advertisement

ทิศทาง ตร.ท่องเที่ยว

โดย สหบาท 29 มิ.ย. 2555 05:00

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญและมอบเป็นนโยบายผลักดันในเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ ให้ทุกส่วนราชการเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย

แต่ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไหลทะลักเข้าประเทศไทยในแต่ละปี ไม่ได้สอดรับกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะ ตำรวจท่องเที่ยว ที่อยู่ประจำในเมืองแหล่งท่องเที่ยว จนเกิดปัญหามีกลุ่มอิทธิพลและนักการเมืองเข้ามาฉกฉวยหาผลประโยชน์หากินกับนักท่องเที่ยว

เมื่อมีปัญหาก็จะใช้มวลชนกดดันเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.ประมวลปัญหาและอุปสรรค เพื่อจะได้แก้ไข

พบว่าที่เป็นปัญหาใหญ่ของนักท่องเที่ยว 6 ด้าน ได้แก่ ปัญหา แท็กซี่ป้ายดำ ในแหล่งท่องเที่ยว ที่เรียก ค่าบริการแพงเกินจริง, ปัญหา เจ็ตสกี มักมีการ ข่มขู่ เรียกค่าเสียหายแพงเกินจริง, ปัญหาหลอกลวง ขายอัญมณีราคาแพง ปัญหาการ ลักทรัพย์บนรถ ประจำทาง หรือ “ทัวร์ 30”, ปัญหาการ ประทุษร้าย นักท่องเที่ยวทั้งร่างกายและทรัพย์สิน, ปัญหาการประกอบ กิจการขนส่งไม่ได้คุณภาพ และความ ไร้ระเบียบ ตามแหล่งท่องเที่ยว

ที่พบบ่อยมาก เรื่องแท็กซี่ป้ายดำและเจ็ตสกี โดยผู้ประกอบการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จนกลายเป็นปัญหากระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ตำรวจโดยตรง แต่เป็นเรื่องของหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบโดยตรงต้องเข้ามา “จัดระเบียบ” แก้ไข ให้ตรงจุด ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาต หากพบการกระทำผิดหรือจงใจฝ่าฝืน

ตำรวจท่องเที่ยวหรือตำรวจพื้นที่เป็นหน่วยงานเสริมเมื่อมีเหตุเกิดกับนักท่องเที่ยว

ที่สำคัญ ต้องยอมรับว่า กำลังตำรวจท่องเที่ยว ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำตามแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ทั่วประเทศ มีกำลังพลน้อยมาก

จึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างตำรวจท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับภารกิจและปริมาณนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

ต้องจัดกำลังพลของ บก.ทท.ให้เพียงพอกับภารกิจสำคัญระดับชาติ

คงได้เห็นไม่นานเกินรอนี้นะครับ.


สหบาท

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement