มีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ออกทีวีได้ทุกวันเลยก็แล้ว
กับปรากฏการณ์ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองของนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ลูกพรรคของตัวเอง กรณีดึงงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทไปก่อสร้างถนนหน้าบ้านพักของนายชัยวัฒน์ ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากเห็นว่า นายชัยวัฒน์อาจมีส่วนรับผลประโยชน์ในงบประมาณดังกล่าว พร้อมนำคลิปวีดิโอเป็นหลักฐานประกอบคำร้อง
นายชูวิทย์ประกาศด้วยว่า จากนี้จะเปิดโปงพฤติกรรมการกระทำความผิดของ ส.ส.ในพรรคที่เกี่ยวโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ตามจังหวะตอบโต้นายชัยวัฒน์ ที่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายชูวิทย์ ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังกล่าวหาว่า นายชัยวัฒน์กับนายโปรดปราน โต๊ะราหนี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครักประเทศไทย อีกคน ใช้ตำแหน่ง ส.ส.แสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ
เปิดศึกล่อกันเอง เล่นแรงถึงขั้นจ่อคุกจ่อตาราง
เรื่องของหัวหน้าพรรคหันมาเล่นงานลูกพรรคตัวเองก็ผิดธรรมชาติการเมืองอยู่แล้ว ยิ่งได้อ่านจากบทสัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เผยเบื้องหลังความสัมพันธ์ ตนเองเป็นเพื่อนเรียนกับนายชูวิทย์ในสมัยมัธยมมาด้วยกัน จากนั้นก็แยกย้ายกัน
จุดสนใจมันอยู่ตรงที่นายชัยวัฒน์ได้ไล่เรียงเหตุการณ์พลิกผันที่ได้มาร่วมงานการเมืองกับนายชูวิทย์ โดยอ้างว่า วันที่นายชูวิทย์แฉส่วยอาบ อบ นวด แล้วถูกอุ้ม วันนั้นนายชัยวัฒน์เป็นคนโทร.หานาย ชูวิทย์ แล้วนายชูวิทย์บอกว่า “ถูกอุ้มอยู่” นายชัยวัฒน์จึงได้โทร.หาบุคคลสำคัญในรัฐบาลขณะนั้น แจ้งให้ช่วยตรวจสอบว่านายชูวิทย์ถูกอุ้ม
จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต สะท้านยุทธจักรวงการสีกากี
หลังจากนั้น พวกตนเองก็ได้สรุปกันว่า นายชูวิทย์อยู่ในภาวะอันตรายต่อชีวิต การรักษาชีวิตรอดได้ ต้องเป็นข่าว ต้องตั้งพรรคการเมือง หรือต้องมาเป็นนักการเมือง เพื่อรักษาชีวิตให้รอด เลยมาตั้งพรรคต้นตระกูลไทย
นี่คือที่มาที่ไปของนายชูวิทย์ กับบท “จอมแฉ” ที่เล่นเอาสะท้านสะเทือนไปทุกวงการ
โดยเฉพาะวงการตำรวจ ที่นายชูวิทย์ล็อกเป้า จองคิวแฉแบบกัดไม่ปล่อย มีมุกเด็ด จุดประเด็นเป็นข่าวอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็น ส.ส.ที่ได้คะแนนจากคนเมืองกรุง คนในหัวเมืองใหญ่ที่นิยมกระแส
ลืมฉายา “เจ้าพ่ออ่าง” ในอดีตไปเลย
เรื่องของเรื่อง เหลี่ยมการตลาด เกมโปรโมตตัวเองเพื่อปกป้องตัวเองนั่นก็มุมหนึ่ง แต่อีกมุมก็เพราะนายชูวิทย์ จึงทำให้สังคมรู้ว่า เบื้องหลังเน่าๆของขบวนการเก็บส่วยบ่อน กินส่วยน้ำกาม ทำกันยังไง
เข้าตำรา “ผีเห็นผี” เอามาประจานให้คนรู้.
กำปั้นหยก




















