วันนี้ (14 ก.ค.) จะมีการประชุม ครม.วาระสำคัญซึ่งจะมีผลกระทบกับเงินในกระเป๋าประชาชนโดยตรง
"กรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลังจะนำมาตรการขึ้นภาษี
น้ำมันกลับมาให้ที่ประชุม ครม.ทบทวนอีกครั้งว่า ควรเก็บภาษีสรรพสามิตลิตรละ 7 บาทต่อไป??
หรือ...ควรลดภาษีน้ำมันเหลือลิตรละ 5 บาทเท่าเดิม??
เหตุผลเพราะการที่รัฐบาลขึ้นภาษีน้ำมันอีกลิตรละ 2 บาท ในช่วงราคาน้ำมันโลกขาขึ้นและเศรษฐกิจไทยขาลง เป็นการตัดสินใจที่ผิดจังเบอร์!!
เพราะการขึ้นภาษีน้ำมันเป็นการซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจและผลักภาระให้ประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงเกินควร
"แม่ลูกจันทร์" หวังว่าวันนี้จะได้
ข่าวดีจากที่ประชุม ครม.
หวังว่ารัฐบาลจะยอมปรับลดอัตราภาษีน้ำมันจากลิตรละ 7 บาท มาเก็บลิตรละ 5 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละ 2 บาททันที
แต่ก็ไม่แน่...เพราะอาการถังแตกอาจบีบบังคับรัฐบาลต้องดื้อแพ่งเก็บภาษีน้ำมันลิตรละ 7 บาทต่อไป เพื่อแก้ปัญหางบประมาณขาดดุล
เพราะการขึ้นภาษีน้ำมันเป็นวิธีเพิ่มรายได้ที่ง่ายที่สุดและสะดวกที่สุดของรัฐบาล
หรือดีไม่ดี...รัฐบาลอาจจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่ารัฐบาลจะกล้าทำ
คือขึ้นภาษีน้ำมันซ้ำอีกกระทอกให้ ช็อกตาตั้งกันไปเลย
เพราะรัฐบาลระเบิดเพดานภาษีสรรพสามิตน้ำมันจากไม่เกินลิตรละ 5 บาท เป็น ไม่เกิน 10 บาท หรือเบิ้ลอีกเท่าตัว
ถ้าการเพิ่มภาษีน้ำมันลิตรละ 7 บาท ยัง ปั๊มรายได้เข้าคลังน้อยเกินไป รัฐบาลยังขึ้นภาษีน้ำมันได้อีกลิตรละ 3 บาท เชียวนะโยม??
แต่ "แม่ลูกจันทร์" มองโลกในแง่ดี เชื่อว่าที่ประชุม ครม.จะเห็นชอบให้ปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเป็นลิตรละ 5 บาท เท่าเดิม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง
อนึ่ง อาจจะมีรัฐมนตรีบางคนคัดค้านว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะทำให้
ประชาชนไม่ตื่นตัวในการประหยัดพลังงาน
ก็อยากจะกราบเรียนว่า ในภาวะราคาน้ำมันแพงหูฉี่และมีแนวโน้มจะแพงตลอดไป จึงเป็นเงื่อนไขบังคับให้คนไทยต้องประหยัดน้ำมันอยู่แล้วด้วยตัวเอง
วันนี้เติมน้ำมันเต็มถัง อย่างน้อยๆต้องควักแบงก์พันหนึ่งใบ
ถ้าเฉลี่ยเติมน้ำมันเต็มถัง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เท่ากับต้องจ่ายค่าน้ำมันเดือนละสี่พันบาท
รายจ่ายค่าน้ำมันเดือนละสี่พันกว่าบาท ถือว่ามากพอสมควร
เพราะคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ใช่คนร่ำรวยเสมอไป ถ้าราคาน้ำมันยังแพงขึ้นอีก คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีปัญญาเติมค่าน้ำมัน
นี่คือประเด็นสำคัญที่ "แม่ลูกจันทร์" ฝากให้รัฐบาลพิจารณา
หมายเหตุ ยังมีตุ้มถ่วงที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง
คือการที่รัฐบาลยังเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอย่างไม่บันยะบันยัง โดยยังเก็บจากน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล มีรายได้ไหลเข้ากองทุนน้ำมันเดือนละสามพันหกร้อยล้านบาทโดยประมาณ
ถ้ารัฐบาลตัดสินใจยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงอีกบานตะเกียง
"แม่ลูกจันทร์" เคยเตือนความจำ "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้หาเสียงไว้ในแผน 99 วัน ทำได้จริง ว่าถ้าหากเป็นรัฐบาลจะทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกถูกลง
ด้วยการยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทันที!!
วันนี้ "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯมาแล้วครึ่งปี รัฐบาลก็ยังเก็บค่าต๋งเข้ากองทุนน้ำมันต่อไป
นโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงไว้ จึงกลายเป็นน้ำลายบูดฉะนี้แล.
"แม่ลูกจันทร์"




















