ถึงสมุยถึงธรรม ฝึกใจกับอาจารย์โพธิ์ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ถึงสมุยถึงธรรม ฝึกใจกับอาจารย์โพธิ์

โดย

เสียงนกป่าเริงร้องมาเป็นระยะๆ ไก่โก่งคอขันก้อง

ดงไม้ใบหนา จักจั่นระงมไพรคล้ายกล่อมทุกชีวิตให้สงบเย็น

ถ้ามีใครสักคนถูกจับปิดตามาปล่อยไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ เมื่อเปิดตาออก ความรู้สึกแรกที่เห็น อาจคิดไม่ถึงว่าเป็นป่าของเกาะสมุย สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก มุมสงบบนเกาะนี้ชื่อ ทีปภาวันธรรมสถาน ตั้งอยู่เหนือหาดละไมขึ้นไปบนไหล่เขา เขต ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

บนเส้นทางไต่เขาจากหาดขึ้นไปแม้จะดูลาดชัน แต่เมื่อขึ้นไปถึงและสัมผัสกับบรรยากาศแล้ว ความหวาดเสียวกลับไม่เหลือค้างคาใจ

ทีปภาวันธรรมสถาน คือ สาขาหนึ่งของสวนโมกขพลาราม อาจจะต่างกันไปบ้างก็ตรงเป็นเพียงมูลนิธิ บริหารจัดการแบบมูลนิธิ ไม่ได้เป็นวัดเหมือนวัดธารน้ำไหล การเกิดธรรมสถานสืบเนื่องมาจาก พระภาวนาโพธิคุณ หรือ พระอาจารย์โพธิ์ จนฺทสโร เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม ได้รับถวายที่ดินจำนวน 40 ไร่ จากนางสาวศิริวรรณ พงศ์ฉบับนภา นักธุรกิจบนเกาะสมุย

เธอบอกว่าปฏิบัติธรรมมากว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มไปปฏิบัติถิ่นอื่น เมื่อปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์ก็ได้พบกับพระอาจารย์โพธิ์ ซึ่งเป็นคนเกาะสมุย วันหนึ่งพระอาจารย์ถามเรื่องที่ดินบนเกาะสมุย บอกว่าคนกรุงเทพฯต้องการซื้อที่ดินเพื่อทำเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

“พอดีเรามีที่ดินแปลงนี้อยู่ แต่ไม่แน่ใจว่า ถ้าใช้เป็นสถานที่ ปฏิบัติธรรมจะเหมาะสมหรือไม่ เมื่อนมัสการท่านไป ท่านก็เดินทางมาดูเมื่อปี 47 แล้วบอกว่าได้ความเงียบสงบแล้วก็กลับครั้นผ่านมาประมาณหนึ่งเดือน ท่านก็โทร.มาถามว่า โยมยังยืนยันเจตนาเดิมอยู่หรือไม่ เราก็บอกว่าถ้าท่านเห็นว่าทำได้ก็ยินดี”

ที่ดินแห่งนี้เธอซื้อไว้ด้วยเงินของเธอเอง เธอเป็นเจ้าของรีสอร์ตยูโธเปีย ธุรกิจนี้ แรกๆพ่อเธอเป็นผู้บริหารจัดการ เมื่อพ่อจากไป เธอเข้ามาบริหารงานเอง ในปัจจุบันเธอวางมือให้พี่สาวดำเนินงานต่อไป เพื่อหันมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง

ทีปภาวันธรรมสถาน เปิดรับคนทั่วไป เพื่อสืบสานปณิธานของท่านพุทธทาส 3 ประการคือ ต้องการให้ เข้าถึงหัวใจของศาสนา ทำความเข้าใจระหว่างศาสนา และออกมาเสียจากอำนาจวัตถุนิยม ควบคู่ไปกับการฝึกจิต และปฏิบัติตนให้เข้าถึงธรรม

แนวการปฏิบัติธรรม เธอบอกว่าเน้นตามหลักของท่านพุทธทาสคือ “อานาปานสติ ต้องศึกษาให้เข้าใจ ให้ถ่องแท้ เราฟังเกือบทุกเทปของท่านพุทธทาส หนังสือธรรมะของท่านก็อ่านมาตลอด อ่านแล้วก็นำมาพัฒนาตัวเองว่า จะทำอย่างไรให้เข้าถึงธรรม มีชีวิตที่สงบเย็นและเป็นประโยชน์”

การสร้างทีปภาวันฯ เธอบอกว่าหลังบริจาคที่ดินแล้ว “อาจารย์โพธิ์ท่านบอกว่า เตรียมตัวนะ จะพาไปดูที่ที่เขาทำสถานปฏิบัติธรรม เมื่อดูแล้วก็ถามว่า มีความคิดอย่างไรบ้าง พอทำได้ไหม พอดีเรามีญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ แต่ละคนเมื่อทราบข่าวก็สนใจบริจาคกัน ครั้งแรกได้ห้าแสนเลย”

การสร้างทำแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อวางเค้าโครงแล้ว ก็เริ่มสร้างไปทีละอย่างตามกำลังงบประมาณที่ได้มา ตามกำลังศรัทธาที่เข้ามาร่วม “พอดี มีเพื่อนเป็นสถาปนิก เมื่อเขามาดูแล้วก็ตกลงสร้าง ทำไปเรื่อยๆ คนเกาะสมุยเองก็ให้ความสนใจมาก แต่สนใจเรื่องทำบุญ เรื่องการบริจาคมากกว่าอย่างอื่น”

คนที่สนใจบริจาค “บางคนขับรถมาเองเลย บางคนขึ้นมาดูก็อยากจะทำบุญ”

สิ่งก่อสร้างภายใน มิได้เน้นความหรูหรา ฟุ่มเฟือย แต่เน้นที่การใช้งาน มีอาคารหลังน้อยเรียกว่า โพธิวิหาร สร้างไว้เป็นที่เก็บอัฐิธาตุของพระอาจารย์โพธิ์ เพื่อไว้เป็นอนุสรณ์แห่งประทีปธรรมดวงหนึ่งแห่งเกาะสมุยสืบไป สถานที่เก็บอัฐิธาตุเหล่าศิษย์ทราบกันดีว่า เมื่อมรณภาพจะแยกออกเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งอยู่ที่โพธิวิหาร ส่วนสองอยู่ที่สวนป่าศิขรินสินธุ สถานที่ปฏิบัติธรรมและป่าต้นน้ำ และส่วนที่สามอยู่ที่วัดเขาเล่บนเกาะสมุยเช่นเดียวกัน

คนที่ต้องการเข้ามาปฏิบัติธรรม ทางมูลนิธิเปิดอบรมด้วยภาษาไทย ระหว่างวันที่ 12–17 ของทุกเดือน และอบรมด้วยภาษาอังกฤษ ระหว่าง วันที่ 20–27 ของทุกเดือน โดยมีพระอาจารย์โพธิ์เป็นผู้นำ

เป้าหมายนั้น ต้องการให้ได้เรียนรู้ธรรมะระดับหัวใจของพระพุทธศาสนา คือเรื่องทุกข์และการดับทุกข์ เรื่องอริยสัจสี่ ปฏิจจสมุปบาท และการปฏิบัติ

อานาปานสติภาวนา เป็นต้น การภาวนานั้น มีอยู่ 4 ประการคือ กายภาวนา อบรมร่างกายให้เข้มแข็ง อดทน สีลภาวนา คือ อบรมศีลอย่างน้อยต้องได้ 5 ข้อ คือศีล 5 จิตตภาวนาคือ อบรมจิตให้สงบ บริสุทธิ์ และปัญญาภาวนา คือ อบรมจิตให้เกิดปัญญา มองเห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง

คนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม ศิริวรรณ บอกว่า มีทั้งคนไทยและต่างประเทศ ในประเทศนั้นมาเกือบทุกจังหวัด แต่สำหรับชาวเกาะสมุยเองส่วนใหญ่มีน้ำใจเอื้อให้สถานปฏิบัติธรรมเป็นอย่างดีไม่ว่าเรื่องแรงงานและแรงเงิน

“แต่น่าเสียดายที่ชาวสมุยส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้ามาปฏิบัติธรรมกัน”

เรื่องการปฏิบัติธรรม สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยแล้ว คงมิเพียงชาวเกาะสมุยเท่านั้น ถิ่นอื่นๆก็คล้ายๆกันคือ ไม่นิยมปฏิบัติธรรมกันมากนัก แต่คนที่รู้ธรรมนั้นมีมาก เพราะมีการศึกษา มีการท่องจำ ทั้งจากโรงเรียน และสำนักเรียนต่างๆ

เพื่อให้โอกาสกับเด็กๆบนเกาะสมุย มูลนิธิฯได้ร่วมมือกับครูจากโรงเรียนต่างๆทั่วเกาะสมุย จัดโครงการค่ายคุณธรรม ให้เด็กๆมาปฏิบัติธรรมกันที่วัดสำเร็จ นอกจากนั้น วันอาทิตย์ที่หนึ่งและที่สามของเดือน ทางมูลนิธิก็ยังนำรถออกไปรับเด็กๆไปปฏิบัติธรรมและเลี้ยงอาหารกลางวันที่สวนธรรมะเภรี บนเกาะสมุยอีกด้วย

สำหรับประวัติของผู้นำกองทัพธรรม หรือพระอาจารย์โพธิ์ นามเดิมคือ โพธิ์ ขวัญละไม เป็นชาวเกาะสมุยโดยกำเนิด ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2475 ณ บ้านละไม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดละไม ออกไปช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านอยู่หลายปี ก่อนบวชที่วัดละไม

ร่องรอยของพระอาจารย์โพธิ์ ปัจจุบันปรากฏอยู่ที่หอวัฒนธรรมบ้านละไม ซึ่งเป็นที่เก็บข้าวของโบราณ ชั้นบนนอกจากจะมีวัตถุโบราณแล้ว ยังมีรอยประวัติศาสตร์ของพระอาจารย์โพธิ์ด้วย เพราะห้องเก็บของเดิมห้องเป็นห้องเรียนของพระอาจารย์โพธิ์ในสมัยเด็กๆ

อาจารย์โพธิ์ เมื่อบวชแล้วต่อมาย้ายมาอยู่วัดบุณฑริการาม หรือวัดพังบัวกับอาจารย์แดง ซึ่งเป็นญาติกัน ช่วงหนึ่งอาจารย์แดงต้องการพาศิษย์ไปฝากไว้กับท่านพุทธทาส ท่านได้เดินทางมากับพระอาจารย์ด้วย แม้จะเป็นครั้งแรกที่มาเยือนสวนโมกข์ แต่หาได้พบท่านพุทธทาสไม่ เพราะท่านติดธุระไปนอกวัด สืบมาท่านไปๆมาๆ สวนโมกข์หลายครั้ง จนมักคุ้นกับพระอาจารย์ใหญ่ทางธรรมเป็นอย่างดี

ท่านเล่าว่า “การมาแต่ละครั้ง เมื่อกลับไปท่านอาจารย์ก็จะให้หนังสือธรรมะติดมือไปทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายคือปี พ.ศ. 2506 ข้าพเจ้าได้รับจดหมายจากท่านอาจารย์พุทธทาสมีใจความสั้นๆว่า นิมนต์คุณโพธิ์ไปช่วยทำงานเพื่อเสียสละกันบ้าง”

ขั้นแรกพระอาจารย์โพธิ์คิดจะอยู่เพียงสามเดือน แต่เอาเข้าจริงหลายเดือนก็แล้ว หลายปีก็แล้ว หลายสิบปีก็ยังอยู่วัดธารน้ำไหลอยู่นั่นเอง และอยู่ต่อมาจนได้เป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน

การกลับมาสอนผู้ปฏิบัติธรรมที่ทีปภาวันฯ บนเกาะสมุยของพระอาจารย์โพธิ์ เสมือนการนำประทีปธรรมมาสู่มาตุภูมิของท่าน หลังจากออกไปแสวงหามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ท่านจะพลิกฟื้นให้ชาวบ้านตื่นตัวเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยหลายอย่าง

ช่วงปีที่ผ่านมาในวงเสวนาเรื่อง การจัดการภัยพิบัติเพื่อความยั่งยืนของเกาะสมุย ณ วัดสำเร็จ วัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาส พระอาจารย์โพธิ์แสดงความมาดมั่น ท่ามกลางชาวเกาะสมุย และผู้ปฏิบัติธรรมว่า ปรารถนาให้เกาะสมุยเป็นแหล่งธรรม โดยอาศัยบารมีธรรมของท่านพุทธทาส ที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนมา และประการสำคัญคือ ชาวเกาะสมุยเองก็ต้องให้ความร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

เกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังก้องโลก ชาวไทยและต่างประเทศที่ไปเยือน แต่ละปีประมาณ 1 ล้านคน หลังอิ่มกับบรรยากาศอันสวยงามของท้องทะเลแล้ว ถ้าต้องการเกี่ยวธรรมะติดใจกลับบ้าน...

นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป เป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง ถ้าต้องการ.


advertisement