วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเอาชนะในคดี ไม่ใช่-ทางเลือก

อัยการ-หาทางช่วยน้องปาล์มคดีรถชน

รองโฆษก อสส. พร้อมคณะทำงาน ยธ. พาครอบครัว “น้องปาล์ม” เหยื่ออุบัติเหตุ ถูกรถ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ จ.ขอนแก่น ชนพิการตลอดชีวิต เข้าพบรองปลัด สธ. หาช่องทางช่วยเหลือ ชี้การต่อสู้คดีในศาลเพื่อให้ชนะ ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย อัยการไม่จำเป็นต้องชนะคดี แต่ต้องการให้ชาวบ้านที่ยากจนได้รับความเป็นธรรมและรับการเยียวยามากกว่า ดังนั้น คดีนี้ควรจะเริ่มต้นด้วยการเจรจาระหว่างฝ่ายน้องปาล์มกับฝ่ายรัฐว่าฝ่ายรัฐจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ด้านรองปลัด สธ. รับเรื่องให้ดูแลเหยื่อน้อยและแม่ ส่วนเงินเยียวยาต้องเสนอ ก.คลัง รู้ผลอีก 3-4 เดือน

กรณีนางปวีณา หาทรัพย์ อายุ 30 ปี ลูกจ้างชั่วคราว รพ.ชุมเเพ จ.ขอนเเก่น พาบุตรชาย “น้องปาล์ม” ด.ช.ปราบปราม เจิมขุนทด วัย 3 ขวบ 1 เดือน เข้าพบนายประเสริฐ กาญจนอุทัย อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือ ประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ภายหลังนายศราวุฒิ เจิมขุนทด อายุ 30 ปี สามีนางปวีณาขี่รถ จยย.โดยมีน้องปาล์มบุตรชายนั่งมาด้วย เกิดชนกับรถกระบะ ทะเบียน บว 4942 ขอนแก่น มีนายเกต นาถมทอง อาสาสมัครโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็นคนขับกลับรถกระชั้นชิด เหตุเกิดวันที่ 28 ก.ค.58 โดยน้องปาล์มต้องพิการช่วงล่างไม่มีความรู้สึกตั้งแต่ราวนม เดินไม่ได้ ต้องต่อสายยางขับปัสสาวะ และใส่แพมเพอร์สตลอดเวลา เพื่อการขับถ่ายมาตั้งแต่ปี 58 ทั้งนี้ มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมพูดคุยหารือทางกฎหมายด้วย เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งนางปวีณา หาทรัพย์ และบุตรชาย “น้องปาล์ม” ด.ช.ปราบปราม เจิมขุนทด อายุ 3 ขวบ 1 เดือน เข้าพบ นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยชดเชยค่าเสียหาย โดยก่อนหน้าเมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ได้เข้าพบนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ศูนย์ บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม และหารือในเรื่องที่เกี่ยวข้องแล้ว

หลังการหารือ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า แม้จะมีการฟ้องคดีนี้ทางแพ่ง และอัยการรับแก้ต่างให้ฝ่ายรัฐ แต่การต่อสู้คดีในศาลเพื่อให้ชนะ ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย อัยการไม่จำเป็นต้องชนะคดี แต่ต้องการให้ประชาชนที่ยากจนได้รับความเป็นธรรมและรับการเยียวยามากกว่า ดังนั้น คดีนี้ควรจะเริ่มต้นด้วยการเจรจา ระหว่างฝ่ายน้องปาล์มกับฝ่ายรัฐ ว่าฝ่ายรัฐจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ทางสำนักนิติการ กระทรวงสาธารณสุข ก็ช่วยหาทางออกว่า พอจะมีเงินที่สามารถจ่ายให้ตามระเบียบของกรมบัญชีกลางเท่าใด เพียงใด จะมีการพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป เพราะเคยจัดความช่วยเหลือในลักษณะคล้ายๆกันนี้มาก่อน หลังจากนี้คดีส่วนแพ่งที่ฟ้องไว้ที่ศาล ไม่ควรสืบพยาน แต่ควรเลื่อนคดีออกไปก่อน

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวต่อว่า ในส่วนอัยการ มีสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายทุกจังหวัด สามารถช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนทั่วไป ถ้ายากจน ก็จะจัดทนายความให้ฟรี อย่าง น.ส.ปวีณา มีรายได้จากภาคเกษตรเพียงเดือนละ 6,600 บาท ต้องหยิบยืมเงินญาติผู้เสียหายดำเนินการด้านคดีและค่ารักษาพยาบาลจนหมดตัว ดังนั้น หากชาวบ้านมีปัญหา ไม่ว่าคดีแพ่ง อาญา ปกครอง ขอให้นึกถึงสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุดก่อน สำหรับคดีนี้นอกจากจะมีการช่วยเหลือทางภาครัฐแล้ว ในอนาคตอาจมีความช่วยเหลือจากภาคเอกชน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุข ทางผู้บริหารรับปากจะรับน้องปาล์มไว้รักษาฟรี ที่ รพ.ชุมแพ ส่วนนางปวีณาขอทำงานเป็นลูกจ้าง รพ.ชุมแพ จะรับไว้พิจารณา ส่วนตัวเลขค่าสินไหมทดแทน(ไม่อาจเปิดเผยได้) ขอรับไว้พิจารณา และรับว่าการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนดีกว่าการเอาแพ้ชนะทางคดี

นายโกศลวัฒน์กล่าวย้ำอีกครั้งว่า ขอฝากถึงประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุในลักษณะดังกล่าวให้รีบติดต่อปรึกษากับหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ อาทิ ยุติธรรมจังหวัด หรือสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามสิทธิขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวหลังหารือกับนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ว่า ได้รับมอบหมายจาก นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้หารือกับนายโกศลวัฒน์ เบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขรู้สึกเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ต้องการให้น้องปาล์มกลับมามีพัฒนาการใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังจะประสานให้โรงพยาบาลชุมแพ และโรงพยาบาลขอนแก่นดูแลเรื่องการรักษาพร้อมทั้งติดตาม ประสานเรื่องการดูแล กับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ซึ่งแม่ของน้องปาล์มเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลชุมแพ ให้ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ สำหรับการดำเนินการ ทางคดีในการพิจารณาเงินช่วยเหลือเยียวยา กระทรวงสาธารณสุขไม่มีอำนาจโดยตรง แต่จะดำเนินการตาม กระบวนการเจรจาประนีประนอม โดยจะเสนอเรื่องไปยังกระทรวงการคลังพิจารณา คาดว่าจะทราบเรื่อง ใน 3-4 เดือน

ส่วนนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนที่นายโกศลวัฒน์พาผู้เสียหาย มาพบเพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อช่วงสายวันนี้นั้น ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.ส่วนคดีอาญา ศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายเกต นาถมทอง อาสาสมัคร รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี รวมทั้งเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากคดีอาญา เช่น ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 4 หมื่นบาท ค่าชดเชยรายได้ขั้นต่ำไม่เกิน 1 ปี ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพไม่เกิน 3 หมื่นบาท และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ บางส่วนสามารถช่วยเหลือได้เลยแต่ต้องดูรายละเอียดก่อน 2.ส่วนคดีแพ่ง ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นจำเลยที่ 2 เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ศาลนัดไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้จนผู้เสียหายหมดทุนสู้คดี

ขณะที่นางปวีณา แม่น้องปาล์มกล่าวสั้นๆว่า ดีใจที่หน่วยราชการลงมาช่วยเหลือครอบครัว เพราะที่ผ่านมา ไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร และได้ใช้เงินในการต่อสู้คดีจนหมดตัวแล้ว