได้ เดี๋ยวเป็นช่องทางให้คนไม่หวังดีนำไปร้องแล้วทำให้พรรคถูกลงโทษได้

องค์กรสื่อบี้ คสช.ปลดล็อกกฎเหล็ก

วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย องค์กรสื่อ ประกอบด้วยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดงานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ภายใต้สโลแกน “ปลดล็อกคำสั่ง คสช. ทวงคืนเสรีภาพประชาชน” โดยนายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อ่านแถลงการณ์วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 3 พ.ค.61 ความว่า 1.ขอให้รัฐบาล คสช.ระมัดระวังการออกกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน “โละ เลิก ล้าง” ประกาศหรือคำสั่งของ คสช.ที่ลิดรอนเสรีภาพสื่อ 2.ให้ คสช.และ กสทช.จริงใจในการปฏิรูปสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ปราศจากการครอบงำ 3.ขอให้ประชาชนและผู้ใช้สื่อในทุกแพลตฟอร์มระมัดระวังในการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ผิดกฎหมาย และขอให้ช่วยกันตรวจสอบ ควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้อยู่ในกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ 4.ขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงพึงตระหนักการทำหน้าที่ภายใต้กรอบแห่งจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และยืนหยัดพร้อมถูกตรวจสอบจากสังคม

เฟ้น กกต.ขั้นเทพ 5 ชื่อฉลุย

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เพื่อพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร กกต. 33 คน ที่ประชุมได้พิจารณาตัดยอดผู้สมัครเหลือ 24 คน จากนั้นเรียกมาสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์เป็นรายบุคคล กระทั่งเวลา 15.00 น. คณะกรรมการสรรหามีมติเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ด้วยคะแนน 2 ใน 3 จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอก-อัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ 4.นายพีรศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีต ผวจ.บุรีรัมย์ ปทุมธานี ระนอง ชุมพร และนครศรีธรรมราช และ 5.นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

10 พ.ค.ชง สนช.ตั้งสอบโปรไฟล์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บุคคลได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีก 2 คน ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นรายเดิมที่ สนช.เคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบในการเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต.รอบที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯได้เสนอชื่อทั้งหมดต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้วจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เพื่อบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุม เบื้องต้นคาดว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระประชุม สนช.วันที่ 10 พ.ค.นี้ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ก่อนจะนำกลับมาให้ที่ประชุม สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบ

“สมชัย” ติงรวบรัดเลือกแค่ 10 นาที

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กล่าวว่า นาทีนี้ต้องแสดงความยินดีต่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการสรรหาเป็น กกต.ทั้ง 5 คน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ผ่านการสรรหามาจากผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการมาไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่มีผู้ที่มีคุณสมบัติในวงเล็บอื่นๆเข้ามา ทำให้ขาดความหลากหลาย กลายเป็นที่อยู่ของผู้เกษียณอายุจากราชการ กระบวนการคัดเลือกกรรมการสรรหาที่ค่อนข้างรวบรัด เพราะให้แนะนำตัวคนละ 5 นาที และตอบคำถามคนละ 5 นาที รวม 10 นาทีต่อคน จึงไม่น่าเหมาะสมกับการคัดเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญของบ้านเมือง นอกจากนี้ การลงคะแนนของกรรมการสรรหาต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย แต่ในเอกสารที่แถลงระบุเพียงว่า ผู้ผ่านการคัดเลือกได้คะแนนถึงสองในสามเท่านั้น ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกควรขอใช้สิทธิดูผลการลงคะแนนของตน และผลการลงคะแนนของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก

“ประชาภิวัฒน์” ขอตั้งพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต.กลุ่มประชาภิวัฒน์ ได้ยื่นขอจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยมีนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ อดีต ส.ว.นครสวรรค์ เป็นหัวหน้าพรรค นางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท เป็นเลขาธิการพรรค ทำให้ขณะนี้มีกลุ่มการเมืองมาขอรับการจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองจำนวน 100 กลุ่ม แล้ว หลังเปิดให้มีการยื่นตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ออกหนังสือรับแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองจำนวน 36 กลุ่ม

“บิ๊กป้อม” ไม่ห่วงม็อบผสมโรง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ค.นี้ว่า มีการทำคู่มือของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ตามหลักกฎหมายและไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน มีการกำหนดขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติ 7 หัวข้อ ทั้งนี้ไม่ได้มีการประเมินการชุมนุมว่าจะเกิดสถานการณ์อะไร อีกทั้งจำนวนผู้ชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเองก็มีไม่มากไม่ได้เป็นห่วงอะไร ส่วนที่มีการระบุว่าจะมีการนำกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ มาเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้นสื่อก็ว่ากันไปเอง อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจถึงเหตุผลในการเคลื่อนไหวของกลุ่มพีมูฟ เนื่องจากความยากจนก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องการเมือง สื่อจะเอาไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองอยู่เรื่อย

พีมูฟยังปักหลักรอพบ มท.1

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ยังคงปักหลักอยู่บริเวณถนนอัษฎางค์ หน้ากระทรวงมหาดไทยเป็นวันที่ 2 เพื่อรอหารือกับตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง หลังมีการทำข้อตกลง(เอ็มโอยู)กับรัฐในหัวข้อบันทึกการเจรจาระหว่างคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์และที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างกับกลุ่มพีมูฟ เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค. โดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ ตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า อยากเห็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงมาพบปะพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนที่ รมว.คมนาคมทำ เพื่อรับฟังปัญหา เรามาเรียกร้องความเป็นธรรมจากรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาให้คนจนหมดไปจากประเทศไทยตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่า นายสมคิดเป็นมือปราบเศรษฐกิจหรือเป็นมือปราบคนจนกันแน่ จะช่วยคนจนด้วยวิธีไหนหรือให้คนจนตายไปทั้งประเทศเลยหรือไม่

“ชาญชัย” จ่อฟ้อง กสทช.เอื้อ บ.มือถือ

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องหน่วยงานของรัฐ คือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) มีการกระทำอันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน รู้เห็นปล่อยปละละเลยให้คิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เกินกว่าที่กฎหมายและประกาศของ กสทช.กำหนด สร้างความเดือดร้อนและเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก โดยเตรียมจะฟ้องเรียกคืนให้ประชาชนผู้บริโภคจาก 3 บริษัทประมาณเดือนละ 4,000 ล้านบาท รวมค่าเสียหายของประชาชนเป็นมูลค่า 88,000 ล้านบาท ทั้งนี้ จะทำหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ทราบอย่างเป็นทางการเพื่อสั่งการแก้ไข หากยังเพิกเฉยก็มีสิทธิถูกฟ้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้