วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำเนียบขาวตีมึน อดีตคนสนิททรัมป์ยอมรับ แอบคุยรัสเซียช่วงหาเสียง

หลังทีมสอบสวนพิเศษที่นำโดยนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) สอบสวนข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ จนช่วยให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วซึ่งทั้งทรัมป์และรัสเซียปฏิเสธมาตลอด ล่าสุด เมื่อ 30 ต.ค. การสอบสวนกรณีนี้เริ่มปรากฏชัดเป็นรูปธรรมเมื่อนายพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานทีมหาเสียงของนายทรัมป์และนายริค เกตส์ อดีตคนสนิท ถูกเอฟบีไอตั้งข้อหา 12 กระทง รวมทั้งสมรู้ร่วมคิดฟอกเงินและกระทำการเป็นภัยต่อสหรัฐฯ ทั้งสองคนที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาถูกจับกักบริเวณที่บ้านพร้อมถูกตั้งเงินค่าประกันคนละ 10 ล้านดอลลาร์และ 5 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

มานาฟอร์ตและเกตส์ ยังถูกกล่าวหาซุกเงินหลายล้านดอลลาร์ที่ได้จากนายวิคเตอร์ ยานุโควิช นักการเมืองยูเครนและพรรคการเมืองที่สนับสนุนรัสเซียของนายยานุโควิช และยังมีตัวละครเพิ่มมาอีก 1 คนคือนายจอร์จ ปาปาโดปูลอส อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของนายทรัมป์ สารภาพว่าให้การเท็จต่อเอฟบีไอเรื่องช่วงเวลาการพบหารือกับบุคคล 2 คนที่เป็นคนกลางให้รัสเซียรวมทั้งอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่อยู่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษที่เสนอมอบเรื่องอื้อฉาวของนางฮิลลารี คลินตัน อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ คู่แข่งของนายทรัมป์ แท้จริงแล้วเขาพบทั้งสองคนหลังเข้าร่วมทีมหาเสียงของทรัมป์ ไม่ใช่พบก่อนช่วยทรัมป์หาเสียงตามที่ให้การเท็จกับเอฟบีไอ

นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ปาปาโดปูลอสซึ่งถูกจับตั้งแต่เดือน ก.ค.แต่เพิ่งเป็นข่าวนั้น ทำงานในฐานะอาสาสมัคร ไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่ทำในรูปแบบงานที่เป็นทางการ เช่นเดียวกับนายทรัมป์ที่แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหา และเรียกร้องให้สอบสวนนางคลินตันกรณีใช้อีเมลส่วนตัวทำงานขณะเป็น รมว.ต่างประเทศ

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย เผยเมื่อ 31 ต.ค.ว่า รัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ และในประเทศอื่นๆโดยไม่มีหลักฐานสักชิ้นเดียวและว่าเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเรื่องเพ้อฝัน

วันเดียวกัน เครือข่ายสังคมออนไลน์ “เฟซบุ๊ก” เผยข้อมูลก่อนให้การต่อกรรมาธิการวุฒิสภาพร้อมกับเว็บสืบค้นข้อมูล “กูเกิล” และเว็บไมโครบล็อก “ทวิตเตอร์” ระบุว่า มีเนื้อหาราว 80,000 โพสต์ที่พัวพันรัสเซีย ส่วนใหญ่เน้นข้อความแบ่งแยกทางสังคมและการเมือง ถูกโพสต์ลงเฟซบุ๊กทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ และว่ามีผู้ใช้หรือยูสเซอร์ชาวอเมริกันมากถึง 126 ล้านคน อาจเห็นเนื้อหาที่อัพโหลดโดยทีมงานในรัสเซียในรอบกว่า 2 ปีหลัง.