วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กิตติรีเทิร์นคิตตี้! ไทด์สุดเดือด ลั่น ตัดขาดตัวใครตัวมัน แฉปมลึกเงินบริจาค?

จากกรณีข่าวดังเมื่อต้นเดือน พ.ย. 60 นายกิตติ กลิ่นเกลี้ยง หรือ ปื๊ด “กิตติ ดัสกร” อายุ 67 ปี น้องชายของนักแสดงดาวร้ายชื่อดัง “ดามพ์ ดัสกร” ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เบาหวาน และความดัน ถูกทอดทิ้งภายในบ้านแห่งหนึ่งที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งสกปรก มีแต่ของเก่า และอาหารเน่าเหม็นวางกองพะเนินอยู่ทั่วบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 โดยไร้เงาของ “คิตตี้” หรือ แพท น.ส.ศศิประภา รุ่งมงคล อายุ 27 ปี ผู้เป็นภรรยา

กระทั่ง ไทด์ หรือ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง และเป็นหัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยนำทีมงานมาทำความสะอาดบ้าน และพานายกิตติไปรักษาตัวที่ รพ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จนอาการดีวันดีคืน

อีกทั้งได้สร้างทีม 2 คนขึ้นมาดูแลเรื่องเงินบริจาคช่วยเหลือจากประชาชนด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำเงินไปใช้ไม่ถูกต้อง ดังกรณีเงิน 8 หมื่น ที่คิตตี้ซึ่งเป็นภรรยา โพสต์ในโลกโซเชียลว่าเป็นหลาน ไม่ค่อยมีรายได้ ขอความช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่ของนายกิตติ โดยเงินได้หายจากบัญชีของนายกิตติ โดยคิตตี้รับเป็นคนเบิกเอง นำไปใช้หนี้ และโอนคืนให้คนที่กล่าวหาว่าหลอกลวง

จากนั้นพี่สาวได้พากลับไปรักษาตัวที่บ้านใน กทม. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 60 พร้อมเงินที่ประชาชนได้บริจาคช่วยเหลือจำนวน 270,000 บาท โดยไร้เงาของ “คิตตี้” เนื่องจากนายกิตติเคยให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า “รักไม่มีแล้ว ไม่เอาแล้วจริงๆ เชิญให้กลับไปอยู่กับแม่เขาที่หัวหินแล้ว ลูกๆ ก็ไปด้วย” คลิกอ่านเรื่องรักๆ ลับๆ! "กิตติ" ยืนยันตัดขาด “คิตตี้” เผยเบื้องลึก ชนวนเหตุเลิกรา 

เวลาผ่านมา 4 เดือน ยอดเงินบริจาคช่วยเหลือถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์หรือไม่ และนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง กับอาการป่วยของนายกิตติสามารถกลับมาเดินได้หรือยัง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์มีรายละเอียดทั้งหมด พร้อมมูลเหตุชนวนให้ นายไทด์ เอกพันธ์ ประกาศยุติให้ความช่วยเหลือกับนายกิตติ

ปิดบัญชีรับบริจาค กิตติ หวนกลับไปอยู่กับคิตตี้

โดยวานนี้ (12 มี.ค. 61) ทีมข่าวฯ ได้รับข้อมูลจาก นายอภินันท์ รัตนะวิศ ประธานหมู่บ้านปิยะวรารมย์ 3 หนึ่งในคณะกรรมการดูแลเงินบริจาคของนายกิตติ เปิดเผยว่านายกิตติกลับไปอยู่กับ “คิตตี้” สักระยะหนึ่งแล้ว โดยเช่าห้องพักแถวๆ ไทรน้อย จ.ปทุมธานี และขอเงินบริจาคก้อนสุดท้ายทั้งสิ้นจำนวน 209,514 บาท เพื่อไปซื้อบ้านเอื้ออาทรเพื่อนำไปลงทุนกับแม่ยาย ตนและนายอมต อินทานนท์ ที่มีชื่อเปิดบัญชีร่วมกับนายกิตติ จึงปิดบัญชีธนาคารและส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้กับนายกิตติแล้ว เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 61

