ข่าว

วิดีโอ

เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด

โดย บาราย

หนังสือ 200 หญิงไทยคนแรก เล่ม 1 (ด่านสุทธาการพิมพ์) หัวข้อพระบรมวงศานุวงศ์ และเชื้อพระวงศ์ฝ่ายใน อาริยา สินธุ จัดลำดับที่ 1 ให้เรื่องเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี)

ข้อความสำคัญ ได้จากหนังสือ เจ้าชีวิต งานนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์...ตอนหนึี่งมีดังนี้

นอกจากพระราชโอรสธิดา ซึ่งทรงมีร่วมกับสมเด็จพระอมรินทร์แล้ว พระพุทธยอดฟ้าฯ ยังทรงตั้งเจ้าฟ้าอีกหลายพระองค์ คือสมเด็จพระอนุชา สมเด็จพระพี่นางสองพระองค์และพระราชนัดดาทั้งชายและหญิงอีก 11 พระองค์

พระราชนัดดาองค์หนึ่งเพิ่งจะเสด็จฯกลับมาจากกรุงปักกิ่งคือพระเจ้าตากสินทรงใช้ให้ไปเป็นราชทูตที่ราชสำนักพระเจ้าฮ่องเต้แห่งประเทศจีน

ถึงแม้พระเจ้าตากสินจะได้ทรงดำรงตำแหน่งมหากษัตริย์ไทยอยู่ 15 พระเจ้าฮ่องเต้กรุงปักกิ่งมิได้ทรงรับรองว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จนกระทั่ง พ.ศ.2324

พระราชนัดดาของพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งทรงมีความสำคัญแก่ผู้อ่านในขณะนี้ คือเจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ประสูติใน พ.ศ.2310 เป็นพระราชบุตรีของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางองค์รองของพระพุทธยอดฟ้า

พระภัสดาเป็นเศรษฐีจีน ทรงพระนามว่า เจ้าขรัวเงิน สิ้นพระชนม์ในสมัยกรุงธนบุรี

เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ต่อไปจะทรงสำคัญมาก เพราะจะได้สมรสกับกรมหลวงอิศรสุนทร (ต่อมาเป็นรัชกาลที่ 2) ฉะนั้น จะทรงนำเลือดจีนเข้ามาเพิ่มเติมพระบรมราชวงศ์จักรีอีก

หนังสือประวัติราชสกุลอิศรางกูรให้ข้อมูล เพิ่มเติมอีกว่า

การที่พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงใช้เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด ซึ่งมีพระชันษาเพียง 14 ไปเป็นราชทูตนั้น นับจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2534) เวลาให้ล่วงมาถึง 204 ปี จัดว่าประเทศไทยมีนโยบายการต่างประเทศก้าวหน้ากว่าหลายประเทศในขณะนั้น

ในเรื่องคณะทูตที่เดินทางไปนั้น ไม่ทราบในรายละเอียด เดาเอาว่าแม้จะจัดล่ามเดินทางไปด้วยก็ดี โดยที่เจ้าฟ้าหญิงบุญรอดมีพระบิดา คือเจ้าขรัวเงิน เจ้าฟ้าหญิงบุญรอดคงต้องเจรจาภาษาจีนได้ดีทีเดียว

ยังมีข้อมูลเพิ่มจากหนังสือประวัติของแผ่นดินไทย ดร.อาทร จันทวิมล รวบรวมเรียบเรียง...ว่า

พ.ศ.2324 สมเด็จพระเจ้าตากสิน (จีนเรียก เจิ้งเจา หรือ แต้อ๋อง) ทรงให้เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช และพระมหานุภาพ นำคณะทูตไปเมืองจีน โดยเดินทางออกจากกรุงธนบุรี เมื่อวันอังคาร เดือน 7 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1143 ปีฉลู เดินทางไปเมืองกวางตุ้ง โดยเรือสำเภา 11 ลำ...

คณะทูตจึงลงเรือไปเฝ้าเคี้ยนหลงฮ่องเต้ที่ปักกิ่ง ได้รับพระราชทานเลี้ยงอย่างสมเกียรติ

คณะทูตซื้ออาวุธจากจีน และอุปกรณ์ก่อสร้าง กลับมาถึงกรุงสยาม เมื่อ พ.ศ.2325

นอกจากประวัติ การเป็นราชทูตหญิงไทยพระองค์แรก อาริยา สินธุ เขียนว่า ต่อมาเจ้าฟ้าหญิงบุญรอดได้ทรงเป็นพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 2

ทรงเป็นพระราชชนนีของเจ้าฟ้าชายมง กุฏ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) และเจ้าฟ้าชายจุฑามณี (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอนุชา)

เจ้าฟ้ามงกุฏมีพระชันษาอ่อนกว่า พระองค์เจ้าชายทับ (กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระเชษฐาองค์ใหญ่ ในรัชกาลที่ 2 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเรียม พระสนมเอก)...ถึง 17 ปี

เมื่อรัชกาลที่ 2 ประชวร และสวรรคตภายใน 7 เพลา เจ้าฟ้ามงกุฏเพิ่งผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศฯ สมเด็จพระศรีสุริเยนทราทรงตระหนักถึงความมั่นคงของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ได้แสดงออกถึงพระอัจฉริยภาพอันปราดเปรื่องดังนี้

รับสั่งให้มหาดเล็กเชิญพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ ตามเสด็จออกไปยังที่ชุมนุมข้าราชการทางฝ่ายหน้า และรับสั่งแก่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งเฝ้าอยู่ในที่นั้นว่า

พระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว น้องยังเล็กนัก ปกครองบ้านเมืองไม่ได้

เจ้าจงรับราชการปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ให้เป็นสุขเถิด

ข้อมูลนี้ อาริยา สินธุ อ้างจากข้อเขียนเรื่อง สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ เทพ สุนทรศารทูล เขียนไว้ในวารสารวชิราวุธานุสรณ์สาร มกราคม พ.ศ.2552 หน้า 64

พระดำรัสอันเสมือนพระพรที่พระราชทานแก่กษัตริย์พระองค์ใหม่ อาริยา สินธุ เชื่อว่าทำให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันทรงความสำคัญยิ่งตลอด 27 ปี

อาทิ ทรงสะสมถุงแดงเป็นพระราชทรัพย์มรดกไว้เต็มท้องพระคลัง เป็นจำนวนมากถึง 3 หมื่นชั่ง

เงินจำนวนนี้เทียบค่าเงินสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ประมาณ 2.5 ล้านบาท

รัชกาลที่ 5 ได้ทรงนำไปจ่ายเป็นค่าชดเชยความเสียหาย ที่ฝรั่งเศสขู่เรียกร้องจากการสู้รบใน ร.ศ.112 เป็นเงินถึง 3 ล้านบาท

อีก 6 แสนบาทที่ขาดนั้น ได้จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ทรงช่วยกันออกสมทบ เพื่อรักษาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยพ้นจากจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส.

O บาราย O

10 ธ.ค. 2554 11:01 10 ธ.ค. 2554 11:01 ไทยรัฐ