ต้องบอกว่าแพ้ภัยตัวเอง เพราะเล่นผิดกระบวนท่าสงครามครั้งสุดท้ายคงจะสุดท้ายจริงๆ หมดโอกาสที่จะเอาชนะอีกแล้ว ชาติบ้านเมืองเป็นของศักดิ์สิทธิ์อย่ามาปู้ยี่ปู้ยำกันง่ายๆ ไม่ได้
ข่าว "เขย่าขวด" สุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวด้วยการชุมนุมใหญ่ของ กลุ่มคนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดก็เริ่มเห็นอะไรเป็นอะไร
แม้จะมีการโหมโรงกันเป็นการใหญ่จนเกิดความวิตกกังวลว่าเหตุจะลุกลามบานปลายจนเกิดจลาจลนองเลือด
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรเลยเถิดเกินไป
มีก็แต่เพียงแกนนำไม่กี่คนที่อยู่ใต้ธง "นายใหญ่" เท่านั้นที่แสดงวาทกรรมเอามัน ปลุกระดมกันเท่านั้น
ที่สำคัญคงได้เห็นธาตุแท้ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ชัดเจนขึ้น
คนไทยทั้งประเทศ กลุ่มคนที่มาชุมนุมน่าจะหูตาสว่างกันมากขึ้นว่า เหตุความไม่ปกติที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้
มันคืออะไร และใครคือต้นเหตุ
การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ แม้จะยังไม่ยุติ แต่ก็ เห็นร่องรอยแล้วอีกไม่นานก็คงจะจบ แม้จะมีความพยายามที่จะให้บานปลายอยู่ก็ตาม
ทั้งนี้ก็เพราะยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีที่ทักษิณ คิดและแกนนำคิด เมื่อนำไปสู่ผลการปฏิบัติไม่เข้าเป้า มิหนำซ้ำยังเกิดความไม่ถูกต้องและชอบธรรม
ยิ่งการไปเจาะเลือดผู้ชุมนุมเพื่อไปเทราด ที่ทำเนียบ พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านพักนายกฯนั้น มันไม่เข้าท่าและน่าสมเพชที่สุด
แม้แต่นานาชาติยังรับไม่ได้
ที่คิดว่าจะจุดชนวนเพื่อยกระดับการยอมรับ แต่มันก็แค่ความสะใจที่คนไทยรับไม่ได้กับวิธีการแบบนี้ แถมยังมีพระสงฆ์องคเจ้าแทนที่จะสงบให้สติ กลับไปละเลงเลือดเสียเอง
ยิ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางส่วนที่สวามิภักดิ์ อย่างสุดจิตสุดใจพยายามที่จะเอาใจ "ลูกพี่" ก็กระโดดลงไปร่วมขบวนด้วยเป็นเหยื่อ 3 เกลอเข้าเต็มเปา
นอกจากนั้น บรรดาแกนนำในเครือข่ายซึ่งก็รู้กันดีว่าอยู่ในสังกัดเดียวกัน ก็เกิดปัญหาขัดแย้ง ทะเลาะ ด่าทอ ตัดเป็นตัดตายกันเอง
แล้วแบบนี้มันจะไปนำใครได้
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าสถานการณ์การชุมนุมคงจะต้องเลิกราในอีกไม่นาน เพราะมันไม่สา-มารถเดินต่อไปได้ หรือแม้แต่จะก่อเหตุวุ่นวายหรือทำให้มีเหตุจลาจลก็คงจะไร้ประโยชน์ เพราะรัฐบาลน่าจะเอาอยู่เนื่องจากมีการเตรียมการ รับมือเอาไว้ดี
อดทน อดกลั้น และตั้งรับได้ดี
ข้อสำคัญก็คือ ถ้าทำอย่างนั้นแค่คิดก็แพ้แล้ว เพราะไม่มีความชอบธรรม และประชาชนทั้งประเทศรับไม่ได้ และไม่ยอมอยู่เฉยๆอีกต่อไป
นอกจากนั้น รัฐบาลก็รับที่เจรจากับแกนนำ นปช.เพื่อหาทางร่วมกันในการคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งน่าจะเป็นทางที่ดีก่อนที่จะนำไปสู่ความรุนแรง
การต่อสู้นอกสภาเมื่อไม่ประสบผลสำเร็จ ไพ่ในมือก็เหลือเพียงใบเดียว นั่นคือการต่อสู้ ในสภาด้วยการเปิดซักฟอกรัฐบาล
ว่าที่จริงแล้ว หากพรรคเพื่อไทยคิดจะเอาชนะการเมืองในรูปแบบ ซึ่งควรจะเป็นเช่นนั้น การเปิดซักฟอกรัฐบาลจึงเป็นหนทางที่ถูกต้อง
รัฐบาลชุดนี้มีแผลอยู่หลายเรื่อง โดย เฉพาะการทุจริตคอรัปชัน การบริหารที่ไม่ถูก ต้องชอบธรรมอยู่หลายประเด็นทั้งตำรวจและมหาดไทย
แต่เมื่อไปคิดแบบนั้นและเชื่อว่าจะเอาชนะได้ เชื่อในพลังเสื้อแดง สุดท้ายมันก็ต้องพ่ายแพ้อย่างที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้
ไปฟังพวก 3 เกลอ ไปฟังบรรดาฮาร์ดคอร์ที่แย่งกันเอาใจจนเล่นกันเลอะเลือนไปหมด สู้กันสะเปะสะปะหลอกเงินไปไม่รู้เท่าใดต่อเท่าใด แพ้แล้วยังต้องมานั่งเจ็บใจ
และแม้จะมีไพ่ให้เล่นอีกใบคือ การเปิดซักฟอกรัฐบาล แต่หลังจากศึกนอกสภาคงทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมมากกว่า ประชาชนคงสนับสนุนมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น ศึกในสภาก็คงจะกร่อยไปตามระเบียบ!!!
"ลิขิต จงสกุล"




















