ข่าว

วิดีโอ

สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแก้นํ้าท่วมซํ้าซาก

วันเสาร์ที่ผ่านมา นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยกพลขึ้นเหนือไปตรวจน้ำท่วมที่ จังหวัดสุโขทัย แพร่ น่าน  ซึ่งกำลังประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนัก ด้วยตัวเอง นายกฯยิ่งลักษณ์ คงได้เห็นกับตาแล้ว ความเดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชนใน ลุ่มแม่น้ำยม ที่ต้องเจอ ภัยน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี  เมื่อถึงหน้าฝน น้ำไหลเข้าท่วมเมือง ท่วมบ้าน ท่วมไร่นา เสียหายยับเยิน

มีการศึกษากันว่า ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2545-2551 จังหวัดที่ แม่น้ำยม ไหลผ่าน ถูกน้ำท่วม เสียหายไปกว่า 150,000 ล้านบาท แล้ว

แม่น้ำยม เป็น 1 ใน 4 แม่น้ำสายหลัก ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมารวมกันเป็น แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ มีต้นกำเนิดจากดอยขุนยวม ทิวเขาผีปันน้ำ จังหวัดพะเยา มีความยาว 735 กิโลเมตร ช่วงต้นน้ำมีความลาดชัน เมื่อเกิดฝนตกหนักจึงเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ผมเคยไปดู แม่น้ำยม ในหน้าแล้งที่ สุโขทัย มาแล้ว เห็นแล้วยังตกใจ เป็นแม่น้ำที่ลึกมาก ลักษณะเป็นรูปตัววี หน้าน้ำจึงไหลหลากรุนแรง พัดจนตลิ่งพัง เพราะมีร่องน้ำที่ลึกและลาดชัน ทำให้น้ำมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น อะไรก็ทานไม่อยู่

ใน หน้าแล้ง จังหวัดในลุ่มแม่น้ำยมกลับเจอ ภัยแล้ง สาหัสอีกเช่นกัน เพราะ แม่น้ำยม ไม่มี “เขื่อน” ที่จะกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง และชะลอความรุนแรงของน้ำหลาก ประชาชนลุ่มแม่น้ำยม จึงต้องเจอภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง ซ้ำซากทุกปี มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว

โครงการพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำริให้สร้าง เขื่อนแก่งเสือเต้น ขึ้นมากักเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ก็ถูก กลุ่มเอ็นจีโอ ต่อต้าน โดยอ้างว่า น้ำเขื่อนจะทำลายป่าสักทองผืนงามกว่า 24,000 ไร่ และป่าเบญจพรรณอีกกว่า 36,000 ไร่ รวม 60,000 ไร่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเชื่อได้แค่ไหน

เพราะรายงานที่ คุณวิรัติ พาณิชย์พงษ์  ประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งตามลุ่มน้ำสำคัญ เปิดเผยใน นสพ.มติชน  ฉบับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บอกว่า พื้นที่ป่าที่กลุ่มเอ็นจีโออ้างว่าจะสูญเสียจากการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น มีการบุกรุกทำลายป่าสงวนพื้นที่แก่งเสือเต้นกว่า 40,000 ไร่ เพื่อรอกระบวนการครอบครองสิทธิตามกฎหมาย

ฉะนั้น ใครกันแน่ ที่ “ทำลายป่า” ผมคิดว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ ควรจะให้มีการ ตรวจสอบพิสูจน์ออกมาให้ชัดเจน ไม่ควรฟังความข้างเดียวแบบ “กลัว” อย่างไม่มีเหตุผล เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ปัญหาของประเทศและประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมมากว่า 30 ปีแล้ว พวกเขาสมควรต้องได้รับการเยียวยาแก้ไข เสียที

ในรายงานยังได้ระบุว่า การสร้างเขื่อนที่บริเวณ “แก่งเสือเต้น” หมู่บ้านสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ เป็นการ สร้างแหล่งน้ำต้นทุน เป็น ธนาคารน้ำ ที่ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนในลุ่มน้ำยม สามารถเก็บน้ำได้ถึงปีละ 1,175 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปัจจุบันที่มีการนำน้ำจากแม่น้ำยมมาใช้เพียงปีละ 400 ล้านลูกบาศก์เมตรของน้ำที่ไหลผ่าน และสร้างความเสียหายต่อประชาชนและประเทศ จาก ภัยน้ำท่วม สลับกับ ภัยแล้ง

แน่นอนว่าการสร้าง “เขื่อนแก่งเสือเต้น” เขื่อนเดียว คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาภัยน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างถาวร จำเป็นต้องสร้าง “อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก” เพื่อเป็น “แก้มลิง” ควบคู่ไปด้วยตลอดเส้นทางกว่า 700 กิโลเมตรของแม่น้ำยม

การสร้าง “เขื่อนแก่งเสือเต้น” ผมเห็นด้วยว่า จะช่วยแก้น้ำท่วมและภัยแล้งได้จริง นายกฯยิ่งลักษณ์ ควรตั้งทีมงานขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจังและเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหลายล้านคนอย่างถาวร หาก ป่าสักทอง ที่ กลุ่มเอ็นจีโอ อ้าง ยังมีอยู่จริง ปลูกใหม่ทดแทนได้ แต่ การปล่อยให้คนไทยหลายล้านคน ต้องรับชะตากรรมน้ำท่วม ภัยแล้ง ซ้ำซากไปอีกหลายชาติ ผมว่ามันไม่ยุติธรรม เลยแม้แต่นิดเดียว จริงไหม.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

15 ส.ค. 2554 09:34 15 ส.ค. 2554 09:34 ไทยรัฐ