วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือน7-11 ระวังฝนหนัก กลาง-ใต้ เหนือ-อีสานยังอ่วมน้ำท่วมขยายวงกว้าง

พื้นที่ภาคอีสาน จ.เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา หลายจุดยังเจอปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่หลังฝนตกหนัก ที่ จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเข้าไปช่วยพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล เนื่องจากถนนเข้าหมู่บ้านเป็นดินโคลน ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ น้ำในคลองสาขาของแม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง กว่า 20 หลังคาเรือน เป็นรอบที่สองภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน เผยน้ำมาเร็วมากจนขนย้ายข้าวของหนีน้ำไม่ทัน ขณะที่ภาคเหนืออากาศเริ่มหนาวเย็น บนดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุณหภูมิลดเหลือ 12 องศาฯ

หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ จ.เลย ฝนตกในพื้นที่ อ.ด่านซ้าย ทำให้น้ำป่าไหลลงแม่น้ำหมัน เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย หลายสิบหลังระดับน้ำสูง 20-50 ซม. ที่กองร้อย อส.ที่ 7 และสำนักงานเทศบาล ตำบลด่านซ้าย น้ำท่วมสูง 20-70 ซม. ขณะที่ สภ. ด่านซ้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำอิฐและปูนมาฉาบก่อกำแพงป้องกันน้ำท่วม ล่าสุดฝนยังไม่หยุดตก ด้าน นายประมวล ลาภจิต ป้องกันภัย จ.เลย กล่าวว่า ได้เฝ้าระวังน้ำหลังฝนตกอย่างต่อเนื่อง พบระดับน้ำในแม่น้ำเลย หน้า สวท.เลย อยู่ที่ 8.10 เมตร ระดับน้ำเพิ่มเฉลี่ยชั่วโมงละ 10 ซม. ส่วนที่ อ.วังสะพุง อ.ภูหลวง อ.ภูกระดึง ระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลองเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ต่ำ เฝ้าระวังและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ป้องกันถูกน้ำท่วมเสียหาย

ที่ จ.ชัยภูมิ พ.อ.รณกร สายสิญจน์ ผบ.นพค. ที่ 55 นำกำลังพลจำนวน 12 นาย ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่บ้านไร่ ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ ที่ลำน้ำพรมล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ที่ถนนสายบ้านไร่-บ้านท่าเดื่อ ระดับน้ำสูง รถเล็กไม่สามารถแล่นผ่านได้ และยังมีฝนตกตลอดเวลา ขณะที่เขื่อนห้วยกุ่ม น้ำล้นเขื่อนและได้ระบายน้ำออกชั่วโมงละ 3 แสนล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่น้ำป่าไหลมาสมทบเข้าท่วมนาข้าวของชาวบ้านที่กำลังออกรวงเสียหายกว่า 1 พันไร่

ที่ จ.เชียงใหม่ ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ล่าสุดนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ได้รับรายงานว่า มีดินสไลด์ลงมาปิดเส้นทางบ้านกองขากน้อย-บ้านงาแมง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง ทำให้หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดไม่สามารถใช้เส้นทางได้ และบริเวณเส้นทางขึ้นดอยม่อนล้าน และโครงการหลวงแม่ปูนหลวง บ้านขุนแจ หมู่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว มีดินและก้อนหินขนาดใหญ่หนักประมาณ 60 ตัน ร่วงลงมาปิดทับเส้นทาง นายยศวัฒน์ เธียร์สวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา สั่งการให้นายพงษ์ศักดิ์ วุฒิสาร หัวหน้าสายตรวจชุดที่ 2 ศล.1 (แม่แพง-ม่อนหินไหล) ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหัวหน้าโครงการหลวงห้วยแม่ปูน และนายกมล เรือนแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่แวน นำรถแบ็กโฮเข้าไปเคลียร์พื้นที่ใช้เวลานานร่วม 5 ชั่วโมง สามารถเปิดใช้เส้นทางได้

ที่ จ.นครราชสีมา สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง ขณะนี้น้ำขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านหนองตาคง หมู่ 8 และหมู่บ้านรุ่งฟ้า ระดับน้ำสูง 1 เมตร ส่วนทางเข้าหมู่บ้านระดับน้ำสูง 1.20 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถแล่นผ่านได้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา ต้องนำ แผงเหล็กมากั้นปิดทางห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน ที่ถนนสายนครราชสีมา-หนองระเวียง ระดับน้ำสูง 40 ซม. ระยะทางยาวกว่า 100 เมตร การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีรถจักรยานยนต์จมน้ำเสียหายหลายคัน ล่าสุดน้ำไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านวรการ 3 ต.หัวทะเล อีกกว่า 100 หลัง และหมู่บ้านสองนคร กว่า 10 หลัง ถนนชาติพัฒนาน้ำท่วมยาวประมาณ 100 เมตร ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40-60 ซม. บางจุดที่เป็นแอ่งกระทะน้ำท่วมสูงถึง 1.20 เมตร

ที่ จ.พิษณุโลก หลังฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ล่าสุดหน่วยกู้ภัยบูรพา จัดกำลังไปรับผู้ป่วยชื่อนางอัญชลี ฐายิกาธรรม อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 635/5 หมู่ 10 บ้านไผ่ใหญ่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง มีโรคประจำตัวทั้งความดันและเบาหวาน มีอาการไข้และความดันขึ้นสูง ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีฝนตกหนัก ทำให้ถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านเป็นดินลูกรังผสมกับดินเหนียวกลายสภาพเป็นดินโคลน การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถกระบะของเจ้าหน้าที่กู้ภัยติดหล่มนานนับชั่วโมง แต่สามารถนำผู้ป่วยส่งไปรักษาที่ รพ.วังทอง ท่ามกลางความดีใจของญาติพี่น้อง

ที่ จ.กำแพงเพชร น้ำจากคลองห้วยโค้งเอ่อล้นท่วมพื้นที่บ้านหมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 8 หมู่ 11 และหมู่ 13 ต.ถ้ำกระต่ายทอง อ.พรานกระต่าย ถนนสายป่าแดงกลาง และถนนสายประเวสไพรวัน น้ำท่วมสูง 5-10 ซม. ขณะที่นายธัชชัย สีสุวรรณ ผวจ.กำแพงเพชร นายพิจิตร วัฒนศักดิ์ รอง ผวจ. น.ส.สุพัตรา คล้ายทิม ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ ผอ.ชลประทานกำแพงเพชร นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นอภ.พรานกระต่าย ประชุมหาทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ข้อยุติ คือสำรวจพื้นที่สาธารณะในหมู่ 7 บ้านนาถัง ต.ถ้ำกระต่ายทอง จำนวน 150 ไร่ เพื่อทำแก้มลิงรับน้ำ

ที่ จ.นครสวรรค์ ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำในคลองบ้านลาด เป็นคลองสาขาของแม่น้ำยมเพิ่มสูงจนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหมู่ 3 ต.บางเคียน อ.ชุมแสง กว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำ สูง 30-80 ซม. นายสิทธิศักดิ์ บุญเพชร อายุ 31 ปี ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า น้ำท่วมบ้านเป็นรอบที่สองภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ครั้งนี้น้ำมาเร็วมาก ขนย้าย ข้าวของหนีน้ำไม่ทัน ทำให้จมน้ำได้รับความเสียหาย

ที่ จ.สระแก้ว น้ำจากเทือกเขาในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าอ่างฤาไน และพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ และ อ.วังน้ำเย็น ไหลมารวมกับมวลน้ำจากคลองพระเพลิง ไหลลงคลอง พระสะทึง เอ่อล้นท่วมพื้นที่ อ.เมือง ที่บ้านแก่งสีเสียด บ้านลัดกะสัง บ้านใหม่ไพรวัลย์ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้อพยพพระสงฆ์ตามวัดในพื้นที่มาอยู่ที่วัดสระแก้ว ส่วนถนนสุวรรณศร กม.ที่ 150 น้ำท่วมถนนยาว 300 เมตร ระดับน้ำสูง 20-30 ซม. นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผวจ.สระแก้ว มอบหมายให้นายรณรงค์ นครจินดา รอง ผวจ.สระแก้ว ประชุมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และกำหนดจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ที่สะพานบ้านแก่งสีเสียด 3 เครื่อง และที่สะพานบริเวณเหนือฝายยางบ้านท่าช้าง 2 เครื่อง พร้อมลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.สระขวัญ

ที่ จ.ปราจีนบุรี สถานการณ์น้ำที่จุดวัดน้ำหน้าสถานีอุตุวิทยากบินทร์บุรี วัดได้ 8.70 เมตร รทก. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 ซม. เนื่องจากมวลน้ำจาก จ.สระแก้ว ยังคงไหลลงสู่พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะที่เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี อ.กบินทร์บุรี นำกระสอบทรายมาวางเสริมแนวเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน คาดว่าระดับน้ำจะลดลงภายใน 2-3 วัน หากฝนไม่ตกลงมาอีก

ด้านสภาวะอากาศหนาว นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า บนยอดดอยอินทนนท์ อากาศเริ่มหนาวเย็น อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส กิ่วแม่ปาน อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ที่ทำการอุทยานฯ อุณหภูมิ 17 องศาเซลเซียส คาดว่าอุณหภูมิจะลดลงเรื่อยๆ อากาศจะหนาวเย็นลง อย่างไรก็ตาม การเดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์ ขอให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง กับมีหมอกลงหนาแน่น ขอให้เปิดไฟหน้ารถ เนื่องจากทัศนวิสัยการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในวันที่ 6 ต.ค. ในภาคเหนือ บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออก บริเวณ จ.จันทบุรี และตราด ภาคใต้ บริเวณ จ.ระนอง พังงา และภูเก็ต ส่วนในช่วงวันที่ 7-11 ต.ค. ความกดอากาศสูงจะปกคลุมประเทศลาวตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่วนร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคกลางตอนล่าง รวมทั้ง กทม. และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม