เหลือเวลาอีก 40 วัน “ดำรงค์ พิเดช” อธิบดีกรมอุทยานฯ มือปราบขบวนการเขมือบป่าจะเกษียณอายุราชการ
แต่ยังเหลืองานช้างต้องชำระบัญชีอีก 4 เรื่องโตๆ
1, รื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศที่รุกอุทยานทับลาน–วังนํ้าเขียว ซึ่งศาลตัดสินเสร็จแล้วให้ครบทุกราย
2, รื้อถอนรีสอร์ตหรู 9 แห่งที่บุกรุกเขตอุทยานเขาแหลมหญ้า–เกาะเสม็ด–หาดแม่รำพึง จังหวัดระยอง ที่ติดค้างลำกล้องมาหลายปี
3, ดำเนินคดีกลุ่มเอกชนที่บุกรุกพื้นที่อุทยานสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต ก่อสร้างโรงแรม บ้านตากอากาศ มูลค่าหลายพันล้านบาท โดยมีข้าราชการทุจริตช่วยเหลือออกโฉนดที่ดินปลอม
4, ปราบปรามขบวนการลอบเผาป่าพรุควนเคร็งจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีกลุ่มนักการเมืองและนายทุนอิทธิพลอยู่เบื้องหลังฮุบพื้นที่ป่าพรุไปปลูกปาล์มนํ้ามัน
นี่คือ 4 ภารกิจสุดท้าย ที่ “ดำรงค์ พิเดช” ประกาศจะลุยถั่วให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเกษียณอายุราชการ
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนตามตรงว่าไม่รู้จัก อธิบดีดำรงค์ เป็นส่วนตัว
ถ้าพิศดูเฉพาะหน้าตาแกน่าจะประกอบอาชีพทำนากุ้ง หรือรับจ้างถมดิน
ไม่มีเค้าว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับอธิบดีแม้แต่นิดเดียว
แต่คนไม่มีฟอร์มแบบนี้ กลับมีผลงานน่าประทับใจ
“แม่ลูกจันทร์” อยากให้มีข้าราชการที่ปกป้องรักษาผืนป่าไม้อย่างจริงจังอย่างนี้มากๆ
อยากให้มีข้าราชการที่กล้าชนนายทุนบุกรุกป่าอย่างนี้อีกเยอะๆ
ถ้าเรามีข้าราชการแบบ “ดำรงค์ พิเดช” เยอะๆ ป่าไม้ไทยคงไม่โดนล้างผลาญวินาศสันตะโร
“แม่ลูกจันทร์” ย้อนกลับมาถึงกรณีร้อนๆไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง
ป่าพรุที่สมบูรณ์ที่สุดของภาคใต้ มีอาณาเขตกว้างใหญ่กว่าสองแสนไร่ มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 3 จังหวัด 5 อำเภอ
ล่าสุด ป่าพรุแห่งนี้โดนไฟไหม้เสียหายไปกว่าสองหมื่นไร่ หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ป่าโดยรวม
หลักฐานชี้ชัดว่าไฟไหม้ป่าพรุครั้งนี้ไม่ใช่เป็นภัยจากธรรมชาติ
แต่เป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือคน
มีนายทุนอิทธิพลอยู่เบื้องหลังขบวนการวางเพลิงเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน
เผาทำลายป่าพรุเพื่อเปลี่ยนสภาพป่าพรุให้เป็นที่ดินทำกิน โดยมีข้าราชการทุจริตออกเอกสารสิทธิ (สค.1) ทับพื้นที่ป่าเพื่อยืนยันว่าพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้เป็นที่ดินทำกิน
และชาวบ้านขายต่อให้บริษัทเอกชนพัฒนาเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน
พูดง่ายๆใช้ชาวบ้านเป็น “คัตเอาต์” เพื่อตัดตอนความผิดไม่ให้ถึงตัวนายทุน
เป็นแผนเขมือบป่าที่มาเหนือเมฆจริงๆ
“แม่ลูกจันทร์” ห่วงอนาคตป่าพรุควนเคร็ง ป่าพรุที่ใหญ่ที่สุด สมบูรณ์ที่สุดของภาคใต้จะกลายเป็นป่าปาล์มน้ำมัน
ป่าไม้สมบัติชาติจะกลายเป็นป่าไม้สมบัตินายทุน
ในอนาคตอาจไม่มีป่าพรุธรรมชาติสมบูรณ์ที่สุดของภาคใต้ และใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเหลือให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ชื่นชม
“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายทุนอิทธิพลเครือข่ายนักการเมืองที่เขมือบป่าไม้ของชาติอย่างสบายเหงือก
เพราะมีข้าราชการทุจริตร่วมมือ
อธิบดี ดำรงค์ พิเดช ย้ำว่า ถ้าข้าราชการไม่ช่วยกันปกป้องพื้นที่ป่าไม้สมบัติชาติอย่างจริงจัง
ป่าสงวนต้นน้ำลำธารเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติในจังหวัดภาคใต้ จะถูกบุกรุกล้างผลาญหมดเกลี้ยงอีกไม่เกิน 10 ปี!!
เฮ้อ...คิดแล้วปวดกระดองใจ.
แม่ลูกจันทร์




















