ข่าว

วิดีโอ

มองเจ้านโรดม สีหนุ กษัตริย์กู้ชาติกัมพูชา

โดย

เจ้านโรดม สีหนุ พระมหากษัตริย์กัมพูชา สวรรคต ณ กรุงปักกิ่ง ด้วยอาการพระหทัยวาย ผลมาจากโรคมะเร็งและหลายโรคร้ายรุม ขณะพระชนมายุ 89 พรรษา ยังความเศร้าอาลัยแก่ชาวกัมพูชาอย่างถ้วนทั่ว

เจ้านโรดมพระราชสมภพเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2465 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายน 2484 ทรงประกอบกรณียกิจยังประโยชน์ให้ชาวกัมพูชาอย่างอเนกคณานับ จึงทำให้เช้าวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2555 เป็นเช้าที่โศกสลดของชาวกัมพูชาทั้งมวล

ภาพของเจ้านโรดม ในมุมของอาจารย์สอนวิชาภาษาเขมรในประเทศไทย ผศ.ดร.บัญญัติ สาลี ประธานศูนย์อาเซียน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บอกว่า “ชาวกัมพูชาเคารพเจ้านโรดมอย่างวีรบุรุษคนหนึ่ง นับถือพระองค์เป็นวีรบุรุษกู้เอกราชจากฝรั่งเศสนั่นเป็นอันดับแรก อันดับสองเคารพในฐานะผู้สืบทอดเชื้อพระวงศ์ โดยรวมแล้วในความเชื่อของชาวกัมพูชาถือว่าพระองค์มีคุณูปการมาก ไม่มีประชาชนคนใดล่วงละเมิด หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

ส่วนบทบาททางการเมือง อาจารย์บัญญัติบอกว่า “แม้พระองค์จะเล่นการเมือง แต่บทบาทของพระองค์บางครั้งก็เป็นผู้ปรองดองได้อย่างโดดเด่น อย่างกรณีมีการเลือกตั้งแล้วไม่สามารถแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้ เมื่อพรรคการเมืองเข้าเฝ้า พระองค์ทรงแนะหาทางออกให้โดยให้มีนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งและคนที่สองนับเป็นแนวทางปรองดอง และเริ่มต้นประชาธิปไตยของกัมพูชา”

สำหรับการวางพระองค์ อาจารย์บัญญัติบอกว่า แม้คนจะมองพระองค์อย่างไร แต่พระองค์ก็วางตัวให้เข้ากับโลกทั้งสองฝ่าย และการกระทำเหล่านั้นก็เป็นการทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

โดยภาพรวมแล้ว “ชาวกัมพูชาให้ความเคารพเจ้านโรดมเป็นอย่างมาก ทั้งในฐานะวีรบุรุษกู้ชาติ และผู้มีความกล้าหาญ”

ส่วน ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา หัวหน้าภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะผู้สอนวิชาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และสังคมกัมพูชา รวมทั้งได้ติดตามสถานการณ์ในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ได้ให้ทรรศนะว่า เมื่อมองในภาพรวม สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ท่านมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์และสังคมของกัมพูชาในช่วงตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งในความเจริญขึ้นและในความเสื่อมถอยของกัมพูชาล้วนมีท่านเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ทั้งในฐานะเป็นผู้กระทำและถูกกระทำ

“ท่านขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุยังน้อยในขณะที่กัมพูชายังอยู่ในสถานะเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เริ่มเรียนรู้ในการเป็นผู้นำประเทศทั้งลองผิดลองถูกหลายครั้ง เช่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อฝรั่งเศสตกอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำให้กับเยอรมัน ท่านก็ได้ประกาศปลดแอกกัมพูชาเป็นประเทศเอกราชจากฝรั่งเศสทันที แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ผ่านไป ฝรั่งเศสอยู่ในกลุ่มประเทศชนะสงคราม ไม่ยอมรับการประกาศเอกราชของท่าน ต่อมาท่านก็ได้รณรงค์เพื่อความเป็นอิสรภาพของกัมพูชา แม้จะมีความพยายามจากหลายฝ่ายช่วยเหลือจนกัมพูชาได้รับเอกราชก็ตาม แต่ท่านก็เป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดท่านหนึ่ง จนชาวกัมพูชาได้ถวายสมญานามแด่ท่านว่า พระบิดาแห่งเอกราชชาติ”

ผศ.ดร.กังวลได้ให้มุมมองเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า เมื่อมองในแง่ของความเป็นนักการเมือง ก็จะพบว่าท่านเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จท่านหนึ่งในยุคสมัยนั้น คือหลังจากกัมพูชาได้รับเอกราช ท่านก็ได้สละราชสมบัติ โดยเลือกให้พระราชบิดาคือสมเด็จพระนโรดม สุรามริต ขึ้นครองราชย์แทน ส่วนพระองค์ก็ได้ผันตัวเองไปเป็นนักการเมืองเต็มตัว โดยตั้งพรรคสังคมราษฎร์นิยมขึ้น ลงแข่งขันการเลือกตั้ง ก็ได้รับชัยชนะมาตลอด

ช่วงยุคสมัยนั้นท่านได้สร้างความเจริญรุ่งเรือง ความทันสมัยให้แก่ประเทศกัมพูชาเป็นอย่างมาก รวมถึงสร้างความเป็นชาตินิยมของคนกัมพูชา โดยให้หวนระลึกถึงคนกัมพูชาโบราณที่สร้างสรรค์อาณาจักรกัมพูชาโบราณที่ยิ่งใหญ่ สามารถสร้างปราสาทหินน้อยใหญ่มากมายให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นพยานหลักฐานสืบต่อมาจนสมัยปัจจุบัน ทำให้ท่านได้รับความนิยมจากชาวกัมพูชาอย่างสูงสุด

แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่งขณะที่ชาวกัมพูชาสนับสนุนท่านอย่างมากมาย แต่คนในประเทศรอบข้างซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายของท่านก็มีด้วยเช่นกัน ซึ่งประเทศเหล่านั้นรวมถึงประเทศไทยด้วย เหตุการณ์เกี่ยวกับปราสาทพระวิหารมีความขัดแย้งอย่างมาก จนทำให้ไทยกับกัมพูชาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้คนไทยในยุคสมัยนั้นมีความรู้สึกต่อสมเด็จพระนโรดม สีหนุด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรนัก

สำนวนที่ว่า “คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ” ยังใช้ได้อยู่เสมอแม้ในกัมพูชา สมเด็จพระนโรดม สีหนุถึงจะได้รับความนิยมจากชาวกัมพูชามากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังมีคนอีกพวกหนึ่งซึ่งไม่ยอมรับและบางพวกที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางการเมืองของท่าน ประกอบกับสมัยนั้นสงครามอินโดจีนยังคุกรุ่นอยู่ ทำให้เมื่อ พ.ศ.2513 นายพลลน นล ร่วมมือกับนายพลสิริมาตะทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากสมเด็จพระสีหนุ ในขณะที่ท่านเดินทางเยือนต่างประเทศ ทำให้ท่านต้องออกมาเรียกร้องชาวกัมพูชาให้ลุกขึ้นต่อสู้ร่วมกับท่าน ซึ่งกัมพูชาในยุคสมัยนั้นก็มีทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ และกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งประชาชนที่นิยมท่าน เข้าร่วมต่อสู้ประหัตประหารกันเอง จนบ้านเมืองวุ่นวายสับสน

อีก 5 ปีต่อมา เขมรแดงก็ยึดอำนาจปกครองกัมพูชาได้ทั้งประเทศ ก็ยิ่งทำให้บ้านเมืองตกต่ำลง เมื่อกองทัพเวียดนามเข้ามาขับไล่เขมรแดงออกจากเมืองหลวงและปกครองกัมพูชาอยู่นั้น คนกัมพูชาก็แตกแยกกันเป็นหลายเสี่ยง หลายกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มของสมเด็จพระนโรดม สีหนุด้วย รบราฆ่าฟันกันเองจนล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้คนกัมพูชาล้มตายเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรทั้งประเทศ

การสร้างความสมานฉันท์ในประเทศเริ่มเกิดขึ้นจากหลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายของสมเด็จพระนโรดม สีหนุด้วย ทำให้กัมพูชามีความสงบ และท่านก็ได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์อีกครั้งหนึ่งซึ่งห่างจากการครองราชย์ครั้งแรกหลายสิบปี อันแสดงให้เห็นถึงพระบารมีและความนิยมในตัวพระองค์ของชาวกัมพูชาได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่อมาท่านก็ได้สละราชสมบัติ โดยคณะผู้คัดเลือกได้เลือกสมเด็จพระนโรดมสีหมุนี ซึ่งเป็นพระโอรสพระองค์หนึ่งของท่านให้ขึ้นครองราชสมบัติสืบแทน

พระราชกรณียกิจในเจ้านโรดม สีหนุ แม้ประเทศข้างเคียงจะมองอย่างไรก็ตาม แต่ในแง่ของชาวกัมพูชาแล้ว พระองค์ได้ สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติไว้อเนกอนันต์.

16 ต.ค. 2555 09:20 16 ต.ค. 2555 09:20 ไทยรัฐ