“อาการป่วยพี่ปื๊ดยังเดินไม่ได้ ตอนพี่ปื๊ดพักรักษาตัวกับพี่สาว ผมก็ไปเยี่ยมหาบ้างแต่ไม่บ่อยส่วนมากจะโทรคุยกับพี่สาวของพี่ปื๊ด ก็มีจ้างหลานมาดูแล จ้างน้องสาวมาทำกับข้าว ผมก็คอยดูห่างๆ กังวลว่าเงินก้อนนี้อาจจะใช้ไม่ถึงสิ้นปี” นายอภินันท์แสดงความห่วงใย

ไทด์ เอกพัน แจงเหตุผล “กิตติ” หวนคบ “คิตตี้”

ด้าน นายไทด์ หรือ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ก็มีความเป็นห่วงนายกิตติเช่นกัน โดยเผยความรู้สึกกับทีมข่าวฯ หลังจากรู้ว่านายกิตติต้องการไปอยู่กับคิตตี้ รู้สึกกังวลว่าอาจจะถูกดูแลได้ไม่ดี เหมือนสภาพร่างกายในวันแรกที่ตนเข้าไปช่วยเหลือ แต่เมื่อนายกิตติย้ำเจตนารมณ์เดิม ตนก็เคารพในการตัดสินใจ และขอยุติไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไป

“เรื่องของพี่ปื๊ด ผมเคยบอกแล้วว่า ถ้าเกิดภรรยาเข้ามายุ่งเรื่องการเงิน หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ พวกเราก็จะไม่ขอยุ่งอีกต่อไป ผมอุตส่าห์ช่วยดูแลจัดการจนพี่สาวมาดูแลจากเงินก้อนหนึ่งที่ประชาชนรักและสงสารโอนมาให้แล้ว ภรรยาพี่ปื๊ดอาจอยู่ไม่ได้ หรือไม่มีเงินใช้ ก็พยายามดิ้นรนขอเอาพี่ปื๊ดไปอยู่ด้วยที่หัวหิน พี่ปื๊ดโทรมาบอกว่าจะไปอยู่กับแฟน บอกอยากเห็นหน้าลูก อยากใกล้ชิดลูก ผมก็ถามย้ำว่าพี่ปื้ดตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม พี่ปื๊ดบอกตัดสินใจแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอก แล้วแต่พี่ปื๊ดตัดสินใจ” นายไทด์ไล่เรียงเหตุการณ์

แย้มผู้อยู่เบื้องหลัง ประกาศกร้าว ไม่ขอช่วยเหลือใดๆ กับนายกิตติ

ทั้งนี้นายไทด์เผยถึงชนวนเหตุที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ให้นายกิตติคิดเอาเรื่องกับคนที่ช่วยดูแลบัญชีธนาคารของนายกิตติ พร้อมประกาศกร้าว ไม่ขอให้ความช่วยเหลือใดๆ กับนายกิตติอีกต่อไป โดยนายกิตติโทรมาว่าจะเอาเรื่องกับคณะกรรมการที่ร่วมเปิดสมุดบัญชีธนาคารกับนายกิตติ อ้างว่าก้าวก่ายเกินไป และไม่ให้เอาบัญชีธนาคารมาบริหารเอง วอนอย่ามายุ่งมาก

“เราเลยคืนเงินส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยแล้ว เพราะเคยบอกกันไว้ว่าถ้าภรรยามายุ่งเกี่ยวอีก ทุกคนจะถอยห่าง อนาคตข้างหน้าก็จะไม่ไปดู เพราะพี่ปื๊ดตัดสินใจเอง ขอยุติ ไม่ช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น ตัวใครตัวมันแล้ว

