ข่าว

วิดีโอ

ME เจเนอเรชั่น


วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยเรื่องของเด็กรุ่นใหม่ Generation Y ที่เรียกกันว่า Millennials กันดีกว่านะครับ นิตยสารไทม์ส ฉบับ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีรายงานพิเศษเรื่อง THE ME ME ME GENERATION เรื่องของเด็ก Gen Y ในปัจจุบันที่ติดสมาร์ทโฟนงอมแงม แต่หลายประเด็นก็เป็น “ข้อคิด” ที่น่าสนใจสำหรับคนเป็น “พ่อแม่” ที่เลี้ยงลูกในสมัยนี้

ผมเลยถือโอกาสรวบรวมนำมาเล่าสู่กันฟัง

รายงานชิ้นนี้ นิตยสารไทม์ส นำมาจากงานวิจัยสังคมของ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ที่พบว่า เด็กรุ่นใหม่ในสหรัฐฯกว่า 80 ล้านคน ที่เกิดระหว่างทศวรรษ 1980 ถึงทศวรรษ 2000 อายุ 20 กว่าปีขึ้นไป “มีบุคลิกที่หลงใหลในตัวเอง” เป็นอย่างมาก เห็นแก่ตัว เอาเปรียบคนอื่น แต่ก็มีเสียงตอบโต้จากคนเจนวายกลับมาว่าไม่จริง

ในปี 1992, 80% ของวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการที่จะได้งานทำภายในวันเดียว และในตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูง สิบปีต่อมามีวัยรุ่นแค่ 60% ที่คิดอย่างนั้น และ 40% ที่คิดว่าเขาควรได้เลื่อนตำแหน่งทุกสองปีไม่ว่าจะมีผลงานหรือไม่ก็ตาม

เด็กเจนวาย จากรายงานการสำรวจ Connected World Technology ของ ซิสโก้ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เดือนที่แล้วพบว่า คนเจนวายติดสมาร์ทโฟนงอมแงม  ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน แต่ละวันคนเจนวายจะเช็กสมาร์ทโฟนจนนับครั้งไม่ถ้วน เจนวาย 2 ใน 5 คนในสหรัฐฯ เช็กสมาร์ทโฟนอย่างน้อยทุก 10 นาที

ผมจะไม่ลงรายละเอียดในบุคลิกของคนเจนวายมากนัก เพราะเนื้อที่จำกัด แต่ที่น่าสนใจก็คือ คำถามว่า ทำไมคนเจนวายในปัจจุบัน จึงกลายเป็น “คนหลงตัวเอง ชอบเอาเปรียบผู้อื่น หมกมุ่นแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ฯลฯ” อ่านแล้วก็ทำให้ผมคิดถึงคำพูดที่ว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” ขึ้นมาทันที

การที่คน Generation Y หรือ ME Generation มีบุคลิกเป็นเช่นนี้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ เป็นอย่างไรมาลองฟังกันดู มีอะไรตรงกับตัวเองบ้างไหม

1. ลูกเป็นศูนย์กลางของบ้าน พ่อแม่จะคอยเอาใจพะเน้าพะนอ ลูกอยากได้อะไรก็ได้ จะกิน จะเล่น จะเที่ยว ก็ให้ลูกกำหนดเองตั้งแต่เล็ก เพราะรักลูกอยากตามใจลูก แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่พ่อแม่กำลังหล่อหลอมลูกในวัยเด็กนั้น จะทำให้ ลูกโตขึ้นกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง มองตัวเองสำคัญที่สุด ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น

2.ลูกไม่เคยผิดหวัง เมื่อลูกเป็นศูนย์กลางของบ้าน พ่อแม่ก็เลยไม่มีใครอยากขัดใจลูก ตามใจลูกตลอดเวลา แม้ในบางเรื่องที่ไม่เหมาะสมก็ตาม

3.ลูกไม่เคยแพ้ เรื่องนี้พ่อแม่ก็ปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เด็ก ลูกต้องเป็นฝ่ายชนะ พ่อแม่เล่นเกมกับลูก พ่อแม่ต้องเป็นผู้แพ้ ลูกต้องชนะตลอด แทนที่พ่อแม่จะสอนให้ลูกรู้จักการแพ้ชนะตามกฎกติกา ให้ลูกรู้จักการจัดการกับอารมณ์ตัวเองเมื่อเป็นฝ่ายแพ้ แต่พ่อแม่มักอ้างว่า กลัวลูกจะเสียใจ เมื่อลูกเติบโต แพ้ขึ้นมาก็รู้สึกรับไม่ได้

4. ลูกไม่เคยลำบาก พ่อแม่ที่เป็นชนชั้นกลางขึ้นไป มักไม่อยากให้ลูกลำบาก ยิ่งพ่อแม่ที่เคยลำบากมาก่อน ก็ไม่อยากให้ลูกต้องลำบากเหมือนตัวเอง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด การปล่อยให้ลูกลำบากเสียบ้าง จะทำให้ลูกมีภูมิต้านทานที่ดี

5. ลูกไม่เคยมีปัญหา เมื่อลูกมีปัญหา พ่อแม่ก็ช่วยจัดการแก้ปัญหาให้หมดเพราะคิดว่าลูกยังเล็ก ไม่ปล่อยให้ลูกได้ฝึกแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เมื่อโตขึ้นเกิดปัญหาขึ้นมา ก็จะโทษคนอื่นว่าทำให้ตัวเองมีปัญหา

6. ลูกที่ได้รับคำชื่นชมอย่างพร่ำเพรื่อ การชื่นชมหรือชมเชยลูก เพื่อให้กำลังใจลูกเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าชื่นชมหรือชมเชยมากเกินไปจนกลายเป็นพร่ำเพรื่อ จะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับลูก เป็นการชมแต่เปลือก แต่ไม่ได้ชมพฤติกรรมการทำดีของลูก ทำให้ลูกเกิดการหลงตัวเองได้
ใครเลี้ยงลูกแบบไหนก็ลองนำไปพิจารณาดูก็แล้วกันนะครับ ผมอ่านเจอก็นำมาเล่าสู่กันฟัง.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

31 พ.ค. 2556 13:21 31 พ.ค. 2556 13:21 ไทยรัฐ