วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร้องรถ ‘รพ.’ ชนลูก-พิการ พึ่งศูนย์ช่วยเหลือปชช.ของสำนักอัยการสูงสุด

แม่อุ้มลูกวัย 3 ขวบ พิการจากอุบัติเหตุที่ จ.ขอนแก่น ขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุดหลังหมดเนื้อหมดตัวไม่มีเงินสู้คดีเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้เป็นคดีตัวอย่าง ขาดการประชาสัมพันธ์ ชาวบ้านไม่รู้มีหน่วยงานรัฐพร้อมช่วยเหลือทางคดีอยู่ทุกจังหวัด ทำให้ผู้เสียหายไม่เข้าเป็นโจทก์ร่วมเรียกค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่แรก ส่งผลให้ต้องเสียเงินฟ้องแพ่งเอง เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยา

ที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 16ต.ค. น.ส.ปวีณา หาทรัพย์ อายุ 30 ปี พา ด.ช.ปราบปราม หรือน้องปาล์ม เจิมขุนทด อายุ 3 ขวบ 1 เดือนบุตรชาย เข้าพบนายประเสริฐ กาญจนอุทัย อัยการผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือประชาชน และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีน้องปาล์ม บุตรชายประสบอุบัติเหตุทำให้พิการตลอดชีวิต มีรถกระบะของ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.บ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็นคู่กรณี อีกทั้งหมดทุนต่อสู้คดี

น.ส.ปวีณาให้รายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.58 นายศราวุฒิ เจิมขุนทด อายุ 30 ปี ผู้เป็นสามีขับรถ จยย.มีน้องปาล์มบุตรชายนั่งมาด้วย เกิดชนกับรถกระบะ ทะเบียน บว 4942 ขอนแก่น ที่กลับรถในระยะกระชั้นชิด มีนายเกต นาถมทอง อายุ68ปี อาสาสมัครของ รพ.ส่งเสริมสุขภาพ ต.บ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็นโชเฟอร์ ทำให้น้องปาล์มศีรษะกระแทกกับตัวถังรถกระบะ บาดเจ็บกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่ช่วงหน้าอกถึงท่อนขา ส่งผลให้ไม่สามารถยืนทรงตัวได้และมีปัญหาการขับถ่าย เหตุเกิดบริเวณแยกบ้านใหม่ ถนนบ้านใหม่ ต.บ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น หลังเกิดเหตุนายเกตคู่กรณีรับสารภาพผิด ศาลแขวงขอนแก่นพิพากษาจำคุกนายเกต 6 เดือน ปรับสามพันบาท รอลงอาญา 2 ปี แต่ทางคดีแพ่ง นายศราวุฒิ เจิมขุนทด น้องปาล์มและตนเป็นโจทก์ร่วมฟ้อง กระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 2 เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 10 พ.ย.60โดยไม่ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ให้วางค่าธรรมเนียมศาลครึ่งหนึ่ง ตนต้องหาเงินหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาวางค่าธรรมเนียมศาล 5 หมื่นบาท ทั้งต้องจ้างทนายความสู้คดีเองทำให้หมดเงินเป็นจำนวนมาก กระทั่งครอบครัวหมดทุนสู้คดี จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือทางด้านคดีกับหน่วยงานรัฐ

หลังฟังรายละเอียดการชี้แจง นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง กล่าวว่า เรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุดรับไว้แล้ว อยู่ระหว่างประสานกระทรวงสาธารณสุขเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษาอาการน้องปาล์ม โดยไม่คำนึงว่ารูปคดีจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังประสานงานกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมหรือเงินอื่นๆเพราะผู้เสียหายได้รับความเสียหายจริง และศาลพิพากษาแล้วว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด ทั้งนี้ ทางศูนย์ช่วยเหลือฯได้ทำสำเนาเอกสารสำนวนความไว้แล้ว เพื่อศึกษาแนวทางดำเนินกระบวนพิจารณาความแพ่ง ว่าต้องเข้าไปเสริมหรือแก้ไข หรือให้คำแนะนำในจุดใด

“คดีนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าชาวบ้านยากจนอยู่แล้วไม่มีความรู้เลยว่ามีหน่วยงานรัฐพร้อมช่วยเหลือทางคดี และเมื่ออัยการฟ้องคนขับ ฝ่ายผู้เสียหายกลับไม่เข้าเป็นโจทก์ร่วมเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมาแต่แรก ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายรายใดหากมีเรื่องเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ให้ไปพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุดที่มีอยู่ทุกจังหวัด เพื่อไม่ให้รูปคดีเสียหายหรือคดีขาดอายุความ นอกจากนี้แม้ผู้ตกเป็นจำเลยก็สามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสิทธิของผู้ต้องหาเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทางคดีได้” นายโกศลวัฒน์กล่าว