
ที่มาของพระพุทธรูป ปางมารวิชัย พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารีเถร) เขียนไว้ในหนังสือ ตำนานพระพุทธรูปปางต่างๆ ว่า
เมื่อสิทธัตถะกุมาร ตรัสรู้เป็นพระ พุทธเจ้า เทพยดาและพรหมทุกสถาน มีท้าวสหัมบดีพรหมและท้าวมฆวาฬ ฯลฯ ก็พากันชื่นชมโสมนัส
ครั้งนั้น พญามารวัสวดี...ขึ้นขี่ช้างคีรีเมขล์ นิรมิตมือหนึ่งพันมือ ถืออาวุธพร้อมสรรพ นำกองทัพมารอันแสนร้าย เหาะมาโดยนภาลัย เข้าล้อมเขตบัลลังก์รัตน์ ของพระมหาบุรุษไว้อย่างหนาแน่น บรรดาเทพเจ้าทั้งหลาย ต่างก็มีความกลัว พากันหนี ทิ้งให้พระองค์ทรงต่อสู้กับพญามารแต่พระองค์เดียว
พญามารเห็นพระมหาบุรุษทรงประทับนิ่ง ไม่หวั่นไหว ก็สั่งให้เสนามารรุกเข้าทำอันตรายหลายประการ จนหมดฤทธิ์ บรรดาสรรพาวุธศัตรายาพิษที่พุ่งซัดไป ก็กลายเป็นบุบผามาลัยบูชาพระองค์ จนสิ้น
ครั้งนั้น พญามารตรัสด้วยสันดานพาลว่า
"สิทธัตถะกุมาร บัลลังก์แก้วนี้ เป็นของเรา เกิดเพื่อเรา ท่านเป็นคนไม่มีบุญ ไม่ควรนั่ง จงลุกไปเสียโดยเร็ว"
"ดูกร พญามาร บัลลังก์แก้วนี้ เกิดขึ้นด้วยบุญของอาตมา ที่ได้บำเพ็ญมาแต่อสังเขยยกัปป์ จะนับประมาณมิได้ ดังนั้นอาตมาผู้เดียวเท่านั้น สมควรจะนั่ง ผู้อื่นไม่สมควรเลย"
พญามารแย้งว่า ไม่เป็นความจริง ให้พระองค์หาพยานมายืนยัน พระมหาบุรุษไม่เห็นผู้อื่นใด จึงตรัสเรียกนางวสุนธราเจ้าแห่งธรณี
นางวสุนธรา เจ้าแม่ธรณี ปรากฏกาย เปล่งวาจาประกาศให้พญามารทราบว่า "พระมหาบุรุษได้บำเพ็ญกุศลมามากมายเหลือที่จะนับ แม้แต่เพียงน้ำที่ตรวจ ที่ข้าพเจ้าเอามวยผมรองรับไว้บนเศียรเกล้า ก็มีมากพอจะถือเอาเป็นหลักฐานได้"
กล่าวแล้ว...ก็บรรจงหัตถ์ปล่อยมวยผม บีบน้ำตรวจที่สะสมไว้แต่อเนกชาติ ให้ไหลออกมาเป็นทะเลหลวง ท่วมทับเสนามารทั้งปวงให้จมลงวอดวาย กำลังน้ำได้ซัดช้างคีรีเมขล์ ถอยร่นไปติดขอบจักรวาล
พญามารเห็นเป็นอัศจรรย์ ประนมหัตถ์ถวายนมัสการ ยอมปราชัยพ่ายแพ้บุญบารมี อันตรธานหนีไป พระมหาบุรุษทรงมารวิชัย ด้วยพระไตรทศบารมี กำจัดมารให้พ่ายแพ้ได้โดยเด็ดขาด ตั้งแต่เวลาเย็น พระอาทิตย์ยังมิทันอัสดง
พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองในไทย ส่วนใหญ่เป็นพระปางมารวิชัย แต่องค์ที่ได้พระนาม "มารวิชัย" เป็นทางการ หน้าตักกว้าง 74 นิ้ว ศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ ในวิหารทิศตะวันออก มุขหน้า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร
หนังสือพระพุทธรูปสำคัญ ของกรมศิลปากร เขียนประวัติพระองค์นี้ไว้ว่า
เดิมทีพระพุทธรูปนี้ ประดิษฐานอยู่ที่วัดเขาอินทร์ เมืองสวรรคโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ โปรดเกล้าฯ ให้ อัญเชิญมากรุงเทพฯ ในคราวที่โปรดฯให้รวบรวมพระพุทธรูปชำรุดหักพังจากหัวเมืองเหนือ คือสุโขทัย สวรรคโลก พิษณุโลก และลพบุรี จำนวน 1,248 องค์
พระพุทธรูปวัดเขาอินทร์ หล่อนากองค์นี้ ชำรุดไม่มีพระกร โปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์ด้วยวัสดุชนิดเดียวกันให้บริบูรณ์ อัญเชิญไปประดิษฐานใต้ต้นพระมหาโพธิ์ในพระวิหารด้านทิศตะวันออกด้านนอก วัดพระเชตุพน มีการบรรจุพระบรมธาตุ แล้วถวายพระนามว่า พระเจ้าตรัสในควงไม้มหาโพธิ์
ถึงสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดฯให้ เปลี่ยนพระนาม พระเจ้าตรัสในควงไม้มหาโพธิ์ เป็น พระพุทธมารวิชัยอภัยปรปักษ์ อัครพฤกษ์โพธิภิรมย์ อภิสมพุทธบพิตร.
O บาราย




















