ขยายผลโยงบ่อนพนันผบก.ส.1 เซ็นเด้ง “หมวดมานัส” จากพิษแจกอั่งเปา ขาดราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร หลังเดินทางไปต่างประเทศ 96 ครั้ง ในรอบ 3 ปี ผบช.น. เผยให้อั่งเปาตำรวจ 60 นาย ภายในมีผ้ายันต์เงินสด 500 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ข้าราชการมีสิทธิรับของขวัญหรือเงินสดได้ไม่เกิน 3,000 บาท ไม่ผิดอาญาแต่ผิดวินัย “ศรีวราห์” ระบุ “หมวดมานัส” พัวพันธุรกิจสีเทากว่า 10 ปี ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่หนีไปต่างประเทศ ตั้งคณะกรรมการสอบให้ทราบผลภายใน 30 วัน โทษสูงสุดถึงไล่ออกและโยนให้ “เฉลิมเกียรติ” ขยายผลโยงบ่อนกรณี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ดักคอตำรวจทั่วประเทศก่อนวันเทศกาลตรุษจีนว่า ห้ามรับแต๊ะเอียและอั่งเปาเด็ดขาด ต่อมาปรากฏคลิปเผยแพร่ภาพตำรวจในเครื่องแบบประมาณ 60 นาย เดินเรียงแถวทยอยไหว้รับซองอั่งเปาจาก ร.ต.ต.มานัส เติมธนะศักดิ์ รอง สว.กก.4 บก.ส.1 ปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจอารักขา พล.ต.อ.ไพศาล เชื้อรอด อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) ขณะที่ พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จให้ทราบผลภายใน 7 วัน ตามคำสั่ง ผบช.น.ให้ตรวจสอบความผิดทั้งวินัยและอาญา เบื้องต้นพบมีตำรวจในสังกัด บก.น.7 จำนวน 20 กว่านาย ที่เหลือพบมีทั้งตำรวจ บก.น.8 และบก.น.9 เข้าแถวรับซองอั่งเปาด้วย ขณะที่ ร.ต.ต.มานัสถูกเรียกตัวให้กลับต้นสังกัด ตรวจสอบพบว่าขาดราชการเดินทางไปต่างประเทศ 96 ครั้ง พร้อมทั้งมีผู้เรียกร้องคนแจกอั่งเปาต้องถูกดำเนินคดีด้วยและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เอามาแจกที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการเอาผิดกรณีตำรวจเข้าแถวรับอั่งเปาว่า ขณะนี้ บก.น.7 อยู่ระหว่างรอผลสอบสวนข้อเท็จจริงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดวินัยหรืออาญาหรือไม่ คาดจะทราบผลภายใน 7 วัน บช.น.ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าให้ซองตามธรรมเนียมวันตรุษจีนของ ร.ต.ต.มานัส ในลักษณะพี่ให้น้อง เนื่องจากเปิดบ้านทำบุญเลี้ยงพระเป็นประจำทุกปีมีข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.น.7 ประมาณ 60 คน เข้าแถวรับซอง ทราบว่าในซองมีผ้ายันต์และเงินสดประมาณ 500 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ข้าราชการมีสิทธิรับของขวัญหรือเงินสดได้ไม่เกิน 3,000 บาทผบช.น.กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งห้ามข้าราชการตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ในเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะตรุษจีนเจตนาของคำสั่งดังกล่าวคือ การห้ามข้าราชการตำรวจตระเวนไปรับซองตามบริษัท ห้างร้านต่างๆ เพราะดูไม่เหมาะสม เรื่องนี้ดูแล้วไม่น่ามีความผิดทางอาญาแต่ถ้าจะผิดอาจผิดทางวินัย หาก บก.น.7 รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาที่ บช.น.จะประชุมสรุปเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้ตรวจสอบและทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัดพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ร.ต.ต.มานัสมีความผิดฐานละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่จริง สั่งการต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว เนื่องจากมีหลักฐานว่าตั้งแต่ปี 2558 ถึงวันที่ 13 ก.พ.2561 ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่เดินทางเข้าออกนอกราชอาณาจักร 96 ครั้ง ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา เป็นการประพฤติตนไม่สมควร สั่งการให้ต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 30 วัน หากละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องเกิน 15 วัน จะมีโทษสูงสุดถึงไล่ออก แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการอีกครั้ง ส่วนประเด็นการแจกอั่งเปาให้กับตำรวจในพื้นที่ บก.น. 7 จำนวน 60 นาย และประเด็นความเกี่ยวข้องกับธุรกิจบ่อนการพนันเป็นอำนาจของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม แต่ทราบข้อมูลว่า ร.ต.ต.มานัสเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทามานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นหน้าที่ของ บช.น.จะดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไปด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เผยว่า สั่งการให้ บช.น.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วอยากให้รอผลการตรวจสอบเสร็จก่อน สั่งการให้รีบรายงานผลเข้ามา หากผลการตรวจสอบเสร็จสิ้นออกมาแล้วจะมีมาตรการดำเนินการต่อไป ยืนยันหากพบว่ากระทำความผิดจริงจะไม่ปกป้องใคร แต่ในขั้นตอนการตรวจสอบต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย