advertisement

โภชนาการเด็กเล็ก แข็งแรงสู้โรคไม่โง่

โดย 26 ก.ค. 2555 05:00

เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า การดูแลให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพนั้น โภชนาการมีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าด้านอื่นๆ

อาหารของเด็กแต่ละวันนอกจากที่บ้านแล้ว โรงเรียนก็มีส่วนสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารกลางวัน ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายให้โรงเรียนมื้อละ 13 บาทต่อคนต่อวัน ข้อคำนึงของโรงเรียนนอกจากรายการอาหารตามโภชนาการแล้ว เรื่องรายจ่ายก็จำเป็นไม่น้อย

ในปี พ.ศ.2555 เงิน 13 บาทเพียงพอกับค่าอาหาร 1 มื้อของเด็ก 1 คนหรือไม่

การบริหารเงินและจัดอาหารให้เด็กๆ ในแต่ละมื้อทำกันอย่างไร นายรุ่งรัตน์ พูลภิรมย์ ผู้ได้รับเลือกจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต บอกว่า การจัดรายการอาหารให้เด็ก ทางโรงเรียนจะเป็นผู้นำรายการมาให้ว่า แต่ละวันเด็กจะได้รับอาหารประเภทใดบ้าง โดยให้ตารางล่วงหน้ามาจัดเตรียม 1 เดือน

“ถ้ามีเหตุขัดข้องใดๆ อาจจะเป็นเรื่องวัสดุนำมาปรุง หรืออื่นๆ เราอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่การเปลี่ยนต้องเป็นอาหารที่มีอยู่ในรายการอยู่แล้ว” รุ่งรัตน์บอก

สำหรับเงินที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจ่ายให้ ผู้ประกอบการบอกว่า ได้หัวละ 15.50 บาท เงินจำนวนนี้มาจากรัฐบาล 13 บาท อบต. เพิ่มให้อีก 2.50 บาท เป็นมื้อละ 15.50 บาท

“พอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันค่าครองชีพสูง ค่าแรงขั้นต่ำก็ขึ้น เงินเดือนข้าราชการ พนักงานบริษัทก็ขึ้น ทำให้วัสดุที่นำมาปรุงอาหารขึ้นตาม ถ้าจะให้เด็กได้รับประทานอาหารในปริมาณที่มากขึ้น ความเหมาะสมของราคาน่าจะอยู่ที่รายละ 18–19 บาท”

นายรุ่งรัตน์มิได้เสนอตัวเข้าประมูลทำอาหารให้เด็กๆ เหมือนโรงเรียนอื่นๆ คณะกรรมการศูนย์จัดจ้างเข้ามาโดยวิธีพิเศษเพราะเห็นว่าเป็นพ่อครัวมาก่อน อีกทั้งการประกอบอาหารก็ได้รสชาติดี เด็กๆ ชอบ

“เราจะนำเอารายการอาหารใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เด็กๆ ชอบ”

ครูปูชิตา ศิริพร ครูของศูนย์บอกว่า ศูนย์ฯ เน้นเรื่องอาหารเด็กมาก ต้องการให้เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ส่วนเด็กคนไหนที่มีปัญหาเรื่องอ้วน ผอม เตี้ย แต่ละรายเด็กจะได้รับการดูแลเรื่องอาหารเป็นพิเศษ โดยทางศูนย์จะร่วมมือกับผู้ปกครอง และผู้ประกอบอาหาร เพื่อเด็กจะได้มีพัฒนาการสมวัย

เมื่อถามถึงความเหมาะสมของค่าอาหารแต่ละมื้อ คุณครูบอกว่าน่าจะประมาณมื้อละ 16 บาท

พลางให้เหตุผลว่า “ปัจจุบันค่าครองชีพสูง งบประมาณที่รัฐบาลให้มาก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังให้ราคาเก่าอยู่ ตามสภาพเศรษฐกิจเดี๋ยวนี้ มื้อละ 16 บาทน่าจะพอเหมาะ แม้จะดูน้อย แต่เราเข้าใจว่า เด็กไม่ได้ทานอาหารมากทุกคน บางคนก็ทานน้อย เราก็ถัวกันไป”

ด้านการดูแลโภชนาการเด็กขององค์กรท้องถิ่น นายสุนิรันดร์ รชตะพฤกษ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเชิงทะเลบอกว่า สาเหตุที่เทศบาลเจียดเงินมาช่วยค่าอาหารเพราะว่า เล็งเห็นความสำคัญของการเจริญเติบโตของเด็กๆ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของท้องถิ่นสืบไป

นายสุนิรันดร์ย้ำว่า ตามหลักโภชนาการ เด็กควรทานอาหารครบถ้วนตามวัย อาหารต้องสะอาด มีคุณภาพ ผู้ประกอบอาหารให้นักเรียนต้องมีร่างกายแข็งแรง เพื่อป้องกันโรคสู่เด็ก “เราต้องสร้างนิสัยรับประทานอาหารให้กับเด็กด้วย ต้องไม่ทานอาหารตามใจปาก ต้องทานผลไม้ตามฤดูกาล จะได้ทานผลไม้ปลอดสารพิษ และต้องไม่กินขนมกรุบกรอบ”

การช่วยค่าอาหาร “ปีนี้เราให้ 2.50 บาทต่อหัว รวมกับของรัฐบาลอีก 13 บาท เป็น 15.50 บาท แต่ปีหน้าคงไม่ได้แล้ว ถ้ารัฐบาลไม่อุดหนุนมามากกว่าเดิม ท้องถิ่นคงต้องรับภาระมากขึ้น เพราะค่าครองชีพ ค่าข้าวของทุกอย่างขึ้นหมดแล้ว” นายสุนิรันดร์บอก

ความตื่นตัวเรื่องอาหารกลางวันและโภชนาการเด็ก ในจังหวัดภูเก็ต มิเพียงแค่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเชิงทะเลเท่านั้น ที่ อบต.กมลา อำเภอกะทู้ก็เช่นกัน นายนพพร กรุณา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบอกว่า มีแนวทางไว้ 4 ทางด้วยกันคือ ส่งเสริมกีฬา นันทนาการ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กก่อนวัยเรียน และส่งเสริมให้เยาวชนสำนึกรักศิลปวัฒนธรรมชุมชน

ทั้งหมดนี้ เป็นการสร้างมาตรฐานการศึกษาในตำบล ให้เป็นสังคมเรียนรู้ตลอดชีวิต

การประสานความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียน เพื่อการพัฒนาเด็ก แบบอย่างที่พบในจังหวัดภูเก็ตอีกแห่งคือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกมลา ศูนย์แห่งนี้เคยถูกสึนามิถล่มราบเรียบ ต่อมาครูและผู้ปกครองร่วมกันฟื้นคืนมา

“การเชิญผู้ปกครองเข้ามาร่วม แรกๆ ผู้ปกครองอาจไม่เข้าใจ คิดว่าเป็นภาระของโรงเรียน แต่เมื่อเราพยายามชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็น ผู้ปกครองก็เริ่มเห็นความสำคัญ เราจึงเชิญมาร่วมกิจกรรมต่างๆ บางครั้งก็เชิญมาเป็นวิทยากร เพราะผู้ปกครองเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ตรงในหลายๆ ด้าน” ครูศูนย์พัฒนาเด็กกมลาบอก

พลางอธิบายเสริมว่า ศูนย์มีโครงการเด็กไทยไม่กินขนมหวาน ไม่ให้เด็กกินขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม และห้ามนำอาหารกรุบกรอบทุกชนิดเข้ามาอย่างเด็ดขาด

คุณและโทษของอาหาร เด็กๆจะเข้าใจได้อย่างไร เรื่องนี้ผู้ปกครองนักเรียนได้ร่วมกันเชิดหุ่นให้เด็กๆ ดู ท่ามกลางความสนใจของผู้เข้าเยี่ยมเยียน

เนื้อหาของเรื่อง เล่าเรื่องเด็กสุขภาพไม่ดี เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ต้องเจ็บออดๆ แอดๆ ผิดกับเด็กที่รับประทานอาหารมีประโยชน์ต่อร่างกาย พวกเขาจะมีสารต่อต้านเชื้อโรค สุ้มเสียงของคนพากย์ และลีลาคนเชิดหุ่น สามารถตรึงความสนใจของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับความจำเป็นของโภชนาการเด็กนั้น นายสง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการเด็กบอกว่า “แต่เดิมพ่อแม่มักโยนความรับผิดชอบให้ครูพี่เลี้ยง ว่าฉันเอาลูกมาฝากเธอแล้ว เธอต้องรับผิดชอบให้เต็มที่ แต่ความเป็นจริงนั้น ต้องพัฒนาร่วมกัน”

ตัวอย่างการใช้โภชนาการที่เห็นชัดเจนคือ ประเทศญี่ปุ่น สมัยแพ้สงครามมีแต่คนเตี้ย ตัวเล็กๆ ต่อมาพัฒนาเป็นคนร่างกายสมบูรณ์ เมื่อร่างกายสมบูรณ์ สมองก็จะดี ทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาประเทศได้ดี กลายเป็นแบบอย่างหนึ่งของชาวโลก

อาหารเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าในขณะนี้คือ อาหารมื้อละ 13 บาท รัฐบาลมีเวลาทบทวนหรือยัง.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement