วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแล้ว คดีปล้น 60 ล้าน เงินครบ สืบนครบาลตามลากคอ!

ในเขตทุ่งครุ ‘บิ๊กตร.’ สอบ

“เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา” แย้มรู้ตัวกลุ่มคนร้ายปล้นเงิน 60 ล้านบาท ในลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 แล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ เผยชุดสืบสวนพุ่งเป้าเกลือเป็นหนอนคนในรู้เห็น หลังเจอหลักฐานเด็ดคนร้ายทิ้งก้นบุหรี่นอกไม่มีขายในไทยตรงจุดเกิดเหตุ ยี่ห้อตรงกับของกลุ่มผู้เสียหาย ล่าสุดทีมสืบนครบาลตามลากคอได้ผู้ต้องหา บางส่วนแล้ว พร้อมเงินเยนของกลางครบ ผบ.ตร.สอบเครียด

จากคดีนายภัทริศ หรือโตโต้ แต้รัตนชัย นักธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและส่งออกเครื่องประดับเพชรไปประเทศญี่ปุ่น แจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ว่าถูกกลุ่มคนร้าย 5-6 คน สวมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใช้ปืนก่อเหตุปล้นเงินสด 196 ล้านเยน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทของตนไป ระหว่างลูกจ้างในบริษัทขนเงินสดจำนวนดังกล่าวมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำมาเก็บไว้ในห้องพัก เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. ก่อนทั้งหมดจะยึดรถกระบะฟอร์ด สี่ประตู สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส 5179 กรุงเทพมหานคร ของกลุ่มผู้เสียหายขับหลบหนี ตำรวจอยู่ระหว่างสืบหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้

ความคืบหน้า ที่สโมสรตำรวจ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 ต.ค. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร ตำรวจอยู่ระหว่างจำลองสถานการณ์ รวมทั้งตรวจสอบว่ากลุ่มคนร้ายเข้าไปในลานจอดรถของอาคารได้อย่างไรทั้งที่ต้องใช้คีย์การ์ด ชุดสืบสวนเชื่อกลุ่มคนร้ายต้องรู้จักกับผู้เสียหาย ขณะนี้เรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 ปาก ทั้งอดีตพนักงานบริษัทของผู้เสียหายและพนักงานปัจจุบัน รวมทั้งหุ้นส่วนบริษัท ตรวจสอบประวัติการทำธุรกิจที่ผ่านมาไม่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะนี้ เชื่อว่าเป็นคนที่รู้ความเคลื่อนไหวภายในบริษัทเป็นอย่างดี ยังไม่มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะทุกคนยังคงเป็นผู้ต้องสงสัย ส่วนเงินที่ถูกปล้นยังอยู่ในประเทศหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้สั่งการกำชับทุกด่าน ทั่วประเทศจับตา โดยเฉพาะด่านที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีบ่อนการพนัน เชื่อสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้แน่นอน เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สน.บางรัก และตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ สั่งการประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้าคดีในเวลา 20.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมตำรวจ กก.1 บก.ป. และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน เดินทางมาตรวจหา หลักฐานเพิ่มเติมตรงจุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ระหว่างนั้น พล.ต.ท.ชัยวัฒน์กล่าวเพียงสั้นๆว่า คดีไม่น่ายาก ขอให้ใจเย็นๆ ที่มาตรวจจุดเกิดเหตุเพื่อวางกรอบประเด็นให้แคบลง อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นตั้งประเด็นปล้นทรัพย์ ส่วนกลุ่มคนร้ายจะเป็นคนในหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผย

ขณะที่ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมติดตามความคืบหน้าของคดี ที่ห้องประชุม ศปก.สน.พหลโยธิน มี พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รรท.รอง ผบช.น. พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.2 พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.คมสันต์ บดิกาญจน์ รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.สอบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บชน. ฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธิน เข้าร่วมประชุมชี้แจงความคืบหน้าโดยใช้เวลาเพียง 10 นาที พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการสืบสวน สามารถจำกัดวงจนทราบกลุ่มคนร้ายแล้ว รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ คาดว่าจะได้ตัวภายใน 1-2 วัน สำหรับพยานหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด การสอบปากคำพยานแวดล้อมขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเพื่อขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ

มีรายงานว่าขณะนี้ชุดสืบสวนพบภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่คนร้ายขับรถกระบะฟอร์ด สี่ประตู สีส้ม ป้ายแดง ออกจากอาคารจุดเกิดเหตุ คาดมีคนร้ายนั่งอยู่ในรถไม่ต่ำกว่า 4 คน ใช้เส้นทางหลบหนีออกทางปากซอยรัชดาฯ 30 มุ่งหน้าสี่แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ก่อนภาพจะหายไป ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างตรวจหากล้องวงจรปิดเพิ่มในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ทั้งถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้า-ขาออก รวมทั้งเส้นทางที่คนร้ายอาจขับรถขึ้นสะพานข้ามแยกลงถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าสี่แยกสุทธิสาร นอกจากนี้ชุดสืบสวนสอบปากคำนายเกียรติพงษ์ หรืออุ้ย พึ่งยิ้ม และนายจิรภัสส์ หรือเนย พิทักษ์กิจวัฒนา 2 พนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนเงินมาจากประเทศญี่ปุ่นทราบว่า ระหว่างขับรถมาจากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อนำเงินมาให้นายภัทริศ ผู้เป็นนายจ้างที่ห้องพักในอาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ไม่ได้แวะจอดรถที่ใด ชุดสืบสวนจึงมั่นใจว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะดักรถเหยื่ออยู่ที่ลานจอดรถชั้นที่ 5 ไม่ได้ขับรถตามเหยื่อมา ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดียังพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเกลือเป็นหนอน เนื่องจากคนร้ายรู้เวลาและสถานที่ส่งเงินเป็นอย่างดี ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อและพฤติกรรมผู้ที่อยู่ในกลุ่มไลน์ของพนักงานบริษัทของนายภัทริศ เนื่องจากระหว่างทางที่นำเงินมา มีผู้สมาชิกกลุ่มบางคนสอบถามตลอดเวลาว่าขับรถเดินทางมาถึงไหน ใกล้ถึงที่หมายหรือยัง ตรวจสอบพบนายภัทริศมีลูกจ้างทั้งหมด 11 คน ในจำนวนนั้นมี 2 คนเป็นผู้ติดต่อประสานกับชาวญี่ปุ่น และเคยขนเงินสดมาจากประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 1 ครั้ง

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังพบหลักฐานสำคัญ ที่ทำให้เชื่อว่าคนในมีส่วนรู้เห็นเนื่องจากพบก้นบุหรี่ของคนร้ายตกอยู่ตรงเกิดเหตุรวม 3 ยี่ห้อ ทั้งหมดเป็นบุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีวางขายในประเทศไทย และ 1 ใน 3 เป็นบุหรี่ยี่ห้อดังที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ซ้ำยังพบ 1 ในกลุ่มผู้เสียหายสูบบุหรี่ยี่ห้อเดียวกับก้นบุหรี่ของคนร้ายที่พบในที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบ

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของนายภัทริศ หรือโตโต้ เจ้าของเงินที่ถูกปล้นเงินสด 196 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยเงินจำนวนนี้ มีการแจ้งนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ตรวจสอบข้อมูลพบนายภัทริศนำเงินเยนเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการแจ้งขออนุญาตอย่างถูกต้อง ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้สามารถนำเงินสดต่างประเทศเข้าในประเทศ ไทยได้ไม่เกิน 15,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 495,000 บาท หากต้องการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามามากกว่านั้น ต้องขออนุญาตกรมศุลกากรกร ก่อนรายงานเรื่องดังกล่าวให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ปปง.) รับทราบตามมาตรฐาน FATF (Financial Action Task Force) เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายเงิน ที่ผ่านมานายภัทริศขออนุญาตนำเข้าเงินตราต่างประเทศมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนครั้งที่ถูกปล้นถือเป็นครั้งที่ 5

กระทั่งเวลา 21.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน เพื่อร่วมประชุมติดตามคดี มี พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.2 พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.คมสันต์ บดิกาญจน์ รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รอง ผกก.สอบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธิน เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.ชาญเทพเปิดเผยว่า ขณะนี้พอจะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานขณะนี้คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 คาดว่าภายในพรุ่งนี้จะสามารถออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ ส่วนการสอบปากคำ มีการสอบปากคำตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ปาก ทั้งผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บ ส่วนคนในจะทำเอง หรือไปบอกให้คนอื่นทราบความเคลื่อนไหวแล้วให้มาก่อเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีสามารถควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 คน เป็นทีมงานขนเงินมาจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเงิน ของกลางทั้งหมด 60 ล้านบาท ควบคุมตัวได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านทุ่งครุ ฝั่งธนบุรี อยู่ระหว่างการควบคุมตัวไปเค้นสอบขยายผลไปถึงผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด