ข่าว

วิดีโอ

เอกสารคำหับ

โดย บาราย

จีนมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับแว่นแคว้นมากมายในดินแดนโพ้นทะเลมายาวนาน สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา มีแคว้นไทยมากกว่าหนึ่งแคว้น ส่งทูตไปเจรจาค้าขายปีละหลายครั้ง จนเป็นปัญหากับหน่วยงานเกี่ยวกับพิธีการทูตของจีน นับแต่เรื่องการต้อนรับ จัดที่พัก จัดอาหาร ของตอบแทน ฯลฯ

และปัญหาที่ว่าจะยุ่งมากขึ้น กับหน่วยอาลักษณ์ ในการบันทึกจดหมายเหตุ

ในหนังสือเจิ้งเหอ แม่ทัพขันที ซำปอกง (เขียนโดย ปริวัฒน์ จันทร) พิเศษเจียจันทร์พงษ์  เขียนไว้ในคำนำเสนอ  ประวัติศาสตร์อยุธยาที่เกี่ยวกับเจิ้งเหอ ตอนหนึ่งว่า ทางราชการจีน ได้หาวิธีการจัดระเบียบ ความสัมพันธ์ทางการทูตกับดินแดนโพ้นทะเลเสียใหม่

วิธีหนึ่ง คือการออกเอกสารคำหับ หรือเอกสารการเป็นราชสำนัก ที่จีนให้การรับรองในการส่งราชทูตเข้ามาติดต่อกับราชสำนักจีน

พ.ศ.1926 เสียนหลอ หรือกรุงศรีอยุธยา จามปา และกัมพูชา ได้รับเอกสารคำหับ สำหรับเสียนหลอ ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พ่องั่ว) แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ

แต่เอกสารคำหับนี้ น่าจะใช้ได้ดีในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป มีการเปลี่ยนอำนาจในดินแดนที่รับเอกสารคำหับ...ก็อาจสร้างความงุนงงแก่ราชสำนักจีนได้ ดังเช่นในกรณีของกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ.1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 สวรรคต ขุนนางยกพระเจ้าทองลันขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้ 7 วัน สมเด็จพระราเมศวร โอรสสมเด็จพระบรมรามาธิบดีที่ 1 แห่งราชวงศ์ละโว้-อโยธยา ผู้ประทับอยู่เมืองลพบุรี ได้เข้ามายึดราชบัลลังก์ ขึ้นเสวยราชสมบัติ

ที่น่าสนใจ ในปี พ.ศ.1932 ราชทูตที่มีชื่อเดียวกันกับที่กรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พ่องั่ว) เคยส่งมายังราชสำนักจีน ก็ถูกระบุชื่อโดยเอกสารของจีนว่า ได้เป็นราชทูตจากเมืองสุพรรณภูมิ ที่ส่งมาโดยเจ้านครอินทร์ ราชโอรสองค์ใหญ่ของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา

ราชทูตชุดนี้แสดงว่าส่งไปจากเมืองสุพรรณภูมิ หลังจากกรุงศรีอยุธยามีกษัตริย์ ราชวงศ์ละโว้-อโยธยาแล้ว

เป็นไปได้ว่าที่ราชสำนักจีนรับรองราชทูตคณะนี้ ทั้งๆที่มิได้มาจากราชสำนักอยุธยา ก็เนื่องจากว่า เอกสารคำหับที่ออกให้แก่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ ขณะเสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระองค์สวรรคต ราชบัลลังก์พบปัญหายุ่งยาก ตกอยู่ใต้อำนาจสมเด็จพระราเมศวรแห่งราชวงศ์ละโว้-อโยธยานั้น

เจ้านครอินทร์ โอรสสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ได้เอกสารคำหับไปไว้ที่เมืองสุพรรณภูมิ ใช้เอกสารนี้แสดงตนในการส่งทูตไปราชสำนักจีน

แต่เอกสารจีนในเวลาต่อมา ที่ระบุพระนามกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา คล้ายกับพระนามสมเด็จพระราเมศวร ที่เคยครองราชบัลลังก์ครั้งก่อน ก่อนที่จะถวายราชสมบัติแก่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แล้วเสด็จไปประทับที่ลพบุรีว่า ได้ส่งทูตไปจีน และจีนให้การต้อนรับนั้น ก็น่าจะแสดงว่า เอกสารคำหับยังอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา

ราชสำนักจีนต้อนรับราชทูตจากสุพรรณภูมิของเจ้านครอินทร์ ก็ควรเป็นการรับรองตามใบหน้าของตัวบุคคลที่เป็นทูต คือหน่วยงานพิธีการทูตของจีน ยังจำราชทูตที่เจ้านครอินทร์ส่งไปได้

ดังนั้น ในขณะนั้น จีนจึงรับรองราชทูตทั้งสองคณะจากอาณาจักรเสียนหลอ โดยรับรองโดยเอกสารทางราชการอย่างหนึ่ง และรับรองจากความรู้จักคุ้นเคยอีกอย่างหนึ่ง

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของกรุงศรีอยุธยา ทำให้จีนเข้าใจผิด ส่งคณะราชทูตมาเคารพพระบรมศพสมเด็จพระราเมศวร และของพระราชทานแก่เจ้านครอินทร์ ก็ต้องตกอยู่กับสมเด็จพระรามราชาธิราช นี่คือความผิดพลาดของราชสำนักจีน คือผิดทั้งผีผิดทั้งคน

นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ของไทย ให้ความสนใจต่อการเดินทาง (สมุทรยาตรา) ครั้งที่ 2 ของเจิ้งเหอ ที่มายังกรุงศรีอยุธยา ว่าน่าจะมีส่วนกระทบถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางการเมืองของอาณาจักรสยาม

เพราะปีที่เจิ้งเหอเดินทางมา เป็นปีที่สมเด็จพระนครินทราชาธิราช หรือเจ้านครอินทร์  ได้ขึ้นเสวยราชสมบัติกรุงศรี อยุธยา...พอดี

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ให้ข้อสังเกตว่า เจ้านครอินทร์ คือเจ้านายไทยที่คุ้นเคยกับราชสำนักจีน จีนให้การรับรอง แม้ในขณะที่ราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาตกอยู่ในอำนาจราชวงศ์อื่น

เจ้านครอินทร์ คือเจ้านายไทยผู้สืบเชื้อสายทางพระราชมารดา จากราชวงศ์สุโขทัย ผู้เคยเสด็จไปเป็นทูตยังราชสำนักจีนด้วยพระองค์เอง

จนเกิดเป็นคำบอกเล่าในลักษณะตำนานว่า เป็นพระร่วง ที่ไปนำช่างทำถ้วย ชามจากเมืองจีนมาทำที่สุโขทัย.

บาราย

2 ต.ค. 2553 10:08 2 ต.ค. 2553 10:08 ไทยรัฐ