สัปดาห์นี้ขอเกาะกระแสเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ผู้คนทั่วโลกกำลังฮิตติดลมบนกันอยู่ในขณะนี้ เรียกได้ว่าใครไม่ได้เข้ามาอยู่ในสังคมนี้ ต้องเป็นคนตกยุค ตกเทรนด์ ประเด็นเมาท์ตามไม่ทันชาวบ้านคนอื่นเขาเลยทีเดียว
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวจากพีซีเวิลด์ ออนไลน์ว่า My Space : มายสเปซ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมแห่งหนึ่งได้นำข้อมูลของสมาชิกซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมและข้อมูลของสมาชิกที่ได้ให้ไว้ตอนสมัครสมาชิกไปขายให้กับบุคคลอื่นทั้งนักวิชาการและนักการตลาด ซึ่งจะทำให้ข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกทั้งหลายไม่ได้เป็นส่วนตัว ข้อมูลส่วนตัวทั้งหลายรวมทั้งการโพสต์บล็อก, รูปภาพ, รีวิว, ข้อมูลสถานภาพล่าสุด ทางบริษัทอินโฟชิมพส์เป็นผู้รวบรวมไว้และกำลังจะขายข้อมูลดังกล่าวออกไป
ทั้งนี้ แม้ว่าทางมายสเปซจะมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์กับบริษัทดังกล่าว เพราะกฎหมายถือว่าเป็นเจ้าของข้อมูลขณะที่สมาชิกได้ใช้ข้อมูลส่วนตัวไปแลกเปลี่ยนกับการใช้บริการเว็บโฮสท์ฟรี
อย่างไรก็ตาม ทางมายสเปซได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ขายข้อมูลสมาชิกให้ บริษัทอินโฟชิมพส์ แต่ เปิดทางให้บรรดาบริษัทที่เป็นดีเวลลอปเปอร์ ทั้งหลายรวมทั้งอินโฟชิมพส์ กับการเข้าไปเอาข้อมูลในการเผยแพร่ฟรี
ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า บรรดาเครือข่ายสังคมออนไลน์ ยอดนิยมทั้งหลายให้ระวังว่า อาจจะมีบุคคลที่ติดต่อเข้ามาขอความเป็นเพื่อนนั้นอาจจะเป็นสายลับเพื่อเช็กสถานะของคุณ โดยทางการสหรัฐฯได้คลอดกฎหมายให้สายลับสามารถเข้าไปคลุกคลีกับเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อหาข้อมูลข่าวสารและเบาะแสของการต่อต้านอาชญากรรม
นอกจากนี้ นักวิจัยจากบริษัทแม็คอาฟี่ได้ออกมาเตือนให้บรรดาสมาชิกเครือข่ายเฟซบุ๊ก จำนวน 400 ราย ให้ระวังสแปม หรือขยะจำนวนมหาศาล ที่ซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์ด้วยการขโมยพาสเวิร์ดและข้อมูลด้านอื่นๆ โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อความถูกส่งออกไปหลายล้านข้อความ เช่น help@facebook.com ซึ่งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสของบริษัทได้ตรวจเจอให้ลูกค้าป้องกันสแปมโจมตี
ระยะนี้ใครเจออะไรไม่ชอบมาพากลให้ป้องกันตนเองไว้ก่อนที่คอมพิวเตอร์ตนเองจะเสียหาย
ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าครับ.
หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th




















