ข่าว

วิดีโอ

เสด็จประพาสอัมพวา

โดย บาราย


ในหนังสือเสด็จประพาสเมืองสมุทรสงคราม เทพ สุนทรศารทูล เขียนถึงบ้านสามัญชนหลังหนึ่งในอัมพวา ที่ไม่รู้ว่าปลูกขึ้นด้วยฤกษ์งามดีอะไร จึงโชคดีอย่างประหลาด เพราะเป็นบ้านที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประทับถึงสองครั้ง

สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ว่าการอำเภอของหลวงยังไม่มี บ้านนายอำเภออยู่ที่ไหน ก็ถือว่าเป็นที่ว่าการอำเภอ ตอนที่เสด็จประพาสต้นไปถึงอัมพวา บ้านนายอำเภออัมพวา ขุนวิชิตสมรรถการ ปลูกบ้านอยู่ตรงหัวแหลม ตรงข้ามวัดท้องคุ้ง

จดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น ตอนหนึ่ง ความว่า

(วันที่ 22 ก.ค.2447) เรือไฟลากล่องมาถึงแม่น้ำใหญ่ (แม่น้ำแม่กลอง) จวนจะค่ำ หาที่ทำครัวเย็นก็ไม่ได้เหมาะ ล่องเรือลงมาเห็นบ้านแห่งหนึ่ง สะอาดสะอ้านดี มีเรือนแพอยู่ริมน้ำ รับสั่งว่าที่นี่เห็นพอจะอาศัยทำครัวสักครั้ง กรมหลวงดำรง (สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ) รับหน้าที่ขึ้นไปขออนุญาตเจ้าของบ้าน

กรมหลวงดำรงเสด็จขึ้นไต่ถาม ได้ความว่าเป็นบ้านนายอำเภอ แต่มีธุระไปจัดฟืนเรือไฟที่ตรงข้ามบ้าน ภรรยานายอำเภอหารู้จักกรมหลวงดำรงไม่ แต่ก็อนุญาตให้ใช้เรือนแพทำครัว กรมหลวงดำรงยังไม่ทันเสด็จลงมา นายอำเภอก็กลับมาถึงบ้าน ไม่ทันเหลียวแลพระเจ้าอยู่หัวที่เรือนแพ มุ่งหน้าถวายคำนับเสนาบดีมหาดไทย

เพ็ดทูลได้ไม่กี่คำ นายอัษฏาวุธ (สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฏางเดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา พระราชโอรส) ก็คลานศอกนำหนังสือรับสั่งไปถวายกรมหลวงดำรงว่า ขอให้รู้จักแต่กรมหลวงดำรงพระองค์เดียว

“ฉันนั่งดูท่านายอัษฏาวุธคลานเข้าเฝ้ากรมหลวงดำรง ด้วยท่าทางสนิทราวกับเป็นข้าไท แต่กรมหลวงดำรงนั้น พออ่านหนังสือรับสั่งแล้ว ดูพระพักตร์สลด เห็นประทับนิ่งไม่รับสั่งว่ากระไร เป็นแต่พยัก พระพักตร์ให้นายอัษฏาวุธกลับลงมา”

อีกสักครู่หนึ่ง จึงได้ยินเสียงรับสั่งกับนายอำเภอและกำนันผู้ใหญ่บ้านถึงราชการงานเมืองอะไรอึงอยู่บนเรือน พวกกองครัว ก็ทำครัวกันอยู่ที่เรือนแพ ทำเสร็จแล้วแต่งเครื่องให้ คุณหลวงนายศักดิ์ (พระยานิพัทธราชกิจ “อ้น นรพัลลภ” เจ้าของเรือเสด็จประพาสต้น เดิมพูดกันว่าเสด็จประพาสเรือตาอ้น) เชิญขึ้นไปตั้งถวาย

กรมหลวงดำรงเสวยพร้อมกับเครื่องเคราที่เจ้าของบ้านเขาหาถวาย ครั้นเสร็จแล้วเมื่อจะลงเรือ นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตามลงมาส่งเสด็จรุมมาตุ้ม

พวกที่ไปตามเสด็จ รับกระแสรับสั่งไว้ให้คลานรับเสด็จกรมหลวงดำรง เป็นอย่างข้าในกรม

ส่วนพระเจ้าอยู่หัว เสด็จหลบออกไปบังเสีย อยู่หลังเก๋งท้ายเรือ พระราชทานอาสน์ไว้สำหรับกรมหลวงดำรงประทับ

กรมหลวงดำรงเลยทรงไถลว่า เดือนหงายสบายดี จะยืนอยู่หน้าเก๋ง รับสั่งให้ออกเรือ

แต่พอพ้นหน้าบ้านก็รับสั่งบ่นใหญ่ ว่าเล่นอย่างนี้เต็มทีไม่สนุก

แต่คนอื่นพากันหัวเราะกรมหลวงดำรงกันทั้งลำ

เป็นอันว่าครั้งนั้น แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จประทับถึงบ้าน แต่หลวงวิชิตสมรรถการ ก็ไม่มีบุญได้เฝ้า แต่ต่อมา ในการเสด็จประพาสต้น อีกครั้งเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2452 ทรงจดหมายเหตุว่า

“แวะเยี่ยมขุนวิชิตสมรรถการนายอำเภอ ซึ่งได้เคยไปบ้านเขา เมื่อมาเที่ยวครั้งก่อน” เทพ สุนทรศารทูล ตั้งข้อสังเกตว่า นายอำเภออัมพวาก็คงจะปลาบปลื้มจนขนหัวชันเย็นวาบไปทั้งตัวทีเดียว

ในการที่มีโอกาสได้รับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวที่บ้านในครั้งที่สองนี้ ขุนวิชิตสมรรถการก็ได้เลื่อนขึ้นเป็นหลวงวิชิตสมรรถการ ท่านผู้นี้เป็นต้นตระกูล “ยมะสมิต” เป็นบิดานายสัญญา ยมะสมิต

ที่ตั้งอำเภออัมพวาทุกวันนี้ ไม่ได้สร้างในที่ดินบ้านนายอำเภอหลวงวิชิตสมรรถการ แต่มาสร้างในที่ดินท้ายตลาดร้างในตำบลบางช้างเดิม ซึ่งต่อมาแยกเป็นตำบลอัมพวา เป็นเทศบาลตำบลอัมพวา โดยความริเริ่มของขุนนิกรนรารักษ์ (นกแก้ว พัวไพโรจน์)

ปากคลองอัมพวา ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ จึงมีตลาดเป็นเรือนแพ เป็นตลาดขายของริมน้ำสำหรับชาวเรือ มีเจ้านายเสด็จประพาสไม่ขาด สภาพตลาดอัมพวา สามเณรกลั่น (ศิษย์สุนทรภู่) แต่งไว้ในนิราศพระแท่นดงรัง (พ.ศ.2376 รัชกาลที่ 3) ว่า

ที่คลองน้ำอัมพวาที่ค้าขาย เห็นเรือรายเรือนเรียงเคียงขนาน มีศาลาท่าน้ำน่าสำราญ พวกชาวบ้านซื้อขายตอนท้ายเรือ ริมชลสวนล้วนมะพร้าวหมูสีปลูก ทะลายลูกลากดินน่ากินเหลือ กล้วยหากมุกสุกห่ามอร่ามเครือ พริกมะเขือหลายหลากหมากมะพร้าว

ริมวารีมีแพขายแพรผ้า ทั้งขวานพร้าพร้อมเครื่องทองเหลืองขาว เจ้าของแพแลดูหางหนูยาว มีลูกสาวสิเป็นไทยถอนไรปลิง

คำอธิบายกลอนตอนนี้ มีว่า เจ้าของแพเป็นจีนไว้หางเปีย แต่ลูกสาวเป็นไทยถอนไรปลิง เพราะแม่เป็นไทย

คลองอัมพวาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีเจ้านายมาปลูกพระตำหนักเรือนไทยไว้ข้างคลองหลังหนึ่ง คือสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เรียกกันว่า ตำหนักอัมพวา เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จมาประพาสต้น ก็ทรงเรือแจวเข้าไปในคลองนี้ และทรงแวะประทับเสวยน้ำชาที่พระตำหนักนี้ (10 ก.ย.2452)

ด้วยเหตุที่พวกราชินีกุลบางช้างยังคงตั้งบ้านเรือนอยู่ในคลองอัมพวามาก จึงพากันมาเฝ้ารับเสด็จกันมาก

ทรงพระราชนิพนธ์ว่า

กลับจากวัดไปทำครัวเลี้ยงกลางวันกันที่บ้านชายบริพัตร บ้านนี้ทำเป็นเรือนอย่างไทย สองหลังแฝด และหอใหญ่มีชานแล่นตลอด เป็นที่สบายอย่างไทย ตกแต่งด้วยเครื่องเฟอร์นิเจอร์อย่างไทย งามดี

พระตำหนักอัมพวาที่ว่านี้ ได้รื้อไปปลูกไว้ ณ วังสวนผักกาด ในกรุงเทพมหานคร ส่วนที่ดิน กรมพระนครสวรรค์วรพินิตประทานแก่หมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต (ปราชญ์ เปล่งรัตน์) ซึ่งเป็นพระโอรส.


O บาราย O

15 ก.ย. 2555 09:50 15 ก.ย. 2555 09:50 ไทยรัฐ