วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดช่องหนีภาษีด้วยระบบใหม่

โดย สายล่อฟ้า

สร้างระบบที่ดี แก้ปัญหาได้แน่

อนาคตอันใกล้นี้ไม่เกิน 3 ปี จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบภาษีครั้งใหญ่ จึงต้องเรียนรู้และเข้าใจให้ถ่องแท้เสียแต่เนิ่นๆ

1.การขายสินค้า ออกใบกำกับภาษีโดยระบบอี-แท็กซ์ อินวอยซ์ ข้อมูลจะถูกเก็บโดยระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ และกรมสรรพากรจะเข้าสู่ระบบเดียวกันทั้งหมด โดยจะเริ่มใช้ในปี 2563

ออกบิลย้อนหลังไม่ได้ และซื้อบิลปลอมจะหมดไป

2.จ่ายเงินระหว่างกันใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ บิลที่ไม่มีการชำระเงินจริงจะใช้ไม่ได้

3.ธนาคารจะทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายแทนผู้ประกอบการ พร้อมนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรได้เงินทันที ไม่ต้องรอถึงวันที่ 7 ซึ่งจะได้ข้อมูลทั้งฝั่งผู้รับและผู้จ่าย

“ทรานแซ็กชั่น” ทั้งระบบจะตรวจสอบกันเอง การเสียภาษีจะครบถ้วนมากขึ้น เพราะโอกาสที่จะปรับแต่งตอนช่วงยื่นงบทำได้ยากขึ้น

หากข้อมูลยื่นงบไปไม่ตรงกับฐานข้อมูลระบบก็จะออกบัตรเชิญถึงผู้เสียภาษีทันที จึงต้องมีการเตรียมพร้อมวางแผนรายรับรายจ่ายล่วงหน้ากันเอาไว้ได้เลย

ตั้งแต่ต้นปี 2561 ธุรกิจที่มียอดขายเกินวันละ 30 ล้านบาท จะต้องส่งใบกำกับภาษีผ่านระบบให้กรมสรรพากรภายใน 3 วัน

1. อี—แท็กซ์เริ่มแล้ว

2. อี—รีซิปต์กำลังเริ่ม

3. อี—เพย์เมนต์จะเริ่มภายในเดือนกันยายนปีนี้

ทั้งนี้ทุกแบงก์จะให้ทุกบริษัทต้องสมัครเข้าระบบพร้อมเพย์เพื่อทำธุรกรรมผ่านระบบ

ระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 3 โครงการดังนี้

1.อี-แท็กซ์ อินวอยซ์ และอี-รีซิปต์ ทั้งรายใหญ่ รายกลาง ส่วนราชการ องค์กรหรือสถานสาธารณกุศลเข้าระบบ 1 ม.ค. ปี 2561

รายเล็กรายได้ 1.8 ล้านบาท ไม่เกิน 30 ล้านบาท เข้าระบบ 1 ม.ค. 2563 รายเล็กมากรายได้น้อยกว่า 1.8 ล้านบาท จะเข้าระบบ 1 ม.ค. ปี 2565 ซึ่งจะต้องส่งเข้าระบบทั้งหมดทั้งคู่ค้าและกรมสรรพากร

2.อี-ฟิลลิ่ง และอี-วิธโฮลดิ้ง แท็กซ์ รายใหญ่ รายกลางส่วนราชการเข้าระบบ 1 ม.ค. ปี 2562 รายเล็ก รายเล็กมากเข้าระบบ 1 ม.ค. ปี 2565

การแก้ไขกฎหมายกำหนดว่าถ้าจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ต้องทำอี-วิธโฮลดิ้ง ซึ่งธนาคารจะส่งข้อมูลให้และโอนเงินให้กรมสรรพากรภายใน 5 วันทำการ

3.อี-วิธโฮลดิ้งมีการจ่ายแวตหรือหัก ณ ที่จ่ายพร้อมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารโอนเงินและข้อมูลให้คู่ค้าและกรมสรรพากร

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดสำหรับวิธีการเก็บภาษีระบบใหม่ด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้สามารถเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี สามารถตรวจสอบได้ทั้งระบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ทำธุรกิจ ผู้เสียภาษี และกรมสรรพากรเอง

ทุกวันนี้ต้องยอมรับการเสียภาษี การหักภาษี การจ่ายภาษี การเก็บภาษี การประเมินภาษีไม่ค่อยจะมีมาตรฐาน

จึงมีช่องโหว่ทำให้เกิดการทุจริต เลี่ยงภาษีกันเป็นส่วนใหญ่

ที่สำคัญคือ ยังไม่สามารถหาทางป้องกันได้ จึงใช้ได้แค่การตั้งเป้าเอาไว้ว่าปีละจำนวนเท่าใด หากเกินไปก็จบถือว่ามีความสามารถ

แต่ส่วนที่ขาดหายไปนั้นน่าจะมีจำนวนไม่น้อยถือว่าเลยตามเลย จึงเป็นโอกาสของเจ้าหน้าที่สรรพากรและผู้เสียภาษีโดยเฉพาะรายใหญ่ๆ

คือรัฐขาดรายได้ เจ้าหน้าที่ร่ำรวยไป และผู้เสียภาษีก็ตัวเบาขึ้น.

“สายล่อฟ้า”