วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Bump–Stock ทูตมรณะ โศกนาฏกรรมลาสเวกัส

ฆ่าหมู่-ฝูงชนที่กำลังชมคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรี “รูท 91 ฮาร์เวสต์ คันทรี” ใกล้โรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ กาสิโน” ในนครลาสเวกัส วิ่งหนีตาย ขณะที่นายสตีเฟน แพ็ดดอค (รูปเล็ก) กราดยิงลงมาจากโรงแรมชั้นที่ 32 เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค. มีผู้เสียชีวิต 59 คน บาดเจ็บกว่า 500 คน (เอเอฟพี/รอยเตอร์)


ชาวอเมริกันและชาวโลกต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุกราดยิงสังหารหมู่ผู้คนเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา

นายสตีเฟน แพ็ดดอค วัย 64 ปี ใช้ปืนกราดยิงหลายร้อยนัดลงมาจากห้องพักชั้น 32 ของโรงแรม “มัณฑะเลย์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ กาสิโน” ในนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ใส่ฝูงชนกว่า 22,000 คนที่กำลังชมการแสดงคอนเสิร์ตคันทรีกลางแจ้ง “รูท 91 ฮาร์เวสต์ คันทรี” ที่ลานตรงข้ามโรงแรม มีผู้เสียชีวิต 59 คน บาดเจ็บ 527 คน

เมื่อตำรวจบุกเข้าไปในห้องพักก็พบว่าแพ็ดดอคยิงตัวตายแล้ว ตำรวจยังพบปืนถึง 23 กระบอกในห้องพัก รวมทั้งปืนไรเฟิลจู่โจม ส่วนที่บ้านพักของเขาในชุมชนผู้สูงอายุในเมืองเมสไควต์ ห่างลาสเวกัส 130 กม. ก็พบปืนอีก 19 กระบอก กระสุนหลายพันนัด วัตถุระเบิด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังพบวัตถุระเบิดในรถของเขาด้วย

เชื่อว่าแพ็ดดอควางแผนก่อเหตุร้ายมานาน แต่ “มูลเหตุจูงใจ” ยังเป็นปริศนามืดมิด เพราะเขาไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเจ็บป่วยทางจิตใดๆ ไม่พบว่าเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศ เป็นแค่อดีตนักบัญชี นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อยู่อย่างสงบกับนางแมรีลู แดนลีย์ คู่รักชาวออสเตรเลียเชื้อสายฟิลิปปินส์วัย 62 ปีที่บ้านในเมสไควต์ ซึ่งขณะเกิดเหตุนางแดนลีย์ไปเยี่ยมบ้านที่ฟิลิปปินส์ และยืนยันว่าไม่รู้เห็นด้วย

ส่วนนายเอริกน้องชายก็ยืนยันว่า พี่ชายไม่ฝักใฝ่ด้านศาสนาหรือการเมือง ไม่มีปัญหาการเงินเพราะร่ำรวยระดับเศรษฐี ชอบเล่นการพนันในวงเงินสูงๆ แต่ไม่ได้ติดหนี้การพนัน แม้ปูมหลังของบิดาของพวกตนไม่ดี เป็นอดีตจอมโจรปล้นธนาคารผู้อื้อฉาว ติดคุกถึง 20 ปี ก่อนเสียชีวิตในปี 2541

เชื่อว่าแพ็ดดอคมี “ความลับ” ดำมืดบางอย่างที่ต้องรอไขปริศนา!

ทุกครั้งที่มีเหตุยิงสังหารหมู่ในสหรัฐฯ ก็จะมีกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎหมายควบคุมอาวุธปืน แต่ทุกครั้งก็เป็น “ไฟไหม้ฟาง” ครั้งนี้ก็คงเช่นกัน เพราะ “สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ” (NRA) ที่สนับสนุนสิทธิในการครอบครองอาวุธปืนมีอิทธิพลสูงมาก เป็นทั้งล็อบบี้ยิสต์และ “สปอนเซอร์” รายใหญ่ มีส่วนช่วยให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสอยู่ในขณะนี้

ตำรวจยังระบุว่า ปืนไรเฟิลของแพ็ดดอคถึง 12 กระบอก รวมทั้งปืน “เออาร์-15” 2 กระบอกที่เขาใช้กราดยิง ถูก “โมดิฟาย” ดัดแปลงจากปืน “กึ่งอัตโนมัติ” ให้ยิงได้คล้าย “ปืนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ” โดยติดอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า “บัมป์–สต๊อก” ข้าไป ทำให้เมื่อเหนี่ยวไกและกดค้างไว้ก็จะรัวยิงกระสุนเป็นชุดได้ถึง 400-800 นัดต่อนาที

