วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฎีการาคาทองสิบชั่ง

เจินกวนศก 13 (ค.ศ.638) เว่ยเจิง เสนาบดีฝ่ายคัดค้าน ทนเห็น ถางไท่จงฮ่องเต้ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เสพสำราญตามอำเภอใจ ต่อไปไม่ไหว จึงทำฎีกาถวายคำทักท้วง

(เจินกวนเจิ้งเย่า ยอดกุศโลบายจีน อู๋จิง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล เต๋าประยุกต์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2552)

เว่ยเจิงรู้ชะตากรรมตัวเองดี ทิ้งท้ายว่า “ผู้น้อยบังอาจยกตัวอย่างข้อบกพร่องสิบประการของฝ่าบาท โดยหวังว่าฝ่าบาทจะทรงรับฟัง ซึ่งถึงผู้น้อยต้องตายก็คงเหมือนได้เกิดใหม่ จึงยินดีรับโทษประหาร”

ตัวอย่างบางข้อ ของคำทักท้วง ลองอ่านกันดู

ฝ่าพระบาทพยายามรั้งคลื่นคลั่ง สงบแผ่นดิน บุกเบิกสร้างอาณาจักรตั้งแต่มีพระชนม์ไม่ถึง 20 ในวัยฉกรรจ์ รู้จักข่มกิเลสตัณหา ส่งเสริมการประหยัดมัธยัสถ์ ชาติบ้านเมืองจึงมั่งคั่งไพบูลย์มีเสถียรภาพ ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข

ในแง่การสร้างคุณูปการ กษัตริย์ราชทัง และอู่ ยังเทียบไม่ได้ ในแง่การบำเพ็ญขัตติยธรรมเมธีกษัตริย์เหยา และซุ่นก็ไม่เหนือกว่า

ในอดีต จักรพรรดิฮั่นเหวินตี้ ปฏิเสธอาชาพันลี้ ที่มีคนถวายให้ จักรพรรดิจิ้นอู่ตี้เผาเสื้อกันหนาวที่ถักทอจากขนหัวไก่ฟ้า ซึ่งไม่ต้องตามขนบจารีต

แต่เวลานี้ฝ่าบาทส่งคนไปซื้ออาชาสง่ายังแดนไกลนับหมื่นลี้ ไปซื้ออัญมณีล้ำค่ายังต่างแดน กระทั่งเป็นที่เย้ยหยันของคนเดินทาง เป็นที่หยามหมิ่นของคนต่างเผ่า

นี่คือตัวอย่างการไม่ยืนหยัดอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ประการหนึ่ง

สาเหตุอยู่ที่อะไรหรือ?

อยู่ที่จักรพรรดิในฐานะองค์พระประมุข ครอบครองอาณาจักรอันไพศาล ทรงตรัสสิ่งใดไม่มีใครคัดค้าน ทำอะไร ทุกคนต้องทำตาม ความยุติธรรม ถูกแทนที่ด้วยความพอใจส่วนตัว ขนบจารีตถูกกิเลสตัณหาทำลาย

วาทะโบราณว่า เข้าใจเหตุผลเป็นเรื่องไม่ยาก นำไปปฏิบัติสิยาก นำไปปฏิบัติสิไม่ยาก ยืนหยัดให้ถึงที่สุดสิยาก

ทั้งสิบข้อในฎีกา เว่ยเจิงเลือกใช้ภาษาสุภาพ แต่เนื้อหาเหมือนภาษาชาวบ้านว่า ด่าสาดเสียเทเสีย

องค์จักรพรรดิถางไท่จง ทรงอ่านแล้วอ่านอีก ทบทวนเป็นสิบเที่ยว ทรงเห็นว่าเหตุผลถูกต้อง แทนที่จะพิโรธสั่งประหาร กลับสั่งให้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลัง

แล้วทรงพระราชทานทองคำ 10 ชั่ง และอาชา 2 ตัวให้เป็นรางวัล แก่เว่ยจิงเสนาบดีที่ทรงรู้ดีว่าฐานะยากจน

จื๊อกุงถามขงจื๊อ หลักการปกครองที่ดี มีอะไร (นิทานปรัชญาเต๋า เสฐียรพงษ์ วรรณปก)

“ข้อแรก จงปกครองให้ประชาชนมีอาหารบริโภคอุดมสมบูรณ์ ข้อสอง ประเทศชาติมีกองทัพที่เข้มแข็ง และข้อสาม ประชาชนมีความเชื่อถือรัฐบาล” ขงจื๊อตอบ

“ถ้าหากจำเป็นต้องตัดออกข้อหนึ่ง “ตัดกองทัพออก” “ถ้าจำเป็นต้องตัดอีกหนึ่งข้อ จะตัดข้อใด”

คำตอบจากขงจื๊อ “ควรตัดอาหารออก เหตุผลเพราะแต่โบราณกาลมา มนุษย์เรามีความตายเป็นธรรมดา แม้ประชาชนจะอดอยากบ้าง แต่ก็ยังดีกว่ามีรัฐบาลอันประชาชนไม่นับถือ”

จี้กง ซักย้ำ “หมายความว่า รัฐบาลที่ไม่มีคุณธรรม ประชาชนหมดศรัทธา ร้ายแรงกว่าเรื่องปากท้องหรือ?”

“ถูกแล้ว บัณฑิตย่อมเห็นแก่คุณธรรมยิ่งกว่าจะเห็นแก่ปากท้อง” ขงจื๊อตอบ

ผมชอบเรื่องนี้ ชอบที่ขงจื๊อ ให้ราคากองทัพน้อยกว่าปากท้อง และศรัทธาของชาวบ้าน

นี่ก็หลักปกครองบ้านเมืองที่รุ่งเรืองศิวิไลซ์ ไม่เกี่ยวกับบ้านเมืองกำลังพัฒนาแต่ประการใดเลย.


กิเลน ประลองเชิง

เจินกวนศก 13 (ค.ศ.638) เว่ยเจิง เสนาบดีฝ่ายคัดค้าน ทนเห็น ถางไท่จงฮ่องเต้ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เสพสำราญตามอำเภอใจ ต่อไปไม่ไหว จึงทำฎีกาถวายคำทักท้วง 17 ธ.ค. 2560 11:43 18 ธ.ค. 2560 09:37 ไทยรัฐ