วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดจบ “ซุปเปอร์สตาร์” ผู้นำลัทธิโฉด

“ศรัทธาความเชื่อ” ของมนุษย์ บางครั้งดูคลั่งไคล้งมงายอย่างไม่น่าเชื่อ ดังกรณีนาย กูรมีต ราม ราฮิม ซิงห์ ผู้อ้างตนเป็น “กูรู” หรือคุรุ (ผู้ชี้นำหนทางสว่าง) ผู้นำลัทธิ “เถรา ซาชา ซาอูทา” ที่มีศูนย์กลางที่เมืองเซอร์ซา รัฐหรยาณา ภาคเหนืออินเดีย ซึ่งตกเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก

นายซิงห์วัย 50 ปี ผู้อุปโลกน์ตนเป็นทั้งด็อกเตอร์ นักบุญ และ “พระเจ้ากลับชาติมาเกิด” ถูกผู้พิพากษาตัดสินเมื่อ 25 ส.ค. ว่ามีความผิดในข้อหาข่มขืนสาวกหญิง 2 คนเมื่อ 15 ปีก่อน จุดชนวนให้สาวกของเขากว่า 2 แสนคนก่อจลาจลรุนแรงที่เมืองปานช์คูลา รัฐหรยาณา มีผู้เสียชีวิต 38 คน บาดเจ็บกว่า 200 คน จนรัฐหรยาณาและปันจาบซึ่งมีสาวกของเขาอยู่หลายล้านคนต้องประกาศภาวะเคอร์ฟิว

ต่อมาอีก 3 วัน นายซิงห์ก็ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี โดยผู้พิพากษาถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปอ่านคำตัดสินในเรือนจำเมืองโรห์ตัคที่คุมขังนายซิงห์ มีการระดมตำรวจทหารกว่า 4,000 นายคุมเข้มสุดๆ ปานอยู่ในภาวะสงคราม เพื่อป้องกันสาวกของเขาก่อจลาจลอีก ข่าวระบุด้วยว่าขณะผู้พิพากษาอ่านคำตัดสิน นายซิงห์ถึงกับร้องไห้โฮร่ำร้องขออภัยโทษ ไม่เหลือมาดเจ้าลัทธิใหญ่

คดีนี้ใช้เวลาถึง 15 ปีกว่าจะมีคำตัดสิน ตั้งแต่สาวกหญิงคนหนึ่งส่งจดหมายถึงนายกฯ อะตัล พิหารี วัชปายี ในปี 2545 ร้องทุกข์ว่าถูกนายซิงห์ข่มขืนถึง 3 ปี และว่ามีสาวกหญิงถูกเขาข่มขืนอีก 48 คน บางคนอาจถูกฆ่าตาย ผู้พิพากษาจึงสั่งให้สำนักงานสอบสวนกลาง (ซีบีไอ) สอบสวนคดีนี้ แต่อีกตั้ง 5 ปีกว่าจะมีเหยื่อ 2 คนกล้าออกมาแจ้งความ นายซิงห์ยังถูกสอบสวนในคดีฆาตกรรม 2 คดี คือคดี บก.หนังสือพิมพ์ปูรา ซาช ในเมืองเซอร์ซา และคดีเจ้าหน้าที่ลัทธิเถราฯคนหนึ่ง ถูกสาวกของเขายิงตายในปี 2545 เพราะไปเปิดโปงเรื่องนี้

ในปี 2558 นายซิงห์ยังถูกกล่าวหาว่าบังคับให้สาวกชายราว 400 คน “ตอน” หรือทำหมัน อ้างว่าเพื่อ “ให้เข้าใกล้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น” เขายังเคยล้อเลียนผู้นำศาสนาซิกข์และฮินดูจนเกิดการจลาจลมาแล้ว

ลัทธิเถราฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเกือบ 70 ปีก่อน ในฐานะองค์กรทางจิตวิญญาณและสวัสดิการสังคมที่ไม่แสวงกำไร ผู้นำคนแรกชื่อมัสตานา บาโลชิสตานี ส่วนนายซิงห์ได้เป็นผู้นำคนที่ 3 เมื่อ 27 ปีก่อนขณะอายุ 23 ปี มีปูมหลังค่อนข้างลึกลับ แต่เว็บไซต์ของเขาระบุว่าเกิดเมื่อ 15 ส.ค.2510 เป็นลูกโทนของสามีภรรยาชาวรัฐราชาสถานผู้ร่ำรวย ซึ่งพอรู้ว่าลูกเป็นพระเจ้ากลับชาติมาเกิดก็ไม่กล้าดุด่าหรือตีลูกเลย ลัทธิเถราฯ อ้างว่ามีสาวกกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก มีสาขาในอินเดียและประเทศต่างๆ 46 แห่ง รวมทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ยูเออี ส่วนศูนย์กลางลัทธิที่เมืองเซอร์ซาเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ มีสาวกอยู่กว่า 20,000 คน มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์

นายซิงห์สร้างภาพตนเองให้สูงส่ง สั่งสอนสาวกใช้ชีวิตสมถะ ทาน มังสวิรัติ ห้ามใช้ยาเสพติดและสุราเมรัย ตั้งค่ายรับบริจาคโลหิต ดวงตา และศพ แต่สไตล์การใช้ชีวิตของเขากลับตรงข้ามคำสั่งสอน ชอบทำตัวฟู่ฟ่าหรูหรา สวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดปักเลื่อมระยิบระยับ ใส่ทองคำเพชรพลอยอัญมณีเต็มตัวจนมีฉายา “กูรูผู้แวววับ” (Guru in Bling) ไปไหนมาไหนด้วยขบวนรถเอสยูวียาวเหยียด วันไปขึ้นศาลก็ใช้ขบวนรถกว่า 100 คัน

นายซิงห์ชอบขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตเพลงร็อก จนได้ฉายา “ร็อกสตาร์ บาบา” และเป็นดารามิวสิกวีดิโอ สร้างและนำแสดงภาพยนตร์เองหลายเรื่อง รวมทั้งหนังชุด “ผู้ส่งสารของพระเจ้า” (Messenger of God) แสดงปาฏิหาริย์ต่างๆนานา เช่น ไล่ตีผู้ร้ายหรือแก๊งอาชญากรขณะร้องรำทำเพลงไปด้วย ไปจนถึงสู้กับมนุษย์ต่างดาว นอกจากนี้ ยังผลิตสินค้าต่างๆ ทั้งอาหาร เสื้อยืด หมวก ที่มีรูปตัวเองออกขายโกยเงินอื้อซ่า

นายซิงห์ยังมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับสูงมากมายทั้งในพรรคภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) พรรครัฐบาล และพรรคคองเกรสฝ่ายค้าน เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งนักการเมืองจะวิ่งเข้าหาเนื่องจากมีสาวกที่เป็นฐานเสียงหลายสิบล้านคน แม้แต่นายนเรนทรา โมดี นายกฯคนปัจจุบัน กับมุขมนตรีรัฐหรยาณา ก็เคยร่วมถ่ายรูปและพูดยกย่องชมเชย เขาจึงมีอิทธิพลบารมีสูงมาก ถึงขั้นได้รับการรักษาความปลอดภัยจากทางการในระดับ “Z+” ซึ่งสงวนไว้ให้นักการเมืองผู้สำคัญที่สุดเท่านั้น

แม้สาวกของนายซิงห์มีทั้งนักการเมืองและชนชั้นสูง แต่สาวกส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและวรรณะต่ำ ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นเพราะความล้มเหลวของ “ศาสนา” และ “การเมือง” กระแสหลักที่คนยากจนวรรณะต่ำผู้ด้อยโอกาสพึ่งพาไม่ได้ จึงหันไปเข้าลัทธิต่างๆ เช่น ลัทธิเถราฯ ซึ่งให้ศักดิ์ศรี คุณภาพชีวิต และความเสมอภาคได้ดีกว่า โดยทุกคนในลัทธิเถราฯจะใช้นามสกุล “อินซาน” (มนุษย์) เหมือนกันหมด

นายซิงห์แต่งงานแล้ว มีลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน ในปี 2542 เขารับสาวกสาวหน้าตาสะสวยชื่อ “ฮันนีพรีต อินซาน” เป็นลูกบุญธรรม ทั้งคู่มักไปไหนมาไหนด้วยกันจนเธอถูกมองว่าจะเป็น “ทายาทอำนาจ” แต่มีผู้สงสัยว่าเธออาจเป็น “เมียน้อย” คนโปรดของเขา

นายซิงห์เป็นหนึ่งในผู้นำลัทธิในอินเดียหลายคนที่เคยยิ่งใหญ่ล้นฟ้า ร่ำรวยมหาศาลและมีสาวกมากมาย แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น “กฎแห่งกรรม”!


บวร โทศรีแก้ว