ข่าว

วิดีโอ

ติดตามข่าวสารอย่างไรให้รู้เท่าทัน Social Media?

เป็นที่ทราบกันดีว่า การติดตามข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะสื่อมวลชนแบบดั้งเดิม ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์อีกต่อไป เพราะนอกจากสื่อมวลชนทั้งหลายจะพากันเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อบริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ที่นิยมช่องทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ขณะนี้ยังมีช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือ Social Network อีกด้วย

นั่นเพราะช่องทาง Social Network ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการสร้างเครือข่ายระหว่างคนรู้จักกันบนสังคมออนไลน์เท่นั้น แต่ยังถูกใช้เป็นช่องทางในการส่งข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน จึงกลายมาเป็น Social Media ในที่สุด


ปัจจุบัน การบริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านทาง Social Media แพร่หลายมากขึ้น โดยดูได้จากการเติบโตของตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์ มือถือที่สามารถเข้าถึง Social Media ได้ รวมถึงอัตราการใช้บริการสื่อสารด้วยข้อมูล (Data) ของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ในประเทศไทย ยังไม่ได้มีการวิจัยถึงพฤติกรรมและทัศนคติในการบริโภคข่าวของผู้คนผ่าน Social Media แต่ที่เกาหลีใต้ มูลนิธิสื่อมวลชนเกาหลีได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้ Social Media โดยเฉพาะ facebook และ twitter ของประชาชนอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไปจำนวน 500 คนใน 5 เมืองหลักๆของเกาหลีใต้

ผลการวิจัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารผ่าน Social Media  ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Korea Journalism Review Volume 5 Number 1/2011 ระบุว่าชาวเกาหลีนิยมใช้ Social Media เพื่อรับข้อมูลข่าวสารแบบปัจจุบันทันทีหรือ real-time มากที่สุด รองลงมาคือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนและการสร้างเครือข่ายของคนที่มีความสนใจในเรื่องคล้ายๆ กัน ฯลฯ


ชาวเกาหลีที่ถูกสำรวจบอกอีกว่า การหันมาบริโภคข่าวสารผ่าน Social Media ทำให้ใช้เวลาในการบริโภคข่าวจากสื่อดั้งเดิมคือ โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ลดลง โดยพฤติกรรมการรับสื่อที่เปลี่ยนไปนี้ ทำให้แทนที่ผู้บริโภคข่าวสารจะรับข้อมูลข่าวสารที่สื่อดั้งเดิมป้อนให้ พวกเขากลับเลือกที่จะบริโภคข่าวสารที่มีการส่งต่อหรือพูดถึงใน Social Media มากกว่า ซึ่งมีผลทำให้ผู้บริโภคมีพลังที่จะกำหนดวาระของข่าวสารที่พวกเขาอยากรู้มากกว่าที่จะให้สื่อเป็นผู้กำหนด

นอกจากนี้ ผู้บริโภคข่าวสารผ่าน Social Media ในเกาหลีใต้ยังเชื่อว่า Social Media เป็นช่องทางใหม่ของข่าวสารที่ถูกผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญๆ เช่นเดียวกับที่เคยเป็นบทบาทของสื่อดั้งเดิม ทั้งนี้ เพราะ Social Media ทำให้พวกเขาสามารถสื่อสารโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จำเป็น อีกทั้งยังมีพลังในการสร้างสาธารณมติผ่าน Social Media อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ตอบแบบสำรวจยังระบุอีกว่า ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับผ่าน Social Media นั้น เป็นข่าวสารที่เชื่อถือได้ โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองในการเป็นผู้ผลิตและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง ดังนั้น การทำหน้าที่สื่อมวลชนของ Social Media ในลักษณะนี้ จึงทำให้ Social Media ถูกมองในทางบวกมากกว่าด้านอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้บริโภคข่าวสารให้ความสำคัญกับ Social Media เช่นนี้ ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณว่า ผู้บริโภคข่าวสารจะไม่เชื่อถือสื่อดั้งเดิม แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ ใช้ Social Media เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหาข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม โดยพวกเขาเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่จะสามารถกลั่นกรองหาข่าวสารเชิงลึกจาก Social Media ได้


ผลการสำรวจที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ผู้ใช้ Social Media ชาวเกาหลีใต้คิดว่า Social Media มีพลังในตัวเองสูงในการกลั่นกรองข่าวสารลวงโลก เพราะแม้ว่า การเผยแพร่ข่าวลือผ่าน Social Media จะทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็จะมีกลไกในตัวเองที่จะมาแก้ไขหรือลบล้างข่าวสารที่ไม่เป็นจริงได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