เรื่องนี้เลยเป็นประเด็นร้อน นอกเหนือจากกรณีที่แพ็ดดอคมีปืนมากมายถึง 47 กระบอก ทำให้มีข้อกังขาว่าปืนซื้อหาได้ง่ายจัง และขนเข้าไปในโรงแรมได้ยังไงตั้งกว่า 20 กระบอก

อุปกรณ์เสริม “บัมป์-สต๊อก” (Bump-Stock) หรือ “บัมป์-ไฟเออร์ สต๊อก” (Bump-Fire Stock) หรือ “สไลด์ ไฟเออร์” (Slide Fire) ซึ่งทำให้ปืนกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic Firearms) กลายเป็นปืนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automatic Firearms) นี้ เป็นที่นิยมในสหรัฐฯมานานแล้ว เพราะหาซื้อง่าย ราคาถูกไม่ถึง 200 ดอลลาร์ฯ

แม้สำนักงานแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาวุธปืน (BATF) ในยุครัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา รับรองให้เจ้าบัมป์-สต๊อก เป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่มันก็ถูกเพ่งเล็งมาตลอด นางไดแอน ไฟน์สไตน์ ส.ว.รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เป็นหนึ่งในหัวหอกต่อต้านเพราะเห็นว่าอันตรายสุดๆ

การซื้อขายปืนอัตโนมัติในสหรัฐฯ ถูกควบคุมเข้มงวดตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1930 และ ค.ศ.1986 ก็มีการปรับแก้ “กฎหมายอาวุธปืนแห่งชาติ” ห้ามพลเรือนซื้อขายครอบครองปืนกลอัตโนมัติ ยกเว้นปืนที่ผลิตหรือจดทะเบียนก่อนมีกฎหมายนี้ แต่ผู้ซื้อต้องถูกตรวจเช็กประวัติละเอียดและต้องได้รับใบอนุญาตพิเศษ

ก่อนมีกฎหมายนี้ มีปืนกลอัตโนมัติที่ถูกจดทะเบียนกับรัฐบาลราว 176,000 กระบอกซึ่งซื้อขายกันได้ถูกกฎหมาย แต่เพราะมีน้อยราคาจึงแพงมากกระบอกละหลายหมื่นดอลลาร์ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้พยายามประดิษฐ์อุปกรณ์เสริมเพื่อทำให้ปืนกึ่งอัตโนมัติยิงได้แบบปืนอัตโนมัติมาตลอด จนไม่กี่ปีที่ผ่านมา “บัมป์-สต๊อก” ก็ออกวางตลาดและเป็นที่นิยมมาก โดยปืนที่นิยมติดตั้งรวมทั้งไรเฟิลจู่โจม “เออาร์-15”

เชื่อว่าแพ็ดดอคติดตั้ง “บัมป์-สต๊อก” กับปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติเพราะต้องการฆ่าหมู่คนมากที่สุดก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึงตัว และอาจเรียนรู้วิธีติดตั้งได้ทางอินเตอร์เน็ต

“บัมป์-สต๊อก” เป็นพานท้ายปืนที่มีส่วนครอบไกปืนซึ่งทำงานด้วยระบบแรงสะท้อน ทำให้ลั่นไกครั้งเดียวรัวยิงได้ต่อเนื่อง ใครสนใจว่ามีหน้าตาและทำงานยังไงเข้าไปดูใน “YouTube” หรือเว็บไซต์อาวุธปืนต่างๆได้

ส่วน “เนวาดา” เป็นหนึ่งในรัฐที่มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนหละหลวมที่สุดในสหรัฐฯ ประชาชนได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนได้ ผู้ซื้อปืนก็ไม่ต้องมีใบอนุญาตหรือจดทะเบียนเป็นเจ้าของปืน รวมทั้งปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ และแม้มีการตรวจเช็กประวัติผู้ซื้อปืน เจ้าของปืนก็สามารถขายปืนต่อแบบส่วนตัวได้ นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถครอบครอง “ปืนกล” ถ้าได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง

จึงไม่แปลกที่แพ็ดดอคมีปืนในครอบครองถึง 47 กระบอกและเคลื่อนย้ายได้เสรี คาดว่าเขาทยอยขนปืนเข้าโรงแรม เห็นได้จากพบกระเป๋าเดินทางในห้องถึง 10 ใบ

คดีลาสเวกัสจุดกระแสกดดันให้มีการ “แบน” บัมป์-สต๊อก” และจำกัดจำนวนกระสุนปืนในแมกกาซีน ซึ่ง NRA และทรัมป์ก็ทนแรงกดดันไม่ไหวต้องออกโรงเห็นด้วย แต่จะเป็น “ไฟไหม้ฟาง” อีกหรือไม่ยังน่าสงสัย!

บวร โทศรีแก้ว