ส่วนเงินบริจาคหลังจากนี้ แล้วแต่ประชาชนวิจารณญาณเอง พี่ปื๊ดไม่อยู่ในความดูแลของพวกเราแล้ว ไปอยู่กับครอบครัวเขาแล้ว แฟนเขาดูแลอยู่ เราก็ไม่น่าจะให้ความสนับสนุน หรือให้เงินอีกแล้ว เพราะภรรยาพี่ปื๊ดก็มีฐานะ ถ้าประชาชนยังให้อยู่ตลอดเวลาก็เหมือนคนอนาถาที่ต้องมีเงินบำรุงอยู่ตลอดทุกเดือนๆ มันไม่ใช่ แล้วพี่ปื๊ดอาจจะไม่ได้ใช้เงิน คนอื่นที่ไม่ใช่พี่ปื๊ดอาจเอาไปใช้ก็ได้

ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สงสารพี่ปื๊ดที่เห็นสภาพแกครั้งแรก และช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจ ทุนทรัพย์ ปัจจัยต่างๆ ที่พยุง โอบอุ้ม พี่ปื๊ดจนมาถึงทุกวันนี้ก็น่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น กลับไปอยู่กับครอบครัว พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก” นายไทด์กล่าวสรุป

อย่างไรก็ตามทีมข่าวฯ ได้โทรสอบถามกับพี่สาวซึ่งดูแลนายกิตติ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ตนนั้นได้ดูแลนายกิตติเป็นอย่างดีจนอาการดีกว่าเดิม สำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนนั้น มีค่าจ้างคนมาทำอาหารให้กิน วันละ 300 บาท 3 มื้อ, ค่าคนมาช่วยดูแล อาบน้ำ ซักผ้า วันละ 400 บาท, นวดและประคบชั่วโมงละ 300 บาท อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

ส่วนเงินบริจาคตนเป็นคนดูแลโดยเปิดบัญชีธนาคารเป็นชื่อตนกับนายกิตติ ยอดที่เหลือล่าสุด 3 แสนกว่าบาท ส่วนคิตตี้ก็มาหานายกิตติไม่บ่อย มากับลูกคนเล็ก มาทีก็ค้างไม่กี่วัน และไม่ได้ช่วยดูแลอะไรนายกิตติ คิตตี้ขอเงินไปเลี้ยงดูลูก ตนก็ให้บ้างนิดๆ หน่อย อย่างสูงไม่เกิน 5 พัน เนื่องจากเป็นเงินที่รับบริจาคมาช่วยเหลือการรักษา “ไอ้เรื่องกลับไปอยู่กับภรรยา เป็นเรื่องของเขา เราไม่หวงห้ามหรอก” พี่สาวกล่าวทิ้งท้าย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ฮีโร่! นอกจอ'ไทด์'นำทีมช่วยดาราดาวร้าย'กิตติ ดัสกร'นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ 

เรื่องรักๆ ลับๆ! "กิตติ" ยืนยันตัดขาด “คิตตี้” เผยเบื้องลึก ชนวนเหตุเลิกรา 

เปิดใจ คิตตี้ ทุกเรื่องดราม่า เงิน 8 หมื่น สถานะล่าสุดกับ กิตติ  

วินาที! ดามพ์ เจอหน้าน้อง กิตติ ดัสกร ถามตาสว่างรึยังเรื่องเมีย (คลิป)

พี่สาว พร้อมพา กิตติ ไปอยู่บ้านเก่า คิตตี้ไปแล้วไม่มีคนดูแล 

'คิตตี้' รับเป็นเมียไม่ใช่หลาน 'กิตติ ดัสกร' ไม่มีรายได้เลยโพสต์ขอให้ช่วย 

 

อัพเดตชีวิต "กิตติ ดัสกร" เวลาผ่านมา 4 เดือน ยอดเงินบริจาคช่วยเหลือถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์หรือไม่ ใช้ในเรื่องใดบ้าง และอาการป่วยของนายกิตติสามารถกลับมาเดินได้หรือยัง 12 มี.ค. 2561 18:07 23 มี.ค. 2561 11:08 ไทยรัฐ