แม้ว่าผลการสำรวจครั้งนี้ ผู้ใช้ Social Media ในเกาหลีใต้จะมีทัศนคติที่ดีต่อ Social Media แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกังวลถึงผลกระทบในแง่ลบเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การส่งข้อมูลที่แฝงด้วยอคติ และความท่วมท้นของข้อมูลข่าวสารทางด้านการเมืองและธุรกิจที่แฝงมา

เมื่อดูผลการสำรวจของมูลนิธิสื่อมวลชนเกาหลีใต้แล้ว มีหลายเรื่องที่น่าจะมีส่วนคล้ายหรือใกล้เคียงกับพฤติกรรมและทัศนคติของผู้ใช้ Social Media ในประเทศไทย โดยเฉพาะในประเด็นของการใช้ Social Media เพื่อเป็นช่องทางในการรับข้อมูลข่าวสาร

ประเด็นที่น่าสนใจและเคยเป็นที่ถกเถียงกันมาหลายครั้งในสังคมไทย นั่นคือ ความสามารถในการกำหนดวาระข่าวสารของ Social Media ว่าในปัจจุบันมีอิทธิพลเหนือสื่อดั้งเดิมแล้วหรือยัง ซึ่งความเห็นของผู้เขียนเชื่อว่า ในกรณีของประเทศไทยนั้น น่าจะเป็นส่วนเกื้อหนุนกันระหว่าง Social Media กับสื่อดั้งเดิมมากกว่า

ส่วนเรื่องที่ดูจะน่าเป็นห่วงมากในสังคม Social Media บ้านเรา น่าจะเป็นเรื่องข้อมูลข่าวสารลวงโลกหรือข่าวลือต่างๆ เพราะหากกลุ่มผู้ใช้ Social Media มีความคุ้นเคยกับการรับข้อมูลข่าวสารจากหลายทาง โดยเฉพาะจากสื่อดั้งเดิมด้วยแล้ว ย่อมไม่น่าเป็นกังวลมากนัก แต่หากผู้บริโภคข่าวสารมุ่งแต่จะพึ่งพาข้อมูลข่าวสารจาก Social Media อย่างเดียว โอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของข่าวลือย่อมมีมากกว่า แม้ว่า Social Media เองจะมีกลไกในการแก้ไขลบล้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงก็ตาม

โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนมีความกังวลใจอยู่ลึกๆ เมื่อได้ยินผู้คนใน Social Media บอกว่าปัจจุบันเขาเลิกบริโภคข่าวสารจากสื่อดั้งเดิม รวมทั้งจากเว็บไซต์ข่าวต่างๆ โดยหันมาพึ่ง facebook หรือ twitter เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ เพราะบางครั้งข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งผ่าน Social Media มานั้น แม้จะถูกส่งมาจากนักข่าวหรือผู้ที่อยู่ในวิชาชีพสื่อมวลชน แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกกลั่นกรองจากบรรณาธิการตามกระบวนการทางวิชาชีพอย่างครบถ้วนนั่นเอง


ทั้งนี้ ยังไม่รวมพวกมิจฉาชีพที่แฝงมาในรูปแบบของสื่อมวลชน ที่ใช้วิธีมอนิเตอร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งออกมาจากองค์กรข่าวต่างๆ ผ่าน Social Media แล้วแอบขโมยมาเป็นข่าวของตัวเองเพื่อเผยแพร่ออกไป จนคนใน Social Media เข้าใจว่าเป็นสื่อมวลชนที่มีความรอบรู้เรื่องข่าวสารจนผู้คนเกิดความเชื่อถือ  จากนั้นก็เริ่มทำตัวเป็นสำนักข่าวหลอกให้ผู้คนมาเสียเงินสมัครเป็นสมาชิก รวมทั้งหลอกขายหนังสือและสิ่งของในรูปแบบต่างๆ

ความเนียนของมิจฉาชีพเหล่านี้ บางครั้งพลังการตรวจสอบกันเองของ Social Media อาจไม่เพียงพอต่อการจัดการกับมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าว แต่ต้องพึ่งพาพลังของความรู้เท่าทัน Social Media หรือ Social Media Literacy ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่...

 


ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี
HYPERLINK "http://www.twitter.com/chavarong" www.twitter.com/chavarong
chavarong@thairath.co.th

เป็นที่ทราบกันดีว่า การติดตามข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะสื่อมวลชนแบบดั้งเดิม ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์อีกต่อไป เพราะนอกจากสื่อมวลชนทั้งหลายจะพากันเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อบริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ที่นิยมช่องทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ขณะนี้ยังมีช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือ Social Network อีกด้วย... 3 ส.ค. 2554 15:40 3 ส.ค. 2554 22:23 ไทยรัฐ